ข่าว

คปท.นำมวลชนยึด!'ดีเอสไอ'แล้ว

คปท.นำมวลชนยึด!'ดีเอสไอ'แล้ว

23 ธ.ค. 2556

'คปท.'นำมวลชนบุกปิดล้อมดีเอสไอ ก่อนออกพ้นพท.ประกาศ 26 ธ.ค.นี้มาอีก ด้าน'ธาริต'เดือด!เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม'นิติธร-อัญชะลี'บุกรุกสถานที่ราชการ

                 23 ธ.ค.56 เมื่อเวลา 12.20 น. น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) เดินทางมาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทยอยเดินทางมาชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าอาคารดีเอสไอ เพื่อทวงถามการทำหน้าที่ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กรณีการออกหมายเรียกดำเนินคดีกับแกนนำและอายัดบัญชี จำนวน 2 ล็อต รวม 38 ราย โดยหลังเดินทางมาถึงเพียง 10 นาที ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมถอนร่นห่างจากแนวกั้นรั้วลวดหนามที่มีตำรวจตั้งแผงประจำการอยู่ด้านหลัง จากนั้นได้ให้ผู้ชุมนุมชายนำกรรไกรไปตัดลวดเพื่อนำแผงกั้นรั้วออกและให้ผู้ชุมนุมช่วยกันยกแผงรั้วออกก่อนที่จะให้ผู้ชุมนุมเข้าไปปักหลักล้อมบริเวณรอบอาคารดีเอสไอ และขับไล่กดดันตำรวจให้ถอนกำลังออกนอกพื้นที่ทั้งหมด เหลือเพียงกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของดีเอสไอเท่านั้น  

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมสามารถเข้ายึดพื้นที่โดยรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนหนึ่งยังขึ้นไปบริเวณโถงชั้นล่างและชั้น 1 ของอาคาร โดยยังไม่มีการทำลายข้าวของ พร้อมกันนี้ผู้ชุมนุมยังได้นำถุงพลาสติกมาคลุมที่กล้องวงจรปิดด้านหน้าทางเข้าดีเอสไอ ขณะที่ กล้องบางตัวผู้ชุมนุมได้หันกล้องออกเพื่อไม่ให้บันทึกภาพผู้ชุมนุมได้ ทั้งนี้ หลังเข้าไปในพื้นที่ดีเอสไอผู้ชุมนุมพยายามถามหานายธาริต แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า นายธาริตไม่อยู่ในอาคาร  อย่างไรก็ตาม แกนนำได้นำรถปราศรัยมาจอดบริเวณด้านล่างอาคาร และนำภาพวาดใบหน้านายธาริตขนาดใหญ่มาตั้งไว้ 2 ภาพ ก่อนที่จะมีผู้ชุมนุมหลายคนต่อคิวนำรองเท้ามาขว้างปาด้วยความโกรธแค้นไปที่รูปดังกล่าว   

               ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำโดยน.ส.อัญชะลี และนายนิติล้ำเหลือ แกนนำเครือข่าวนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ที่เดินทางมาปิดล้อมอาคารดีเอสไอได้ทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ดีเอสไอ เพื่อกลับไปปักหลักชุมนุมในที่ตั้ง โดยได้ถอนกำลังผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ทั้งหมดโดยไม่ได้มีการปิดล็อคอาคารดีเอสไอ เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะที่ ชุดปฏิบัติการพิเศษของดีเอสไอได้เข้าไปสำรวจความเสียหาย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้ ระหว่างการปิดล้อมผู้ชุมนุมได้เข้าไปเดินสำรวจภายในอาคารดีเอสไอ โดยการ์ดอนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้ามาใช้ห้องน้ำบริเวณ ชั้น 1 จนถึง ชั้น 3 แต่ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปภายในสำนักคดีต่าง ๆ ต่อมาผู้สื่อข่าวประจำดีเอสไอได้รับแจ้งว่า มีโน๊ตบุ๊กได้หายไป 1 เครื่อง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า เป็นของตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจกล่าวหาว่าผู้สื่อข่าวใส่ร้ายผู้ชุมนุม ทำให้มีการเข้ามาต่อว่าผู้สื่อข่าวด้วยถ้อยคำรุนแรงเป็นระยะ ผู้สื่อข่าวเกรงว่า จะเกิดการกระทบกระทั่งจึงได้เคลื่อนย้ายออกมาอยู่นอกพื้นที่ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ระหว่างการปิดล้อมนำมวลชนเข้าไปในอาคารดีเอสไอปรากฏว่า ผู้ชุมนุมได้นำข้าวกล่อง ขนมและกาแฟที่เตรียมไว้สำหรับตำรวจรวมถึงผู้สื่อข่าวไปรับประทานโดยระบุว่า เป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งผู้ชุมนุมประกาศจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกแกนนำ 17 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

