
'อาชีพอิสระ'หนาว!สรรพากรจ้องฟัน
'สรรพากร' เร่งศึกษาขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หลังพบหลายกลุ่มอาชีพรายได้ถึงเกณฑ์แต่หลบเลี่ยง ทั้งแม่ค้าพ่อค้า-หมอ-ครูโรงเรียนกวดวิชา-ตัวแทนนายหน้าขายประกัน
23 ธ.ค. 56 นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรกำลังพิจารณาขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมผู้มีรายในกลุ่มอาชีพอื่นๆ นอกเหนือจากที่มีผู้ยื่นแบบในปัจจุบัน 10 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้อิสระ และที่ยังไม่เข้ามาอยู่ในระบบทั้งที่ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์หรือตั้งใจจะหลบเลี่ยงภาษี เพื่อเตรียมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป
สำหรับกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่น กลุ่มแม่ค้า-พ่อค้า ร้านอาหารตามตลาดนัด ตลาดสด ซึ่งปัจจุบันบางแห่งได้เสียเงินในรูปแบบค่าธรรมเนียม โดยมีเทศกิจเป็นผู้จัดเก็บเป็นรายวัน ซึ่งกลุ่มนี้ยอมรับว่าค่อนข้างยากเพราะต้องพิจารณาด้วยว่ามีที่ค้าขายเป็นหลักแหล่งอย่างไรและเจ้าหน้าที่สรรพากรเองอาจจะเข้าไม่ถึงคนกลุ่มนี้ จึงอาจต้องหาวิธีประเมินเพื่อจัดเก็บภาษีที่ต่างจากการยื่นแบบปกติ
นอกจากนั้นยังมีกลุ่มแพทย์ ที่อาจมีกรอบรายได้ในการยื่นเสียภาษีไม่ครบถ้วน เพราะหากพิจารณาดูการให้บริการของโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบัน พบว่าทำหน้าที่เหมือนกับอาพาร์ตเมนต์ในการให้เช่าบริการทางการแพทย์ ทั้งห้องผู้ป่วย เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องผ่าตัด เพื่อจ่ายให้แพทย์ผู้มารักษา แต่โรงพยาบาลเหมือนกับทำหน้าที่จำหน่ายยารักษาโรคเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นการทำสัญญาระหว่างหมอกับโรงพยาบาล จึงต้องศึกษาแนวทางดูว่าจะเก็บภาษีจากกลุ่มแพทย์อย่างไร นอกจากนั้นยังมีการตั้งคณะบุคคลขึ้นมากระจายการเสียภาษีออกไปให้ต่ำกว่าความเป็นจริงด้วย โดยการแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าวยังไม่ผ่านสภาทำให้ปีนี้กรมจะเข้มงวดในการตรวจสอบการยื่นแบบของกลุ่มอาชีพนี้เป็นพิเศษ
นายสุทธิชัยกล่าวอีกว่า กลุ่มที่กรมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือกลุ่มอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนกวดวิชา ที่นับว่าเป็นกลุ่มมีรายได้สูงและพยายามจะเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีแต่ก็ถูกคัดค้านมาโดย เพราะปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการประกอบธุรกิจด้านการศึกษา ตามกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ
“การสอนในโรงเรียนกวดวิชาบางแห่งใช้วิดีโอจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง เพื่อส่งไปเปิดตามโรงเรียนกวดวิชาต่างจังหวัดด้วยซ้ำ กรมจึงจะเข้าไปดูส่วนของรายได้ของอาจารย์กวดวิชาแทนที่จะดูจากตัวสถาบันกวดวิชาว่ามีการแจ้งเสียภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ คิดว่าในส่วนนี้น่าทำได้จริงในปีหน้าหลังจากที่กรมพยายามมานาน” นายสุทธิชัยกล่าวและว่า ยังมีกลุ่มตัวแทนนายหน้าขายประกัน แม้ว่าได้จดทะเบียนเป็นคณะบุคคล แต่หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ยังมีผู้หลีกเลี่ยงด้วยแนวทางต่างๆ จึงต้องหาแนวทางดูแลให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายอมรับว่ายังมีการหลบเลี่ยงภาษีกันอยู่มาก ถ้าเราต้องการปฏิรูปประเทศ การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยในส่วนของผู้ที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษีนั้นต่อไปควรบังคับใช้โทษทางอาญาด้วยเพื่อให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เพราะที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่จะสิ้นสุดแค่คดีแพ่งเท่านั้น
------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



