
ท่อน้ำเลี้ยง...'ครัวราชดำเนิน'
ท่อน้ำเลี้ยง...'ครัวราชดำเนิน' : รายงาน
หนึ่งในปัจจัยใช้วัดว่าม็อบไหนจะอยู่ยืดเยื้อหรือไม่ต้องดูลึกๆ ลงไปยังท่อน้ำเลี้ยง โดยเฉพาะ “โรงครัว”
หากมีการระดมพล แล้วแจกเพียงน้ำหรือข้าวกล่องธรรมดา ไม่มีการตั้งเต็นท์ทำอาหาร แสดงว่านโยบายม็อบนั้นไม่ยืดเยื้อ ประมาณว่าเช้าเริ่มจบเย็น
แต่ถ้าลงเสา กางเต็นท์ ตั้งเตา จัดหม้อ กระทะ ตะหลิว อุปกรณ์ยังชีพพร้อม แสดงว่ามีค้างคืนและเตรียมอยู่ยาว
ผู้เชี่ยวชาญโรงครัวม็อบให้ข้อมูลว่า อาหารที่แจกให้ผู้ร่วมชุมนุมแบ่งเป็น 2 แบบคือ “ข้าวกล่อง” กับ “ข้าวตัก” หากสั่งข้าวกล่องเมนู หมู ไก่ ทั่วไปราคา 25-30 บาท ถ้าเป็นซีฟู้ดปลาหมึกหรือกุ้งเพิ่มเป็น 40 บาท แถมโปะไข่ดาวหรือไข่เจียวบวกอีก 5 บาท
แต่ถ้ามีการตั้งเต็นท์โรงครัว หมายถึง “ข้าวตัก” การจัดการอาหารต้องเปลี่ยนรูปแบบเน้นไปที่สั่งซื้ออาหารสด วัตถุดิบราคาถูกและได้ปริมาณเยอะ
ส่วนใหญ่ถ้าจัดม็อบแถวราชดำเนินต้องสั่งที่ตลาดสดแถวโบ๊เบ๊ เนื้อหมู ผัก เครื่องแกงครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถมาส่งให้ถึงเต็นท์โรงครัวเลย
ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นวิเคราะห์ต่อว่า ค่าใช้จ่ายหากคิดเป็นรายหัว จะตกวันละประมาณ 50-100 บาท ถ้ามีผู้เข้าร่วม 1 แสนคน หมายถึงไม่ต่ำกว่าวันละ 5 ล้านบาท !!
สำหรับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของโรงครัว "ม็อบสุเทพ" เริ่มตั้งแต่สถานีรถไฟสามเสนเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เกือบ 2 เดือนแล้ว คาดว่าแต่ละวันต้องควักกระเป๋าไม่น้อยกว่าหลักล้านบาท โดยเฉพาะวันระดมมวลมหาประชาชน มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคนขึ้นไป อาจต้องจ่ายหนักถึงหลักสิบล้านบาท
เชื่อว่าภายใน 2 เดือนนี้ "กปปส." ควักจ่ายค่าโรงครัวราชดำเนินไปด้วยจำนวนเงินหลักร้อยล้านบาทขึ้นไป
ช่วงแรกของการเริ่มชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสนนั้น มีการเปิดซุ้มครัวสุเทพแจกจ่ายอาหารใต้รสจัด ผู้ชุมนุมกล่าวขานว่าอร่อยได้ใจ แม่ครัวใจถึง “ไม่งก” ใส่เครื่องแกงใต้และเนื้อสัตว์แบบไม่อั้น เมื่อเคลื่อนทัพย้ายมาถนนราชดำเนิน เริ่มมีซุ้มติดป้ายชื่อผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ เปิดทำอาหารแจกจ่ายเพิ่มเติม
ภายในโรงครัวใหญ่ที่กระจายอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 เต็นท์ จะมีบรรดาเชฟกระทะเหล็กซึ่งเป็นพ่อครัว แม่ครัว และอาสาสมัคร มาจากปักษ์ใต้ และจังหวัดต่างๆ ประจำเต็นท์ละไม่ต่ำกว่า 10 คน หมุนเวียนกันไปเกือบ 24 ชั่วโมง
เพราะนอกจากอาหาร 3 มื้อแล้ว ยังต้องทำข้าวกล่องส่งไปเลี้ยงมวลชนที่เดินเป่านกหวีดตามท้องถนนต่างๆ แถมต้องมีข้าวต้มหมูสับรอบดึก กินให้ท้องอุ่นก่อนนอนด้วย และช่วงเวลาที่แม่ครัวรับมือหนักสุดคือ อาหารมื้อเย็น ซึ่งทุกคนหลั่งไหลมาเตรียมฟังกำนันสุเทพขึ้นเวที
ส่วนวันชุมนุมใหญ่ ตัวแทนเขต หรือ ส.ส และ ส.ก. จะส่งร้านอาหารชื่อดัง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ กว่า 300 ร้าน เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของทีมโรงครัว เช่น ขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ
กล่าวกันถึงเมนูเด็ด หรอยจังฮู้ของเครือข่ายครัวราชดำเนินซึ่งมีหลากหลายมาก แต่ที่บรรดาแฟนคลับ กำนันสุเทพ ภูมิใจเสนอและเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถึงคือ "ครัวสุราษฎร์"
ครัวแห่งนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จัดทำเสบียงอาหารไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนติดอกติดใจกันมาแล้ว พอมาตั้งครัวที่ราชดำเนิน คนก็รู้จักข้าวแกงปักษ์ใต้มากขึ้น
