ข่าว

'ตั๊น'เปลี่ยนนามสกุลลุยการเมืองต่อ

'ตั๊น'เปลี่ยนนามสกุลลุยการเมืองต่อ

24 ธ.ค. 2556

พ่อของจิตภัสร์ทำหนังสือแสดงความเสียใจและขอโทษ ลูกสาวสัมภาษณ์สื่อเทศถูกแปลความไม่เหมาะสม 'ตั๊น'ลุยการเมืองต่อตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุล

              การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ ตั๊น แนวร่วมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กระทั่งถูกตักเตือนจากผู้บริหารของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โดยอ้างคำสั่งของเจ้าพระยาภิรมย์ภักดีที่บอกกล่าวไว้ว่า ธุรกิจไม่ควรเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น ส่งผลให้เจ้าตัวตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุล
 
             สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์รูปภาพจดหมายถึงสื่อมวลชนจากนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี บิดาของ น.ส.จิตภัสร์ ส่งไปยังสื่อมวลชนหลายสำนัก ระบุว่า ตามที่ น.ส.จิตภัสร์ ลูกสาวของตนได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางหนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับหนึ่ง และถูกแปลผ่านสื่อต่างๆ ว่า “คนชนบทไม่มีความรู้ความเข้าใจประชาธิปไตย” จนสร้างความไม่พอใจให้คนจำนวนมาก ตนตระหนักดีว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน และควรเคารพความคิดเห็นของกันและกัน คำพูดดังกล่าวนั้นจึงถือว่าไม่เหมาะสม ตนขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง และขอโทษมา ณ ที่นี้

             “ผมในฐานะพ่อได้พูดคุยกับลูกสาวหลายครั้ง เรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม น.ส.จิตภัสร์ ยังต้องการที่จะทำงานการเมืองต่อไป ผมและภรรยา รวมถึง น.ส.จิตภัสร์ได้พูดคุยกันมาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว และเห็นควรที่จะเปลี่ยนนามสกุล จึงเรียนแจ้งผ่านทางสื่อมวลชน” หนังสือของนายจุตินันท์ระบุ

             ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ทำหนังสือโดยใช้หัวกระดาษบริษัท ถึงนายจุตินันท์ โดยตักเตือนบทบาททางการเมืองของ น.ส.จิตภัสร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและตระกูล โดยที่ผ่านมาได้พูดคุยและเสนอข้อแนะนำต่างๆ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่ว่าผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองรอบนี้จะเป็นเช่นไร ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอแจ้งถึงนายจุตินันท์ให้รับทราบว่าที่ผ่านมาได้เคยเตือนและให้คำแนะนำต่อนายจุตินันท์แล้ว

             ขณะเดียวกัน ยังเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่บ้านเลขที่ 171 ซอยรามคำแหง 12 ถนนรามคำแหง ของ น.ส.จิตภัสร์ จนรถตู้ในบ้านเสียหาย อีกด้านหนึ่ง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังได้มีคำสั่งออกหมายเรียก น.ส.จิตภัสร์ ในข้อหากบฏ และอายัดบัญชีธนาคาร รวมทั้งบัญชีครัวราชดำเนิน ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการบริจาคจากประชาชน เพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมนุม ซึ่ง กปปส.มอบหมายให้ น.ส.จิตภัสร์ เป็นผู้ดูแลด้วย
 
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นคาดว่า น.ส.จิตภัสร์ได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุล "กฤดากร" ซึ่งเป็นนามสกุลของมารดา คือ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี สกุลเดิมกฤดากร เป็นบุตรีของ ม.ร.ว.ยงสวาสดิ์ กฤดากร รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โอรสของ ม.จ.เสริมสวาสดิ์ กฤดากร กับ ม.ล.แส กฤดากร (สกุลเดิม สนิทวงศ์) กับท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นนางสนองพระโอษฐ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตามเสด็จตกที่ จ.นราธิวาส มีน้องชาย 1 คน คือ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร

             แหล่งข่าวจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกันในครอบครัวของนายจุตินันท์ โดยน.ส.จิตภัสร์ยังคงยืนยันจะทำงานการเมืองต่อไป นายจุตินันท์ ในฐานะพ่อจึงได้หาทางออกที่ดีที่สุดจนได้ผลสรุปถึงการเปลี่ยนนามสกุลของ น.ส.จิตภัสร์ เพื่อแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ตระกูลภิรมย์ภักดีไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง เท่าที่ทราบจะมีการเปลี่ยนเพียงคนเดียว
 
             แหล่งข่าวยืนยันยอดขายเบียร์สิงห์และลีโอของบริษัทขณะนี้ว่า ยังคงเป็นปกติ รวมทั้งจะไม่มีการดำเนินการอะไรออกมาจากบริษัท เนื่องจาก นายสันติ เชื่อว่า ในขณะที่สถานการณ์การเมืองรุนแรง ทุกอย่างจะถูกหยิบยกมากล่าวอ้างเพื่อให้ประโยชน์ทางการเมือง ส่วนลูกหลานของตระกูลภิรมย์ภักดีสามารถเล่นการเมืองได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่เกี่ยวกับตระกูลและธุรกิจ
 
             "สิ่งที่คุณสันติกังวลไม่ใช่ยอดขาย แต่กังวลถึงความรู้สึกของทุกคนมากกว่า เพราะบุญรอดมองว่าทุกคนเป็นลูกค้าเรา ไม่เคยแบ่งว่าเป็นเสื้อสีใด เพราะเราทำธุรกิจไม่ได้เล่นการเมือง และเลือกจะนิ่งเชื่อว่าทุกคนจะรู้ว่าบุญรอดไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง" แหล่งข่าวกล่าวทิ้งท้าย