
'ยิ่งลักษณ์'ลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์
'ยิ่งลักษณ์' เดินหน้าภารกิจต่างจังหวัดต่อเป็นวันที่ 8 ตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำชุนใหญ่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์-ติดตามนโยบายแท็บเล็ต
24 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า ยังคงปฏับัติภารกิจอยู่ที่ต่างจังหวัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 แล้ว โดยปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์พักค้างคืนที่ อ.เขาค้อ และจากนั้นเวลา 10.30 น. เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำชุนใหญ่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในโครงการพระราชดำริ พื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุการณ์อุทกภัยแบบฉับพลันบริเวณเทือกเขาค้อ เมื่อปี 2544 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมและทับถมบ้านเรือน ในตำบลน้ำก้อและตำบลน้ำชุม อำเภอหล่มสัก ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ภาครัฐจึงได้มีการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นที่รับน้ำและชะลอน้ำโดยมีพื้นที่ชลประทาน 6,000 ไร่ ดำเนินการระหว่าง ปี2559-2560 ซึ่งจะช่วยเบาอุทกภัยบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรมในเขตตำบลน้ำชุม ตำบลน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก ก่อนที่ไหลลงลุ่มน้ำป่าสักและสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้เพาะปลูกอุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้ง
และต่อกจากนั้นเวลา 11.40 น. นายกฯเดินทางไปที่โรงเรียนเหล่าหญ้า ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อติดตามดูเรื่องการพัฒนาระบบการศึกษาตามนโยบายรัฐบาลและติดตามนโยบาย "แท็บเล็ต ป.1" พร้อมกับมอบนโยบายให้กับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเยี่ยมชมห้องเรียนที่กำลังมีการเรียนการสอนด้วยแท็ปเล็ตด้วย ทั้งนี้ นายกฯยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด
'ยิ่งลักษณ์' เล็งปฏิรูปการศึกษา-แจกแท็บเล็ต ป.2
เมื่อเวลา 11.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมติดตามนโยบาย "แท็บเล็ต ป.1" รวมทั้งรับฟังปัญหาทางการศึกษา ที่โรงเรียนเหล่าหญ้า ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ รมช.ศึกษาธิการ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักงานการศึกษาพื้นที่ และผู้บริหารโรงเรียนบ้านเหล้าหญ้าร่วมประชุมด้วย
โดยนายอภิชาติ ในฐานะเลขาธิการกพฐ. รายงานความคืบหน้าถึงการแจกแท็บเล็ตว่า คาดว่าจะแจกล็อตใหม่ให้กับเด็กป.1 ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.2557 เป็นต้นไปหรืออย่างช้าก็ มิ.ย.2557 และแท็บเล็ตล็อตใหม่คุณภาพจะดีขึ้นด้วย ทั้งนี้จากการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูผู้สอนพบว่า 92.5% มีความพึงพอใจกับการสอนด้วยแท็บเล็ต เพราะทำให้เด็กมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด
เลขาฯกพฐ. รายงานด้วยว่า ปัญหาอื่นๆของแท็บเล็ตก็ยังมี อาทิ ความไม่เข้าใจในการใช้ของครูผู้สอนที่มีความอาวุโส หรืออายุมากกว่า 55ปี ทำให้มีปัญหาเรื่องการถ่ายทอด จึงต้องให้ครูรุ่นใหม่เข้ามาช่วยสอน ซึ่งเป็นครูที่จบมาทางด้านเทคโนโลยีการศึกษา แต่ก็ไม่สามารถบรรจุเป็นครูได้เพราะกฎหมายของคุรุสภาไม่รองรับเข้าเป้นครูวิชาชีพ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงศึกษากำลังช่วยแก้ปัญหาให้อยู่ ส่วนเรื่องแท็บเล็ตเสียแล้วต้องส่งซ่อมที่ศูนย์บริการนั้นก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการที่มีการย้ายที่ตั้งของศูนย์โดยไม่แจ้งให้โรงเรียนทราบ และพบว่าอะไหล่เริ่มจะไม่เพียงพอ เพราะมีปัญหาที่แบตเตอรี่ ที่หากเปลี่ยนก็ราคาสูงพอพอกับการเปลี่ยนเครื่องใหม่
ขณะที่ นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า นโยบายนี้ที่คิดออกมาเพื่อให้แค่เด็กป.1 ใช้เท่านั้น หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้เด็กป.2ได้ด้วยอันนี้ก็ต้องมาคุยกันใหม่ ว่าจะให้เด็กป.2ด้วยหรือไม่ เพาะถ้าจะเพิ่มก็ต้องเพิ่มงบประมาณในอนาคตด้วย เพราะราคาขนาดนี้ใช้ปีเดียวถือว่าคุ้มค่าแล้วสำหรับเด็กป.1 ไม่ต้องหรูหรา ไม่ต้องซ่อมให้เตรียมเครื่องใหม่ได้เลย
นายกฯ กล่าวอีกว่า เสนอให้มีการเปิดกว้างให้บริษัทที่ทำคอนเท้นส์ทางด้านไอทีเข้ามาพัฒนาแอพพลิเคชั่นทางการศึกษาแบบฟรีๆ และโชว์โลโก้ของเขาได้ด้วย ส่วนเรื่องการซ่อมนั้นหากต้องซ่อมก็น่าจะบูรณาการกับทางสถาบันอาชีวะศึกษามาช่วยซ่อม ช่วยสอน ให้ทำเป็นโครงการประมาณว่า "พี่สอนน้อง" เพื่อให้เขาเกิดความสามัคคี และช่วยแก้ปัญหาเรื่องช่วงวัยของนักเรียนกับครู และช่วยลดปัญหาการยกพวกตีกัน เพราะพ่อแม่เห็นพี่มาช่วยสอนน้องก็ชื่นใจดีกว่าให้เขาไปทำอย่างอืนที่ไม่สมควร
ด้าน เลขาฯกพฐ. กล่าวขอบคุณนายกฯว่า นอกจากจะได้ช่องทางแล้วยังได้งบประมาณเพิ่มอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังรายงานถึงปัญหาครูขาดแคลนไม่เพียงพอกับจำนวนของเด็กนักเรียนบางจังหวัด อาทิ อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สิงห์บุรี
ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า ต้องปฏิรูปการศึกษาที่ต้องบูรณาการระหว่าง สกอ. และกพฐ.ร่วมกัน แล้วจัดระบบกำลังคนใหม่ เพราะในอนาคตการเติบโตของประเทศจะอยู่ที่ต่างจังหวัดมากกว่าเมืองหลวง ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้มาตรฐานก็ขอให้ตัดใจ แต่การตัดใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยุบโรงเรียน แต่ต้องตัดใจปรับบทบาทอย่างจริงจัง แต่ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดของรัฐบาลในขณะนี้ทำไม่ได้ แต่วันนี้จึงต้องมารับฟังกัน
จากนั้นนายกฯได้ทักทายและเยี่ยมชมการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2 พร้อมถามถึงคำขวัญวันเด็ก ซึ่งนักเรียนได้ท่องคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้ประจำปีพร้อมระบุว่า เป็นเด็กดีต้องกตัญญู และมีหน้าที่ต้องเรียนหนังสือ เป็นเด็กดี ขอให้เชื่อฟังคำสอนของคุณครูและให้กำลังใจกับเด็กนักเรียนทุกคน สร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กนักเรียน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเด็กนักเรียน