แกงส้ม คั่วกลิ้ง กะเพราไก่ ผัดผัก พะแนงไก่ แกงไก่ พะโล้ น้ำพริกกะปิ ปลาทอด ฯลฯ เปิดให้บริการตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยงคืน รอบเช้ามีข้าวต้ม ชา กาแฟ รอบเที่ยงและเย็นเป็นข้าวแกง และปิดท้ายด้วยข้าวต้มรอบดึก วันธรรมดาหุงข้าววันละ 15 หม้อไฟฟ้าใบใหญ่ วันเสาร์-อาทิตย์ 20 หม้อ อาหารสดสั่งตรงจากตลาดไท ส่วนพริกแกงส่งตรงมาจากสุราษฎร์ฯ
สำหรับแฟนคลับที่เป็นชาวมุสลิม 'ครัวมีนบุรี' มาพร้อมกับเมนูฮาลาลบริการอิ่มไม่อั้นทั้งวันทั้งคืน ไก่กระเทียม ข้าวไข่เจียวโหระพา เป็นสุดยอดจานเด็ดที่พี่น้องเรียกหาทุกวัน
'น้องกิ๊บ' จุฑารัตน์ แซ่ตัน แม่งานใหญ่บอกว่า ครัวมีนบุรีเริ่มต้นมาจากจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2554 แต่ละวันจ่ายอาหารไม่ต่ำกว่า 6,000-8,000 กล่อง
เช่นเดียวกับ 'ครัวภูเก็ตค้านสุดซอย' สำหรับผู้นิยมอาหารเส้น ครัวแห่งนี้จะมีผัดหมี่ฮกเกี้ยน สลับกับผัดหมี่โคราช ที่พ่อครัวบรรจงปรุงรสได้อย่างลงตัว และมีให้ลองลิ้มชิมรสกันทุกวัน
"พยนต์ ภิรมย์พร้อม" ให้สัมภาษณ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์ บอกเล่าที่มาของครัวชื่อขัดใจใครบางคนว่า เกิดขึ้นจากความคิดของเพื่อนชาวโคราชและชาวภูเก็ตที่ต้องการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ใครๆ เรียกว่า พ.ร.บ.สุดซอย แต่ละวันจะทำอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุมประมาณ 4,000-5,000 กล่อง
แม้ว่าตอนเริ่มม็อบใหม่ๆ ทีมโรงครัวราชดำเนินจะไม่ได้เปิดรับบริจาคเงิน เพราะมีท่อน้ำเลี้ยงจากผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ช่วยๆ กันลงขัน แต่พอผ่านไปหลายอาทิตย์ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แกนนำต้องสั่งเปิดบัญชีระดมเงินสำหรับค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
บัญชีแรกเป็นบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อของ “น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” สาขาสำนักรัชโยธิน เลขที่ 111-4-28128-5 โดยเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน มีการประกาศยอดจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคมากถึง 6.9 ล้านบาท ภายใน 11 วันเท่านั้น ทั้งเงินเข้าบัญชีและมอบให้โดยตรงต่อเจ้าหน้าที่ด้านหลังเวที
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จากพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุในช่วงนั้นว่า แกนนำม็อบมีเงินปริศนาเข้ามาสนับสนุนวันละ 2 ล้านบาท
จากนั้นไม่นานได้มีการเปิดบัญชีใหม่ชื่อ “ครัวราชดำเนิน” ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 111-3-92498-7 เป็นกระแสรายวันแทน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินที่ผู้บริจาคโอนเข้ามา แต่มีผู้สนับสนุนหลายรายนำสลิปการโอนเงินเข้าชื่อบัญชีนี้มาโพสต์ลงในหน้าเฟซบุ๊ก เชื่อว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ถูก "ดีเอสไอ" สั่งอายัดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา
เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไม่ได้ “แกนนำ กปปส.” จึงวางแผนแก้เกมขอรับบริจาคเป็นเงินสดแทน เพื่อส่งต่อให้โรงครัวที่ยังทำอาหารแจกจ่ายมวลชนต่อเนื่องทุกวัน
เมื่อเย็นวันที่ 19 ธันวาคม หลังพามวลชนเดินทางไปกินข้าวเที่ยงย่านสุขุมวิท กำนันสุเทพ ประกาศว่าได้เงินสดมาทั้งสิ้น 543,830 บาท แบ่งเป็นเงินที่ได้จากการใส่กล่องบริจาค 348,510 บาท ที่เหลือยัดใส่มือบอกให้เอาไปเป็นค่ากับข้าวอีก 195,320 บาท
ยิ่งเดินยิ่งรวย วันถัดมา กำนันสุเทพเดินผ่านย่านเยาวราชกับสีลม ได้เงินสดมาเติมอีกกว่า 8 แสนบาท
คงต้องรอดูว่า "ดีเอสไอ" จะใช้มาตรการอะไรมาสกัดท่อน้ำเลี้ยงของ “ครัวราชดำเนิน” อีก !!
....................................
(หมายเหตุ : ท่อน้ำเลี้ยง...'ครัวราชดำเนิน' : รายงาน)



