ข่าว

ส.ว.เสียงแตกคว่ำ2กม.กู้เงิน-วัดใจประชุมจันทร์นี้

ส.ว.เสียงแตกคว่ำ2กม.กู้เงิน-วัดใจประชุมจันทร์นี้

18 มิ.ย. 2552

ส.ว.เสียงแตก คว่ำพ.ร.ก.-ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท หวั่นรัฐบาลนำไปหว่านหวังผลเลือกตั้ง วัดใจประชุมวุฒิ จันทร์นี้หลังมติวิปวุฒิหนุนตั้งกมธ.วิสามัญ 27 คน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน

 (18 มิ.ย.) ภายหลังที่สภาผู้แทนราษฏรได้ลงมติให้เความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงินและร่างพ.ร.บ.กู้เงินรวม 8 แสนล้านบาทนั้น โดยวุฒิสภาจะมีการพิจารณากันในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 22 มิ.ย. ปรากฏว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของแกนนำส.ว.แต่ละกลุ่ม ที่ได้มีการหารือกันภายในและมองว่าไม่ควรให้ผ่านได้โดยง่าย โดยกรณีการออกพ.ร.ก.กู้เงิน ส.ว.หลายคนมองว่า ควรออกเป็นพ.ร.ก.ขยายเพดานการกู้เงินเพื่อนำมาปิดหีบงบประมาณ ส่วนร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ก็ไม่มีรายละเอียด เหมือนเป็นเช็คเปล่า

 นายธวัช บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับส.ว.ด้วยกัน ตนมั่นใจว่าส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งจะลงมติ ไม่ให้ความเห็นชอบกับพ.ร.ก.กู้เงินและร่างพ.ร.บ.กู้เงินที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ส.ว.ต้องการกระตุกขารัฐบาลให้นำเรื่องการกู้เงินกลับเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติ ซึ่งในการอภิปรายของส.ส.ฝ่ายค้านมีข้อท้วงติงหลายประการ สุดท้ายรัฐบาลยืนยันให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงินด้วยเสียงข้างลากมากไป หากรัฐบาลจะอ้างว่าต้องการกู้เงินเพื่อมาปิดหีบงบประมาณ ก็มีทางอื่นที่สามารถทำได้ อาทิ การออกพ.ร.ก.ขยายเพดานเงินกู้เพื่อมาปิดหีบงบประมาณ แต่การพยายามผ่านพ.ร.ก. และร่างพ.ร.บ.กู้เงินของรัฐบาล เหมือนกับการให้ทั้งสองสภาเซ็นเช็คเปล่าให้ไปใช้เงิน

 “การจะลงมติคว่ำทั้งพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพราะส.ว.มีความเห็นว่า เราต้องการกระตุกขารัฐบาลให้มีความระมัดระวังและรอบคอบกว่านี้ในการใช้เงินนอกระบบงบประมาณ โดยเฉพาะเงินที่ต้องกู้มา แม้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาจะสามารถนำพ.ร.ก.กลับมายืนยันด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งได้ ส่วนร่างพ.ร.บ.ก็ต้องกลับมาตั้งกรรมการร่วมกันของสองสภาเพื่อพิจารณา และในที่สุดรัฐบาลที่มีเสียงมากกว่าก็สามารถใช้เสียงข้างมากลากไปได้อยู่ดี แต่ส.ว.ต้องการแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมในการใช้อำนาจหน้าที่บริหารของรัฐบาล” นายธวัชกล่าว

 พ.ท.กมล ประจวบเหมาะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ส.ว.ต้องซักถามรัฐบาลถึงเหตุผลและความจำเป็นในการออกพ.ร.บ.และการเสนอร่างพ.ร.บ.กู้เงินดังกล่าว ซึ่งการอภิปรายคงมีทั้งการติและชมในการบริหารงานมากกว่าการที่จะไปคว่ำร่างกฎหมายหรือพ.ร.ก. เพราะวุฒิสภาชุดนี้สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้วหากทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าทำไม่ดี ส.ว.ก็ไม่เอาด้วย อย่างไรก็ดีส.ว.เข้าใจความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออกพ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ.นี้ แต่ก็ต้องซักถามเหตุผลกัน โดยเฉพาะการพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ที่พิจารณาด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาผ่าน 3 วาระรวด

 นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี รองประธานวิปวุฒิ แกนนำกลุ่มส.ว.ผู้ใหญ่ กล่าวว่า ในการประชุมวิปวุฒิ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ได้เชิญนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการออกพ.ร.ก.และการเสนอร่างพ.ร.บ.กู้เงิน โดยเบื้องต้นที่ประชุมวิปวุฒิมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวสามัญจำนวน 27 คน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน แต่ก่อนตั้งคณะกรรมาธิการ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่

 นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผอ.สำนักงบประมาณ และปลัดกระทรวงการคลัง มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. วุฒิสภาก็มีมติให้การโหวตร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทและ ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการโหวตโดยใช้เอกสิทธิของ ส.ว.แต่ยังมีประเด็นที่ถกเถียงและซักถามค่อนข้างมาก คือ เช่น ร่างพ.ร.บ.การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้นเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ เกรงว่าจะเป็นการสะสมเงินเพื่อใช้เตรียมการเลือกตั้งของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เพราะเป็นการตั้งโครงการใหญ่ๆ ที่เคยกำหนดไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี อาทิ โครงการก่อสร้างถนน โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง การพัฒนาแหล่งนั้น เป็นต้น โดยโครงการเหล่านี้ควรที่จะอยู่ในการพิจารณางบประมาณปกติ อีกทั้งงบประมาณก้อนนี้เป็นโครงการที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงเกรงว่าหากรัฐบาลชุดนี้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองภายในเร็วๆ นี้ รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาอาจจะนำเงินไปใช้อย่างไม่มีธรรมาภิบาล

 “ ตอนนี้ส.ว.หลายคนไม่ค่อยสบายใจกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีเสียงแตกออกเป็น 2 ความเห็นที่มีเสียงก้ำกึ่งกันว่าจะโหวตให้ผ่านหรือคว่ำร่างพ.ร.บ.นี้ โดยสองความเห็นนี้มีความใกล้เคียงกัน ดังนั้นหากรัฐบาลตอบคำถามไม่ได้อาจจะมีปัญหา โดยเสียงที่เห็นว่าจะคว่ำนั้นมีส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการรับหลักการในวาระแรก แต่จะแปรญัตติและแก้ในรายละเอียดเพื่อให้ใกล้เคียงกับพ.ร.บ.งบประมาณให้ได้” นายสมชาย กล่าว

 สำหรับการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 บัญญัติว่า การพิจารณาพ.ร.ก. หากวุฒิสภา มีมติไม่อนุมัติ แต่สภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ให้พ.ร.ก.นั้นมีผลบังคับใช้เป็นพ.ร.บ.ต่อไป ส่วนร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 บัญญัติว่า หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพ.ร.บ.นั้นไว้ก่อน และส่งร่างพ.ร.บ.นั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกมธ.ร่วมกันกับวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างนั้น และส่งร่างที่กมธ.ร่วมกันพิจารณา ต่อสภาทั้งสอง หากสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบก็ให้ยับยั้งร่างพ.ร.บ.นั้นไว้ก่อน ส่วนมาตรา 148 บัญญัติว่า หากร่างพ.ร.บ.ที่ต้องยับยั้ง เป็นร่างพร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน สภาผู้แทนราษฎร อาจยกร่างพ.ร.บ.นั้นขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที หากสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างนั้น ให้ถือว่าร่างพ.ร.บ.นั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา