
เกม'ยื้อ'ของรัฐบาล'เด็กเลี้ยงแกะ'
เกม'ยื้อ'ของรัฐบาล'เด็กเลี้ยงแกะ' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
ต้องบอกว่าวันนี้ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" พามวลชนเดินมาได้ไกลกว่าที่หลายคน ซึ่งน่าจะรวมถึงตัวสุเทพเองเคยคิด แต่คำ
ถามคือ วันนี้รัฐบาล "ตระหนักรู้" ในข้อเท็จจริงนี้แล้วหรือยัง
เริ่มจากเย็นวันที่ 31 ตุลาคม ที่นายสุเทพ "เป่านกหวีด" เรียกชุมนุมวันแรกที่สถานีรถไฟสามเสน โดยมี "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง" เป็นตัว "เรียกแขก" แล้วฝ่ายรัฐบาลเติมเชื้อเพลิงเข้าไปด้วยการ "ลักหลับ" ลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.นี้ในวาระ 2-3 ในช่วงตี 4 วันนั้นเอง
ฝ่ายรัฐบาล "ปรามาส" ว่าความเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะไม่ถึงขั้น "ล้ม" รัฐบาลได้ และยืนยันจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป
ยังไม่ทันที่ร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายชัดเจนว่า "เพื่อทักษิณ" จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา กระแสคัดค้านมีมากขึ้น มีกลุ่มวิชาชีพ สถาบันการศึกษาต่างๆออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านนิรโทษกรรมที่จะครอบคลุมไปถึง "คดีทุจริตคอร์รัปชั่น" ด้วย จนในที่สุดรัฐบาลต้องยอม "ถอยสุดซอย" จากที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เป็นเรื่องของรัฐสภา สุดท้าย "นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ต้องยอมออกมาแถลงว่าหากวุฒิสภาคว่ำร่างกฎหมายนี้ ก็จะไม่มีการหยิบร่างกฎหมายนี้มาพิจารณาอีก
แต่ดูเหมือนว่าการออกมาของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย จะ "ช้าเกินไป"
กระแสความไม่พอใจในรัฐบาลไม่หยุดเพียงแค่นั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะพูดจะบอกอย่างไร คนก็ไม่เชื่อ อารมณ์ผู้คนยัง "คุกรุ่น" จนกระทั่งฝ่ายรัฐบาล "เติมเชื้อไฟ" เข้าไปให้มวลชนอีกครั้ง ด้วยการประกาศ "ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ" ที่วินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ว่าขัดรัฐธรรมนูญ
และนั่นเป็นจุดที่นายสุเทพ นำมาเป็น "ตัวตั้ง" ในเหตุผลที่จะนำมวลชน "ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์" ที่สุเทพบอกว่า เป็น "ระบอบทักษิณ"
รัฐบาลปล่อยให้ "อารมณ์" มวลชนที่ต้องการ "ขับไล่" รัฐบาลพัฒนามากขึ้นๆ จนไปถึงจุดที่ไม่สามารถ "หยุด" อารมณ์มวลชนได้
รัฐบาลยอมยุบสภา เมื่อสถานการณ์ "จนมุม" เมื่อเช้าวันที่ 9 ธันวาคม ในขณะที่ "มวลมหาประชาชน" กำลังเดินทางมาร่วมชุมนุมตามที่นายสุเทพนัดแนะ แต่การประกาศ "ยุบสภา" ก็ไม่สามารถยับยั้งการออกมาของมวลชนในวันนั้นได้
รัฐบาลยังเชื่อว่า หลังจากรัฐบาลยุบสภาแล้วมวลชนจะ "หยุด" เพื่อไปสู่สนามเลือกตั้ง แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินสายเชื้อเชิญประชาชนมาชุมนุมของนายสุเทพ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา คือ 19-20 ธันวาคม น่าจะสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้รัฐบาลพอสมควร ซึ่งก็เห็นได้ชัดจากการออกมาแถลงข่าวของนายกฯ เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ที่เสนอให้มีการมาร่วมลงสัตยาบันว่า ภายหลังการเลือกตั้ง จะให้มีการตั้ง "สภาปฏิรูปประเทศไทย" ขึ้นทันที
นายสุเทพ นัดชุมนุมใหญ่เพื่อ "ไล่ยิ่งลักษณ์" ในวันนี้ (22 ธ.ค.) ซึ่งคาดกันว่าจะมีประชาชนออกมาร่วมแสดงพลังมากกว่าเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่คนออกมามากกว่าเมื่อ 24 พฤศจิกายน ที่ถนนราชดำเนิน
ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพยายาม "ยื้อ" เพื่อให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งนานวัน ความเป็นไปได้ที่จะมีการเลือกตั้งในวันนั้นก็ยิ่งน้อยลงๆ
ก่อนหน้านี้มีหลายภาคส่วนที่ออกมาเสนอให้ฝ่ายการเมืองมาหาทางออกร่วมกัน โดยไม่นำ "การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์" มาเป็นเงื่อนไข เพราะเชื่อว่า หากฝ่ายการเมืองเห็นแล้วว่า การเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้เมืองไทยออกจากความขัดแย้งไปได้ ตรงกันข้ามอาจจะยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น ก็ควรจะหาหนทางใหม่
จนล่าสุด กกต. ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง ออกมาแสดงความห่วงใยว่า หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก็ไม่มั่นใจว่าจะเกิดความเรียบร้อย ตรงกันข้ามอาจเกิดความวุ่นวาย อาจมีประชาชนจำนวนมากไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง
แต่รัฐบาลก็ยังยึด "กรอบกฎหมาย" อยู่เหมือนเดิม นั่นคือ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
มีเสียงท้วงติงว่า เมื่อวันที่มีผู้เสนอให้นายกฯ ขอพระราชทานร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. คืน ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าไม่มีช่องกฎหมายให้ทำได้ แต่สุดท้ายนายกฯ ก็ทำได้
จึงทำให้รัฐบาลถูกมองว่า การ "กอด" อยู่กับ "ข้อกฎหมาย" ของรัฐบาล เป็นไปเพื่อ "ยื้อ" เวลาไปให้ถึงวันเลือกตั้งเท่านั้น
พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่า หากมีการเลือกตั้ง พวกเขาก็จะชนะเลือกตั้ง แม้เสียงจะลดลงบ้างก็ตาม และอีกอย่างที่ทำให้พรรคเพื่อไทยกล้าที่จะ "ยื้อ" เวลาออกไป ไม่ว่า "มวลมหาประชาชน" จะออกมามากขนาดไหน คือ 1.นายสุเทพ ย้ำตลอดว่าจะเคลื่อนไหวอย่างสันติอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง จึงไม่น่ากลัว 2.มั่นใจว่า "กองทัพ" จะไม่กล้าไปเลือกข้าง "มวลมหาประชาชน"
ช่วงก่อนที่นายกฯ จะตัดสินใจยุบสภา ก็ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ไปหารือจัดเวทีร่วมกับทุกๆ ฝ่ายเพื่อหาทางออก และนายพงศ์เทพได้มอบหมายต่อ ให้ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำเนินการในเรื่องนี้ โดยอ้างว่านายกิตติพงษ์ ซึ่งเป็นอดีตคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีความเชี่ยวชาญในการจัดเวทีทำนองนี้
การประกาศจะจัดเวทีดังกล่าวของรัฐบาล ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า จะเหมือนกับเวที "ปฏิรูปการเมือง" ที่รัฐบาลพยายามจะทำก่อนหน้านี้หรือไม่(ที่มอบหมายให้นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นแม่งาน) ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้รับการยอมรับ และต้องยุติบทบาทไป
มีรายงานข่าวว่า นายกิตติพงษ์ ไม่ค่อยแฮปปี้กับภารกิจดังกล่าวเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ในที่สุดทางรัฐบาลก็ไม่ได้สานต่อในการจัดเวทีดังกล่าว และเปลี่ยนมามอบหมายให้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีเชิญฝ่ายต่างๆ มาร่วมหาทางออก ซึ่งคนที่มาร่วมเวทีส่วนใหญ่ก็คือคนที่คิดเห็นไปในทางเดียวกับรัฐบาล
การ "ยื้อ" ล่าสุดของรัฐบาล คือ ก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะแถลงว่า ไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ "ชิงแถลง" เสนอให้พรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมลงสัตยาบันว่า ภายหลังการเลือกตั้ง จะให้มีการตั้ง "สภาปฏิรูปประเทศไทย" ขึ้นทันที โดยให้มีตัวแทนจากสาขาวิชาชีพ สถาบัน และองค์กรต่างๆ โดยให้มีวาระทำงานไม่เกิน 2 ปี
ชัดเจนว่าเป็นการ "ชิงไหวชิงพริบ" ทางการเมืองของแท้ เช่นเดียวกับเมื่อวันที่นายกฯ ประกาศยุบสภาในเช้าวันที่มวลชนกำลังออกจากบ้าน
เป็นการ "ยอม" หลังจาก "จนมุม"
ก่อนหน้านั้นเมื่อถามคนพรรคเพื่อไทยว่า ทำไมไม่เสนอ "ตุ๊กตา" เรื่องปฏิรูปประเทศไทยออกมาให้เป็นรูปธรรม คนพรรคเพื่อไทย บอกว่า "ไม่ได้หรอก เราทำเองไม่ได้"
แต่เมื่อสถานการณ์ "จวนตัว" ก็ยอมทำ เพื่อที่จะยื้อเวลาออกไป เช่นเดียวกับที่รัฐบาลเคยทำมาเมื่อตอนที่เผชิญสถานการณ์ช่วงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ปัญหา คือ การประกาศข้อเสนอในตอนนี้ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะ "สายเกินไปหรือไม่" และเอาเข้าจริง เสียงเรียกร้องที่มีออกมาจากหลายภาคส่วน นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุม คือ ต้องการให้มีการ "เลื่อน" การเลือกตั้งออกไปก่อน
ตอนนี้ไม่ว่ารัฐบาลจะบอกอย่างไร จะพูดอย่างไร ดูเหมือนจะไม่ได้รับความเชื่อถือ ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำที่ผ่านมาของรัฐบาลที่ถูกมองว่า "เชื่อไม่ได้" นั่นเอง จึงไม่แปลกที่มวลชนที่ออกมาคัดค้านรัฐบาลจะต้องการเห็น "การปฏิบัติ" อย่างเป็น "รูปธรรม" ของรัฐบาล มากกว่าจะรอโอกาสหน้า
ช่างเหมือน วิบากกรรมของ "เด็กเลี้ยงแกะ" แท้ๆ !!
....................................
(หมายเหตุ : เกม'ยื้อ'ของรัฐบาล'เด็กเลี้ยงแกะ' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



