
อินไซด์ยุติธรรม:ประจำวันที่22ธ.ค.2556
อินไซด์ยุติธรรม:ประจำวันที่22ธ.ค.2556
** ตรวจรับไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการเช่าใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) 200 ชุด เพื่อนำร่องใช้คุมพฤติกรรมของเยาวชนที่กระทำความผิดอาญา ไม่ให้ต้องเสียโอกาสถูกส่งเข้ารับการฝึกในสถานพินิจ ตั้งเป้าใช้กับเด็กแว้นก่อคดีจราจร ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และความผิดทางเพศ แต่ศาลยังไม่สั่งใช้เครื่องมือ ระบบจึงยังไม่ได้ทดลองใช้งานจริงขณะที่เงินค่าเช่าเริ่มจ่ายไปแล้ว "กิตติพัฒน์ เดชะพหุล" ผอ.สำนักทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ จึงเสนอไอเดียไปยัง "รื่นวดี สุวรรณมงคล" อธิบดีกรมคุมประพฤติว่า ในช่วงที่ยังไม่มีลูกค้าเด็กกรมราชทัณฑ์มีลูกค้าหลายช่วงอายุพร้อมในมือไม่ต่ำกว่า 4,000 คนต่อเดือน ที่เข้าเกณฑ์พักการลงโทษ ปล่อยก่อนกำหนด จึงถือเป็นโอกาสเปิดให้นำ "อีเอ็ม" มาทดลองควบคุมไม่ให้นักโทษที่เข้าเกณฑ์พักโทษออกนอกพื้นที่ที่กำหนด และห้ามเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งทั้งหมดสั่งควบคุมได้ด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์
**23 ธ.ค.นี้ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดี "สุเทพ" จัดม็อบก่อกบฏ เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกแกนนำแถว 2 นักวิชาการ หรืออดีตส.ส. ที่ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกปั่น ส่วนพนักงานสอบสวนที่เป็นตัวหลักรับผิดชอบสำนวนคดี คือ "พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ" ก่อนหน้านี้เคยรับหน้าเสื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฟซบุ๊กกดไลค์ กดแชร์ ภาพตัดต่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์กับป้ายจุดชมวิวสัตว์ป่ากรุยบุรี ทำเอาดีเอสไอถูกเป่านกหวีดสรรเสริญจนขี้หูไหล
** "พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ" อดีตมือปราบแชร์ลูกโซ่ เห็นข่าวการใช้ ม.24 ของพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ สั่งอายัดเงินของ 18 แกนนำ กปปส.แล้วคันไม้คันมือ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การจะอายัดบัญชีเงินฝากใครสักคน อย่างน้อยต้องมีหลักฐานพอสมควรว่ามีธุรกรรมเป็นพิรุธน่าสงสัย เช่น พบกระแสเงินไหลเข้าผิดปกติ เงินเข้าปุ๊บถอนเงินสดออกทันที หลักการคือตรวจก่อนยึด ไม่ใช่ยึดก่อนตรวจสอบทีหลัง **



