
กทม.ขยายเส้นทางบีอาร์ทีสายที่2เข้าเมืองทองธานี
กทม.ขยายเส้นทางเดินรถบีอาร์ที เส้นทาง 2 จากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เข้าไปในเมืองทองธานี หลังเอกชนสนับสนุนที่ดินสร้างสถานี-เดปโป้ ธีระชน คุย สมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนสายแรกยันเปิดวิ่ง 15 พ.ค.ปีหน้า
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 มิ.ย. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เดินทางสำรวจแนวเส้นทางโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ(บีอาร์ที) สายที่ 2 ซึ่งจากเดิมกำหนดเริ่มเส้นทางที่สถานีหมอชิต-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี แต่ล่าสุดขณะนี้ สจส.ได้ปรับแผนการเดินรถ โดยขยายเส้นทางต่อไปยังภายในเมืองทองธานี หลังจากบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด(มหาชน) ได้อุทิศที่ดินให้ กทม.สร้างสถานีและศูนย์ซ่อมบำรุง( Depot) เนื้อที่ 7 ไร่ โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ ร่วมหารือด้วย
ทั้งนี้ จากการรายงานข้อมูลโครงการของบริษัทที่ปรึกษา ระบุว่า โครงการรถบีอาร์ที สายที่ 2 จะมีการก่อสร้างสถานีเชื่อมต่อการเดินทางกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่สถานีหมอชิต จากนั้นใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน โดยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เข้าสู่สถานีหอวัง แล้วขึ้นสู่ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ จนเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ จากนั้นเลี้ยวเข้ารับส่งผู้โดยสารที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และเข้าสู่สถานีคลองประปาบริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี แล้ววนใต้ทางด่วนเข้าสู่เมืองทองธานี ใช้ระยะเวลาการเดินทาง 33 นาที งบประมาณโครงการ 1,670 ล้านบาท
รวมทั้งในอนาคตอาจมีการต่อขยายสถานีแห่งที่ 2 ภายในเมืองทองธานี ซึ่งขณะนี้กำลังดูความเป็นไปได้พื้นที่เพิ่มเติมในการสร้างสถานีแห่งที่ 2 ลงที่บริเวณด้านหน้าศูนย์อิมแพคเมืองทองธานี
ส่วนแผนการดำเนินการขณะนี้อยู่ในขั้นปรับแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ขณะเดียวกัน กทม.เตรียมเรื่องขอมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อขอยกเว้นให้ กทม.สามารถเดินรถบีอาร์ที สายที่ 2 รวมถึงขั้นตอนการจัดประกวดราคาที่คาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย. และดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าปลายปีหน้าจะแล้วเสร็จ
นายธีระชน กล่าวว่า เดิม กทม.วางแผนเส้นทางรถบีอาร์ทีสายที่ 2 เพื่อรองรับข้าราชการและประชาชนที่จะมาติดต่อราชการที่ศูนย์ราชการ ซึ่งคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 76,000 คน/วัน รวมทั้ง กทม.มีแผนที่จะก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงในพื้นที่ศูนย์ราชการด้วย แต่เนื่องจากมีปัญหาขัดข้องเรื่องของพื้นที่ ประกอบกับเทศบาลเมืองปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร้องขอมาที่ กทม.ให้มีการขยายเส้นทางรถบีอาร์ที เข้าไปในพื้นที่ จ.นนทบุรี และบริษัท บางกอกแลนด์ ยินดีที่จะจัดพื้นที่ในการสร้างสถานีบริเวณลานคอนกรีตริมทะเลสาบเมืองทองธานี และพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง เนื้อที่ 7 ไร่
ทั้งนี้ เพื่อขยายเส้นทางรถบีอาร์ที เข้าไปในเมืองทองธานี ซึ่งจะช่วยรองรับประชาชนที่จะใช้บริการได้เพิ่มขึ้น กว่า 110,000 คน/วัน และลดปริมาณรถยนต์ส่วนตัวที่วิ่งบนถนนแจ้งวัฒนะได้ 33,000 คัน/วัน ซึ่ง กทม.ไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการขยายเส้นทางมาถึงเมืองทองธานี เพื่อเกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย
นายธีระชน กล่าวว่า เมื่อมีการขยายเส้นทางเพิ่ม จะทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น 1,800 ล้านบาท ซึ่งคณะผู้บริหาร กทม.จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภากทม. เพื่อของบเพิ่มเติมอีก 100 กว่าล้านบาท หรือประมาณ 10% ส่วนผลตอบแทนการลงทุนจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้นอยู่ระหว่างให้สำนักการจราจรและขนส่งและบริษัทที่ปรึกษา ทำการศึกษาเพิ่มเติม
ส่วนโครงการรถบีอาร์ทีสายแรก จากช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร ที่มีความล่าช้าเพราะถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบการทุจริตฮั้วประมูลจัดซื้อรถบีอาร์ทีอยู่นั้น รองผู้ว่าฯกทม. ยืนยันว่า จะสามารถเปิดวิ่งบริการได้ในวันที่ 15 พ.ค. 2553 อย่างแน่นอน โดยที่ไม่ต้องรอการตรวจสอบของดีเอสไอ ซึ่งหากดีเอสไอตัดสินว่าฮั้วประมูล กทม.ก็จะดำเนินการยกเลิกสัญญากับเอกชน แต่หากไม่ผิดก็อาจนำรถที่จัดซื้อในโครงการแรกมาวิ่งให้บริการในสายที่ 2 หรือใช้วิ่งในเส้นทางแรก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร กทม.ได้เสนอขอสภา กทม.ให้ทำการว่าจ้างบริษัทกรุงเทพธนาคม ในฐานะบริษัทลูกของ กทม.เป็นผู้จัดการเดินรถบีอาร์ทีแล้ว ซึ่งรายละเอียดคงจะมีการพิจารณาอีกครั้ง
ด้านนายอนันต์ กล่าวว่า บางกอกแลนด์อยากได้โครงการบีอาร์ที เข้ามาวิ่งในโครงการเมืองทองธานีเพื่อจะได้เชื่อมโยงกับระบบจราจรภายในและกับจ.นนทบุรี ซึ่งจะเพิ่มปริมาณผู้โดยสารให้กับบีอาร์ที เฉพาะของเมืองทองธานีนั้นจะมีผู้มาเยี่ยมชมสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬาหรืองานแสดงสินค้า ถึงประมาณปีละ15-20 ล้านคน ไม่รวมกับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โครงการประมาณ 1 แสนคนกับอีก2หมื่นคนที่ทำงานในนี้เช่นกัน
“ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ทางการเงินบริษัทดีขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะแทบจะไม่มีหนี้สินแล้ว ขณะที่ทรัพย์สินโครงการก็มีอยู่กว่า 3 0,000 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตจะลงทุนทำศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พร้อมมี Sky Walk เชื่อมโยงจุดต่างๆ มีปาร์คแอนด์ไรด์รองรับปริมาณรถ 1 0,000 คัน และที่ดีอีกอย่างคือระบบไฟฟ้าของโครงการอยู่ใต้ดินหมดทำให้การเข้ามาวิ่งรถบีอาร์ทีจะสะดวกมากไม่มีอุปสรรค” นายอนันต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอนันต์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังว่า การให้กทม.เข้ามาก่อสร้างสถานีและศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการบีอาร์ทีนี้นั้น กทม.จะต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ดำเนินการ ไม่ได้ฟรี เพราะถือว่า กทม.จะได้รับประโยชน์จาก ปริมาณผู้โดยสารในโครงการที่มีป้อนให้



