ข่าว

'ปปช.'อายัดทรัพย์'พล.อ.เสถียร'เพิ่ม!

'ปปช.'อายัดทรัพย์'พล.อ.เสถียร'เพิ่ม!

24 ธ.ค. 2556

'ปปช.' อายัดทรัพย์สินอดีตปลัดกห.ร่ำรวยผิดปกติ เพิ่ม 5 รายการ มติ 7-0 ฟัน 'วงศ์ศักดิ์' ทุจริต ร.ร.นายอำเภอ เร่ง 'กกต.' ไต่สวน 'วิเชษฐ์' ถือหุ้นเกินร้อยละ 5

 

                          24 ธ.ค. 56  นายวิชา มหาคุณ แถลงถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมร่ำรวยผิดปกติ ว่า จากกรณีที่อนุกรรมการไต่สวนได้แจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.เสถียร ว่าร่ำรวยผิดปกติ ได้แก่ เงินฝาก เงินลงทุน ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งที่อยู่ในชื่อของ พล.อ.เสถียร คู่สมรส และบุคคลใกล้ชิด รวมมูลค่า 683 ล้านบาท โดยพล.อ.เสถียร ได้มารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 56 และยื่นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาพร้อมเอกสารประกอบหลายครั้งและกล่าวอ้างพยานเอกสารเป็นจำนวนมาก ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 56 ถอนอายัดที่ดินเฉพาะส่วนที่มีชื่อของบุคคลภายนอกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. น.ส.วิยะดา บุญอ่อน 2. นางอัญชนา ประเสริฐสรชัย และ 3. น.ส.พนิดา เสริมวราพันธ์

                          นายวิชา กล่าวว่า และได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 56 อายัดทรัพย์สินของนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ คู่สมรสของ พล.อ.เสถียร และทรัพย์สินที่ พล.อ.เสถียร และนางณัฐณิชาช์ ได้โอนกรรมสิทธิ์ไปให้กับบุคคลอื่นไว้เป็นการชั่วคราวเพิ่มเติม เนื่องจากปรากฏพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินดังกล่าวอีก ได้แก่ 1. ที่ดินโฉนดใน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 2. ที่ดินจำนวน 2 แปลง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 3. ที่ดินจำนวน 8 แปลง ต.คำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 4. หุ้นสามัญบริษัท กฎหมายเรืองสิทธิ์ จำกัด จำนวน 2 หมื่นหุ้น และ 5. รถยนต์ ยี่ห้อแฮมเมอร์ แบบ H3 เลขทะเบียน ฎร 6666 กทม. ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พล.อ.เสถียร ได้มาชี้แจงข้อกล่าวหาแล้ว คณะอนุกรรมการไต่สวนคาดว่าน่าจะสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาได้ประมาณเดือน ม.ค. 57

 

 

มติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ฟัน 'วงศ์ศักดิ์' คดีทุจริต ร.ร.นายอำเภอ

 

                          นายวิชา พร้อมด้วยนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีทุจริตเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปี 2552 ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ถึงการพิจารณาคดีดังกล่าว

                          โดยนายวิชา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.จำนวน 7 คน ซึ่งนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช.ได้ขอถอนตัว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาบางรายได้โต้แย้ง และนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการป.ป.ช. ขอลาประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบกรมการปกครอง มีมูลความผิดทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่และฐานกระทำการอันได้เชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อมูลลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริง อันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 161 และ 162 (1) (4)

                          นายวิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนายวงศ์ศักดิ์แล้ว ยังมีบุคคลอื่นที่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติว่า มีมูลความผิดทางวินัยและอาญา คือ นายสำราญ ตันเรืองศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , 161 และ 162 (1) (4) นายครรชิต สลับแสง เลขานุการ มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 68 และผู้เข้าสอบและผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68 69 และ 70 จำนวน 119 คน มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 161 และ 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86

                          นายวิชัย กล่าวอีกว่า ส่วนนายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง ซึ่งเป็นผู้ออกข้อสอบ และผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตรนายอำเภออีก 20 คน ได้ให้ถ้อยคำที่เป็นประโยชน์ต่อการไต่สวน จึงมีมติเสียงข้างมากให้กันไว้เป็นพยาน โดยไม่ชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยและอาญา นอกจากนี้ ระหว่างไต่สวน ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตรนายอำเภออีก 2 คน ได้ถึงแก่กรรม และอีก 1 คน ที่แม้จะได้โพยคำตอบมา แต่เขียนคำตอบของตัวเอง จึงมีมติไม่ชี้มูลความผิด ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล อดีตรมว.มหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย พยานหลักฐานไม่ถึง เป็นอันตกไป ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะรวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องไปให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่กระทำความผิด ส่วนคดีอาญาจะส่งให้อัยการสูงสุดทำหน้าที่ฟ้องร้องต่อไป