               ด้านนายธาริต เปิดเผยผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ ชุมนุมทางการเมือง ว่า ดีเอสไอได้กำหนดแยกสำนวนคดีออกเป็น 38 สำนวน ตามผู้ต้องหาทั้ง 38 คน โดยมุ่งเน้นการสอบสวนไปที่พฤติกรรมของการกระทำความผิดในลักษณะต่อเนื่องเกี่ยวพัน เชื่อมโยงกันมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิด แล้วแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งพยานหลักฐานมีความชัดเจนเพียงพอต่อการแจ้งข้อหาทั้ง 38 คน ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานโดยเฉพาะหลักฐานความเคลื่อนไหวทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดปรากฏว่า มีกลุ่มคนได้กระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งและมีแนวโน้มจะกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องดังกล่าวดีเอสไอยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอจึงได้ประสานงานกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เพื่อดำเนินการเอาผิดต่อไป

             

 

"ธาริต"เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม"นิติธร-อัญชะลี"บุกรุกสถานที่ราชการ

               

                เมื่อเวลา 16.00 น. นายธาริต เปิดเผยว่า จากการประเมินพบว่า กลุ่ม กปปส.นำโดยนายนิติธร และน.ส.อัญชะลี ไพรีรัก กับพวก พร้อมผู้ชุมนุม จำนวนประมาณ 2,000 คน ได้บุกเข้ามาบริเวณกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกลุ่มผู้ชุมนุม จำนวนประมาณ 200 คน ได้บุกเข้ามาภายใน ตัวอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามปรามแล้ว จนเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาอาคาร และได้เข้ามาบริเวณชั้น1 และ ชั้น 2 รื้อค้นทรัพย์สินบางส่วน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของทางราชการสูญหาย จำนวน 2 เครื่อง และไมโครโฟนของนักข่าวช่อง 3 ซึ่งวางไว้ได้สูญหายไปเช่นกัน โดยดีเอสไอได้บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด หลังจากนี้จะได้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกสถานที่ราชการ และลักทรัพย์ของทางราชการ โดยเฉพาะแกนนำ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความกับตำรวจ เพราะถือเป็น ส่วนหนึ่งของความผิดในการก่อม็อบ ซึ่งดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษอยู่แล้ว

 

 

 "โฆษกอัยการ"ระบุ"ดีเอสไอ"ยังไม่ขอยื่นถอนประกัน "เจ๊ปอง" นำม็อบบุกดีเอสไอ

                

               นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณี น.ส.อัญชะลี หนึ่งในแกนนำ กปปส. และจำเลยคดีกลุ่มพันธมิตรฯ บุกสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2553 นำมวลชนกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)ไปที่ตึกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถ.แจ้งวัฒนะ จะเข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวของศาลอาญาหรือไม่ ว่า ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุด ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่จะขอให้อัยการสำนักงานคดีอาญา ผู้รับผิดชอบคดีกลุ่มพธม. ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว น.ส.อัญชะลี หรือไม่

               นายนันทศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากดีเอสไอ ประสานมาทางอัยการเพื่อจะให้ดำเนินการยื่นคำร้องเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจริง อัยการก็จะต้องตรวจสอบและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนว่าจะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขสัญญาประกันของศาลหรือไม่

 

กปปส.ถอนกำลังหน้าสน.ดินแดง-ชุมพลลั่นตามทุกจุดรับสมัคร


             เมื่อเวลา 16.30 น. ที่หน้าสน.ดินแดง นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวให้ผู้ชุมนุมทยอยออกจากพื้นที่รอบสน.ดินแดง หลังจากที่กกต.ได้ปิดรับสมัครผู้สมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ วันแรกแล้ว ทั้งนี้ขอให้ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่หน้าศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อปักหลักค้างคืนต่อเนื่องไปจนกว่าจะครบวันรับสมัคร สส. ตามที่ กกต. กำหนด นอกจากนั้นจะขยายพื้นที่ปิดล้อมทางเข้า-ออกด้านหลังศูนย์เยาวชนฯ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าพื้นที่รับสมัคร และหาก กกต. ย้ายสถานที่รับสมัครไปจุดอื่น ตนพร้อมแกนนำจะนำมวลชนตามไปทุกที่ อย่างไรก็ตามภารกิจรอบนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต    ทั้งนี้ผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินเท้าออกจากพื้นที่ไปอย่างสงบ


สถานทูตสหรัฐฯปัดข่าวขึ้นแบล็กลิสต์กปปส.

             นายวอลเตอร์ เอ็ม. บราวโนห์เลอร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์เครือเนชั่น โดยได้ปฏิเสธข่าวขึ้นแบล็กลิสต์แกนนำ กปปส. ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด