
ศาลนักการเมืองฯยกคำร้องพท.ที่ให้ดำเนินคดีอาญาปปช.ทั้งคณะ
ศาลฎีกานักการเมือง ยกคำร้อง "เชาวริน - ส.ส.เพื่อไทย 135 คน" ดำเนินคดีอาญา ปปช.ทั้งคณะ กล่าวหา สั่งคดีไม่ชอบธรรม "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ผิดวินัยร้ายแรง สมัยนั่งเก้าอี้ปลัดยุติธรรม สั่งระงับดำเนินคดี อดีตกรมบังคับคดี ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมขายที่ดินทอดตลาดปี
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 18 มิ.ย.52 เวลา 12.00น. นายเอกชัย ชินณพงศ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำที่ อม.6/2552 มีคำสั่งยกคำร้อง ที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวม 135 คน ขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ดำเนินคดีอาญานายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และ ปปช. รวม 9 คน ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 157
โดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวบรวมรายชื่อยื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 18 มี.ค.52 กล่าวหา ปปช. ว่า สั่งคดีไม่ชอบธรรม ในการตั้งข้อกล่าวหาและมีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายบัณฑิต รชตะนันท์ ผู้พิพากษาอาวุโส ว่า สมัยที่ดำรงตำแหน่งปลัด และรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของราชการ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 84 วรรคสอง
กรณีสั่งระงับเรื่องไม่ให้ดำเนินคดีกับนายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี และนายมานิตย์ สุธาพร อดีตรองอธิบดีกรมบังคับคดี ที่ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย จากการที่ทั้งสอง มีคำสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมการขายทอดตาลด 70 ล้านบาท ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ขายที่ดิน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้บริษัท โมเดิร์นโฮม จำกัด (มหาชน) จำนวน 897 ล้านบาท เมื่อปี 2542 โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบังคับคดีก่อน ร้อยละ 5 ตามกฎหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 318 และ 319
ทั้งนี้ นายเอกชัย ชินณพงศ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เจ้าของสำนวน และผู้พิพากษาองค์คณะทั้ง 9 คน พิจารณาคำร้องของ ร.ต.ท.เชาวริน กับพวก แล้วเห็นว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูลความผิด จึงให้ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ ร.ต.ท.เชาวริน ผู้ร้อง และ ปปช. ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งแต่อย่างใด ศาลจึงงดการเปิดบัลลังก์อ่านคำสั่ง โดยจะทำการปิดประกาศคำสั่ง ณ ศาลฎีกา และลงประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่ ปปช. มีมติชี้มูลวินัยร้ายแรงกับนายสมชาย และนายบัณฑิต เมื่อวันที่ 16 ต.ค.51 แล้ว ได้ส่งสำนวนการสอบสวนส่วนของนายสมชาย ให้ อ.กพ.กระทรวงแรงงาน พิจารณาลงโทษนายสมชาย ย้อนหลัง โดยเหตุที่ส่งให้กระทรวงแรงงานพิจารณา เนื่องจากตำแหน่งราชการสุดท้ายที่นายสมชาย ปฏิบัติหน้าที่คือ ปลัดกระทรวงแรงงาน หลังจากที่ปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมานานถึง 7 ปี
ส่วนของนายบัณฑิต ผู้พิพากษาอาวุโส และนายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน ผู้พิพากษาอาวุโสศาลแพ่งธนบุรี อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี ซึ่ง ปปช.ได้ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.50 นั้น ได้ส่งให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) พิจารณาโทษ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ อนุ กต.
โดยการพิจารณาโทษนั้น ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ระบุให้ต้องยึดสำนวนการสอบสวน ของ ปปช. ซึ่งมีโทษถึงปลดออกจากราชการ