                          ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการ หลังป.ป.ช.ทำการชี้มูลความผิดแล้ว จะส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดดำเนินการ เป็น 2 กรณี คือ ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ

                          นายวิชา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจากระบบอุปถัมภ์ ระบบอุปถัมภ์ในประเทศสร้างปัญหามากจึงจะต้องปฏิรูป เราต้องการปฏิรูปสังคมที่ไม่ยอมยืนหยัดเพื่อความเป็นธรรมและถูกต้อง อาศัยแต่เพียงพวกพ้องก็จะเกิดเหตุการณ์น่าสลด คิดว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องปฏิรูปใหญ่ระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย และอื่นๆ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ควรจะต้องชำระล้าง เราคงจะต้องช่วยกันขจัดปัดเป่าปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ

 

 

เร่ง 'กกต.' ไต่สวนกรณี 'วิเชษฐ์' ถือหุ้นเกินร้อยละ 5

 

                          นายวิชา แถลงถึงความคืบหน้ากรณีรัฐมนตรีและคู่สมรสถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ว่า กรณีนายสรวงศ์ เทียนทอง รักษาการรมช.สาธารณสุข และนางญาณิกา เทียนทอง คู่สมรส ถือหุ้นในบริษัทเรฟ จำกัด เกินกว่าร้อยละ 5 พยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทั้งคู่แจ้งความประสงค์ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 56 และไม่ประสงค์จะถืนหุ้นต่อไป ต่อมาบริษัทได้โอนหุ้นไปให้กับบุคคลอื่นโดยไม่มีค่าตอบแทน เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้มีการดำเนินกิจการใดๆ จึงเป็นการลาออกจากการถือหุ้นก่อนครบกำหนด 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนการถือครองหุ้นในบริษัท เรฟ คิดส์ จำกัด นายญาณิกา แจ้งความประสงค์ลาออกตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 56 บริษัท และขอให้ดำเนินการโอนหุ้นที่ถืออยู่ หากไม่สามารถดำเนินการโอนหุ้นได้ก็ประสงค์ขอให้เลิกบริษัท ต่อมาได้มีดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทในวันที่ 27 ส.ค. 56 ซึ่งเกินระยะเวลา 30 วัน ที่นายสรวงศ์ เข้ารับตำแหน่ง แต่ป.ป.ช.เห็นว่านางญาณิกา ได้แสดงความประสงค์จะลาออกได้ทันในระยะเวลา 30 วัน การกระทำของทั้งสองกรณีจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 และมาตรา 5

                          นายวิชา กล่าวว่า ส่วนกรณีของนางวานิพรรณ เกษมทองศรี คู่สมรสของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รักษาการรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือหุ้นในบริษัท เชษฐพรรณ์ รุ่งเรืองธุรกิจ จำกัด จำนวน 9,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 94 และบริษัท อัสราญ พรรณศรี จำกัด จำนวน 137,200 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49 ซึ่งเกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ แต่มิได้แจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วัน เรื่องนี้ประธานกรรมการป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 56 โดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าแจ้งกลับมาว่าได้นำกราบเรียนประธานสภาฯ แล้ว ส่วนนายกฯ ได้นำเข้าครม.ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ขณะที่กกต.มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนแล้วแต่ต้องเลื่อนการให้ถ้อยคำเนื่องจากมีเหตุการณ์ชุมนุมที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จึงขอฝากไปถึงกกต.จะดำเนินการประการใดสำหรับนายวิเชษฐ์ที่มีปัญหาตามพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 และมาตรา 5

 

 

ลงพื้นที่ไต่สวน 'อุทัย' ถึงม็อบ ระบุเพื่อความสบายใจ

 

                          นายวิชา กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนกรณีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 383 คน ร่วมกันเสนอ พิจารณา และลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว.ว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ทางกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวน ได้มีการไต่สวนนายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ ในฐานะผู้ร้อง และจากเดิมในช่วงบ่ายวันเดียวจะต้องไต่สวนนายอุทัย ยอดมณี แกนนำคปท. ในฐานะผู้ร้องด้วย แต่นายอุทัยแจ้งว่าจะขอเลื่อน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกจับกุมเพราะมีคดีอยู่ ป.ป.ช.จึงได้ทำการประสานเพื่อเข้าไปไต่สวนในพื้นที่การชุมนุมแทนเพื่อความสบายใจ ทั้งนี้ ในส่วนของสมาชิกรัฐสภาที่เป็นผู้ถูกร้องจำนวน 383 คน จะมีการเรียกมาไต่สวนทั้งหมดในช่วงต้นเดือนม.ค. คาดว่าการพิจารณาในส่วนของสำนวนถอดถอนน่าจะแล้วเสร็จก่อนคดีอาญา ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด