
เผชิญแรงหนุน-ไล่ภายใต้เกม'สุเทพ
กงล้อประวัติศาสตร์สองพี่น้อง เผชิญแรงหนุน-ไล่ภายใต้เกม'สุเทพ' : สมัชชา หุ่นสาระรายงาน
"สู้เข้าไปอย่าได้ถอย..." เป็นท่อนฮุกในเพลงสำคัญซึ่งคนไทยยามนี้ได้ยินพร้อมกับเสียงนกหวีด และภาพของชายวัย 64 ปีที่ชูสองแขน-ฉีกยิ้มเพื่อปลุกเร้า "มวลมหาประชาชน" ในการต่อสู้เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ และวันที่ 22 ธันวาคม 2556 อาจจะเป็นอีกหนึ่งวันในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ใครหลายคนต้องระลึกถึง ไม่ว่าในเเง่มุมใดๆ ก็ตาม
ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างประวัติศาสตร์นักการเมืองสตรีหน้าใหม่ที่ใช้เวลาหาเสียง 49 วัน ในการก้าวเข้ามารับตำเเหน่งนายกฯ คนที่ 28 เเห่งสยามประเทศ เเต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ในฐานะคนการเมืองรุ่นลายครามที่ใช้เวลาค่อนชีวิตคลุกคลีกับสังคมการเมือง โดยกำนันท่าสะท้อน ผ่านร้อน-ผ่านหนาวมาแล้วหลายเพลา ในการดำเนินการทางการเมืองท่ามกลางสารพัดคดี และเสียงเยาะเย้ยที่เข้ามาพัวพันในชีวิตของชายวัย 64 ปีว่าจะก่อม็อบไล่รัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ ภาพเมืองหลวงในวันนี้อาจเป็นคำตอบในบางมุมได้บ้าง
วันนี้เสียงตะโกน "ออกไปๆ" ประกอบกับมือตบ-เสียงนกหวีดในเมืองหลวงและบางส่วนในต่างจังหวัดท่ามกลางเสียงเชียร์ "นายกฯ สู้ๆ" ตัดสลับกันเป็นระยะๆ ในโสตประสาทการรับรู้ของนายกฯ หญิง เพราะภาพมวลชนหลายชีวิตลงมาชุมนุมบนถนนหลากสายทั่ว กทม. แม้กระทั่งการปิดล้อมบ้านของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 แบบเนืองแน่น เพื่อร่วมต่อสู้กับนายสุเทพในการตั้งสภาปฏิรูปประเทศและขับไล่ระบอบทักษิณก่อนที่จะมีการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดย กปปส.ต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกจากการรักษาการนายกฯ เพื่อตั้งนายกฯ คนกลาง ก่อนที่จะมีการตั้งสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่
ข้อเสนอต่างๆ ของนายกฯ หญิง ใช่ว่าจะไร้ซึ่งหลักการและเหตุผล แต่มันมาช้ากว่ากาลที่มันรุดหน้าไปมากกว่าแนวทางของ สร.1 เสียเเล้ว แม้ว่านายกฯ คนที่ 28 จะเหนือกว่าพี่ชายที่มี นปช.เป็นฐานในการต่อสู้ แต่นายกฯ หญิงคราวนี้ยอมถอยสุดซอยในทุกเงื่อนไขของกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ที่ไล่บี้กันจนแทบหมดทางเดิน และอาศัยบทเดียวกับพี่ชายที่เคยใช้เมื่อหลายปีก่อน คือ "เมื่อเจ้าเพลี่ยงพล้ำ เจ้าจงกลับไปหามวลชน" สิ่งที่สังคมรับรู้ยามนี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับคืนสู่ถิ่นฐานอันเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยคือภาคเหนือและอีสานนั้น อาจเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้นายกฯ หญิงพอจะมีแรงฮึดขึ้นมา
แต่ในความเป็นจริงบางด้าน กระแสข่าวลือว่า นายกฯ หญิงนึกสู้-นึกถอยเป็นระยะๆ จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังมิรู้เลยว่า ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในคราวนี้จะมีชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงสมัครหรือไม่ และหากมีชื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ปรากฏในบัญชีรายชื่อเเล้วไซร้...นายกฯ คนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อการปฏิรูปประเทศจะยังเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์อีกหรือเปล่า...เพราะเกมการเมืองคราวนี้มันบีบหัวใจยิ่งนัก เนื่องจากภาพการชุมนุมผ่านสัญญาณดิจิตอลที่แพร่ไปทั่วโลก โดยที่นายกฯ หญิงจับตาผ่านไอแพดบนรถไฟสายสันติเพื่อจับตามองภาพการชุมนุมที่หน้าบ้านพัก และคอยรับรายงานจากคนในบ้านนั้น มันสะท้อนบางสิ่งในจิตใจของคนบางคนซึ่งวันนี้หัวใจอาจบอบช้ำเพราะมีคนมาขับไล่...ไม่ว่าใครก็ต้องมีความรู้สึกแบบนี้
