ข่าว

รักษ์ไทยให้'นุ่ง ห่ม จับ จีบ'

รักษ์ไทยให้'นุ่ง ห่ม จับ จีบ'

23 ธ.ค. 2556

รักษ์ไทยให้'นุ่ง ห่ม จับ จีบ' : ไลฟ์สไตล์

 
 
 
          เพื่อสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการให้คนไทยมีชุดประจำชาติไว้สวมใส่ในโอกาสต่างๆ ทั้งยังเป็นการเผยแพร่คุณค่าของผ้าไทยและเอกลักษณ์การแต่งกายไทยที่ใช้ผ้าเพียงผืนเดียว สามารถนำมานุ่ง ห่ม จับ จีบ จนกลายเป็นชุดที่มีความประณีตงดงาม และมีเสน่ห์ ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า ได้จัดทำ ปฏิทินชาร์ป ปี 2557 ชุด “นุ่ง ห่ม จับ จีบ” ที่นำเสนอลวดลายของผ้าอันงดงามวิจิตรบรรจง รวมถึงรูปแบบและขั้นตอนวิธีการแต่งกายไทยอันทรงคุณค่าโดยละเอียด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสืบสานเอกลักษณ์การแต่งกายไทยและผ้าไทย 
 
          เรวดี เอี่ยมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดในการจัดทำปฏิทินชุดนี้ กล่าวว่า เน้นเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยและการแต่งกายของไทยให้ทุกคนได้ชื่นชมและสามารถนำไปประยุกต์สวมใส่ได้ จึงไม่ได้มีเพียงรายละเอียดความรู้เรื่องผ้า รูปแบบชุดกาลเทศะที่คนไทยสมัยก่อนใช้สวมใส่ หากแต่ยังมีความสวยงามของผ้าไทยและประกอบด้วยขั้นตอนวิธีการแต่งกายละเอียดชัดเจน เพื่อให้บุคคลทั่วไปที่สนใจสามารถนุ่งตามได้ง่าย
 
          ทั้งนี้ ได้มีการจัดส่งปฏิทินชาร์ป 2557 ชุดดังกล่าวให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าการแต่งกายของไทยในอดีต ภายในเล่มมีตัวอย่างการแต่งกายแบบต่างๆ เช่น การ ห่ม...ผ้าแถบปล่อยชาย เป็นการห่มผ้าแถบแบบดั้งเดิมของผู้หญิงไทยทุกชนชั้น เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน และกิจวัตรประจำวันที่ต้องดูแลงานบ้านงานเรือน การห่มผ้าแถบนั้นจะใช้ผ้าผืนยาวหน้าแคบมาพันรอบอกอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องกลัดหรือเย็บ ทว่ามีความแน่นหนาและสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกสบาย แต่ได้มีการประยุกต์ให้มีความสวยงามอ่อนช้อยมากขึ้นเป็นการห่มผ้าแถบปล่อยชาย หากเป็นหญิงสาวชาวบ้าน ชายผ้าแถบจะใช้ประโยชน์ในการซับหน้าซับเหงื่อขณะทำงานได้อย่างดี
 
          รูปแบบการแต่งกายของไทย ยังสามารถประยุกต์ใส่ได้ในงานสำคัญต่างๆ ในปัจจุบัน อาทิ ห่ม..สะพัก ที่เจ้าสาวมักใช้สวมใส่ในงานหมั้น โดยนุ่ง..จีบหน้านาง หรือ นุ่ง..หางไหล เข้าชุดกัน เป็นรูปแบบการแต่งกายที่สะท้อนให้เห็นความประณีตบรรจงของสตรีไทยในอดีต โดยการห่มสะพักนั้นหมายถึงการห่มผ้าทับลงไปบนผ้าสไบอีกชั้นหนึ่ง หรือห่มผ้าทับลงไปบนเสื้อ ซึ่งผ้าชิ้นที่ไม่สัมผัสโดนผิวนี้จะเรียกว่าผ้าสะพัก ทั่วไปแล้วผู้หญิงชาววังฝ่ายในจะห่มสะพักเมื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีที่ต้องมีการแต่งกายเต็มยศเท่านั้น ส่วนแขกที่เข้าร่วมงานพิธี ก็อาจจะห่ม..แพรสะพาย คู่กับ นุ่ง..ซิ่น ให้สวยงาม ดูทันสมัย โดยปรับให้เข้ากับกาลสมัย
 
          ไม่เพียงแต่การสร้างสรรค์รูปแบบการนุ่ง ห่ม จับ จีบผ้ามาเป็นเครื่องนุ่งห่มเท่านั้น การดูแลรักษาเครื่องนุ่งห่มก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันน่ายกย่องของคนรุ่นก่อน ดังเช่นการดูแลรักษาผ้าไหมของหญิงชาววังที่จะนำผ้ามาซักด้วยน้ำมะพร้าวหนึ่งครั้งก่อนจะซักในน้ำสะอาด ซึ่งจะทำให้ผ้าไหมมีความนุ่มเนียน สวมใส่สบาย และคงทนใช้ได้นาน