ฉะนั้นอาการ "ท้อใจ+ถอดใจ" มันสลับกับอาการ "อึด-ฮึด-สู้" ของนายกฯ คนที่28 ซึ่งเคยเป็นอดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ผู้นี้ยิ่งนัก เพราะการเมืองของสังคมไทยยามนี้มันไปไกลกว่าสิ่งที่ปรากฏในตำราและสังคมโลกก็อ่านหมากการเมืองไทยได้ลำบากเช่นกัน
ย้อนรอยประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยามภาวะปกติ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะคิดเกมใหม่เพื่อเป็นผู้กำหนดการเดินหมากชนิดที่คู่แข่งมิอาจชนะได้ ขณะเดียวกันความมั่นใจของคนไกลบ้าน+ความชะล่าใจในการอ่านจังหวะก้าวของฝ่ายตรงข้าม ก็ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพบภาวะเดินไม่ได้-ไปไม่เป็นได้เช่นกัน และภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างน้อยสามครั้งที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องพ่ายในเกมการเมืองก็มาจากน้ำมือของชายที่เคยเป็นเพื่อนที่ชื่อว่า "สุเทพ" และเค้าลางของนายกฯ หญิงในช่วงนี้ก็มิผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่พี่ชายเคยประสบเมื่อปี 2549 โดยเป็นการกุมเกมการต่อสู้ของชายที่มีนามว่า "สุเทพ" เหมือนเดิม
เพราะสามครั้งแล้วที่ระบอบทักษิณโดนขับไล่ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ตั้งเเต่ "ทักษิณ-สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์-ยิ่งลักษณ์" เพราะ 1.เมื่อหลายปีก่อนชายที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณต้องสวมวิญญาณนกขมิ้นออนทัวร์ต่างจังหวัดหลังประกาศยุบสภา โดยอ้างการตระเวนตรวจราชการในต่างจังหวัดและออกลูกอ้อน "ผมถูกรังแก.."
เพราะมวลชนในเมืองหลวงยามนั้นร่วมชุมนุมกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ลุกฮือขึ้นมาขับไล่ระบอบทักษิณ ต่อมาช่วงเวลาหนึ่งในการล็อบบี้พรรคการเมืองลงเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 สุเทพเคยเดินไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณมาแล้วที่บ้านพิษณุโลก แต่การเจรจาคราวนั้นไม่สำเร็จ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549,
2.ต่อมาคือการตั้งรัฐบาลใหม่หลังพรรคพลังประชาชนโดนยุบพรรค สุเทพ คือคีย์แมนที่ไปชักชวนเครือข่ายระบอบทักษิณมาตั้งรัฐบาลผสมที่มีนายกฯ ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ 3.คราวนี้คือการขับไล่รัฐบาลน้องสาว
การก่อการชุมนุมในคราวนี้อดีตกำนันท่าสะท้อนทำอะไรที่หมิ่นเหม่ และลดคะแนนนิยมของตัวเองไปในหลายช่วงที่ผ่านมากับข้อเสนอที่มิอาจเป็นไปได้ แต่จนแล้วจนรอด สุเทพก็สามารถดันทุรังและกุมเกมไว้ในมือได้เสมอ จนพรรคเพื่อไทยต้องตามแก้เกมกันแบบวันต่อวัน
...เพราะยามนี้มวลมหาประชาชนของลุงกำนัน-พรรคประชาธิปัตย์-บางพรรคการเมือง-หลายแขนงในสังคมไทยมีปฏิกิริยาไร้สัญญาณตอบรับจากสิ่งที่นายกฯ หญิงสื่อความออกมา และสามารถออกมาร่วมขับไล่กับลุงกำนันได้เสมอตามอาณัติสัญญาณ วันนี้คำตอบอาจอยู่ในใจชายสูงวัยคนนี้ว่าสัมฤทธิผลหรือไม่ และต้องวัดใจว่านายกฯ หญิง ยังจะขี่ม้าขาวและสวมถุงมือกำมะหยี่ในกำปั้นเหล็กนำทัพพรรคเพื่อไทยต่อไป
การเมืองไทยต้องดูกันไปแบบใจระทึกว่า นายกฯ หญิง-ลุงกำนัน ใครจะอดทนได้นานกว่ากันนั้น...ต้องจับตาแบบวันต่อวัน..
..................................
(หมายเหตุ : กงล้อประวัติศาสตร์สองพี่น้อง เผชิญแรงหนุน-ไล่ภายใต้เกม'สุเทพ' : สมัชชา หุ่นสาระรายงาน)



