ข่าว

ไทยจ่อแชมป์ซีเกมส์95ทองนำห่าง

ไทยจ่อแชมป์ซีเกมส์95ทองนำห่าง

21 ธ.ค. 2556

'กกท.'มั่นใจทัพไทยแชมป์ซีเกมส์ ขณะที่ 'พม่า' โวพิธีปิดจะยิ่งใหญ่อีก ค่ำนี้เชียร์บอลลุ้นไทยคว้าทอง 'ซิโก้'ส่งทัพใหญ่ ดวลอิเหนา

              การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สรุปเหรียญล่าสุดเมื่อเวลา 12.00น. ไทย 95 ทอง 89  เงิน 74 ทองแดง พม่า 74 ทอง 56 เงิน 73 ทองแดง เวียดนาม 67 ทอง 75 เงิน 79 ทองแดง

 

"กกท." มั่นใจทัพไทยเจ้าทอง


              เรืออากาศเอกหญิงอุษณีย์ วงษาลังการ ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า จากการติดตามผลงานของนักกีฬาไทยถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะเป็นเจ้ากีฬาสากลหลายชนิด อาทิ กรีฑา จักรยาน วินด์เซิร์ฟ  ฟุตบอล วอลเลย์บอล ส่วนกีฬาพื้นบ้านก็ทำผลงานได้น่าพอใจเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเหรียญรางวัลตอนนี้แล้วไทยน่าจะเป็นเจ้าเหรียญทองแน่นอน แม้เวียดนามจะมีโววีนัมให้ชิงชัยอีกกว่า 10 เหรียญแต่ไม่น่าจะทันแล้ว ส่วนพม่าที่เป็นคู่แข่งสำคัญกีฬาที่มีลุ้นเหรียญทองเป็นกอบเป็นกำทยอยแข่งจบไปแล้ว เหลือเพียงเรือยาวประเพณีเท่านั้น แต่ไทยยังมีกีฬาประเภททีมอย่างวอลเลย์บอล ฟุตบอล มวย เทควันโดที่มีโอกาสได้หลายเหรียญ

 

"พม่า" โวพิธีปิดจะยิ่งใหญ่อีก


              ขิ่น หม่อง ลวิน เลขาธิการร่วมในคณะกรรมการโอลิมปิกของพม่า กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้ของพม่า ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แม้ผิดหวังนิดหน่อยเรื่องจำนวนเหรียญ โดยเฉพาะปันจักสีลัตที่ทำผลงานไม่เข้าเป้า แต่ได้รับคำชมเรื่องจัดการแข่งขันได้ดี โดยเฉพาะพิธีเปิดการแข่งขันที่จัดได้ยิ่งใหญ่ และจะทำให้ดีอีกครั้งในพิธีปิด ที่จะได้รับชมกันในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ส่วนภาพรวมโดยทั่วไปถือว่าน่าพอใจประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ สิ่งใดที่มีปัญหาก็พยายามแก้ให้ผ่านพ้นไปได้ อย่างไรก็ตาม แม้ภาพโดยรวมจะจัดได้ดี แต่ยอมรับว่าเสียดายทีมฟุตบอลที่พลาดโอกาสเข้าชิงชนะเลิศทั้งทีมชายและทีมหญิง

 

ค่ำนี้เชียร์บอลลุ้นไทยคว้าทอง


              ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลไทย ที่มีคิวลงสนามนัดสำคัญ เตะรอบชิงชนะเลิศ ศึกลูกหนังซีเกมส์ ครั้งที่ 27 "เนปิดอว์เกมส์" ที่ประเทศพม่า ที่จะพบกับ "อิเหนา" อินโดนีเซีย ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ที่สนามเซยาร์ทริรี กรุงเนปิดอว์ เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง ททบ.5 ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ นำลูกทีมฝึกซ้อมที่สนามเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (2) โดยเน้นการยืดเส้นยืดสายเพียงเบาๆ หลังจากเพิ่งลงเล่นรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งกุนซือจอมตีลังกา ที่ลุ้นทำสถิติเป็นคนไทยรายที่ 3 ที่คว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ทั้งขณะเป็นผู้เล่นและเป็นโค้ช ต่อจาก ยรรยงค์ ณ หนองคาย ที่ได้แชมป์ตอนเป็นนักเตะเมื่อปี 2508 และเป็นโค้ชในปี 2526 กับ "เฮงซัง" วิทยา เลาหกุล ที่สมัยเป็นผู้เล่นได้เหรียญทอง 2 ครั้งในปี 2518 และ 2528 ก่อนเป็นโค้ชพาทีมได้แชมป์ในปี 2540 เผยว่าไม่ใช่งานง่าย และยอมรับว่านักเตะไทยมีความกดดันมากกว่า
 
              “เราเคยเอาชนะอินโดฯ มาได้ในรอบแรก 4-1 ดังนั้นเกมนี้เราจึงไม่สามารถแพ้ได้เพราะเป็นเกมที่มีความสำคัญมากกว่า ซึ่งผมยังหวังว่านักเตะทุกคนจะต้องการย้ำแค้นอีกครั้งเพราะนั่นจะทำให้เรามีฟอร์มการเล่นที่ดี แต่ก็ไม่อยากให้นักเตะเล่นประมาท ดังนั้นจึงต้องเล่นอย่างรัดกุมที่สุดซึ่งเชื่อว่านักเตะไทยจะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้”
 
              ส่วนความพร้อมของทีมชาติไทย ที่รอบรองชนะเลิศ ชนะ สิงคโปร์ 1-0 จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ที่บาดเจ็บยาว ส่วน ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ชาริล ชัปปุยส์ ต้องเช็กความฟิตอีกครั้ง แต่คาดว่าไม่น่ามีปัญหา อย่างไรก็ตามข่าวดี ปกเกล้า อนันต์ กองกลางตัวเก่ง หายเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครติดโทษแบนแม้แต่คนเดียว
 
              สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, แบ็กขวา อาทิตย์ ดาวสว่าง, แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน, คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สกลวัชร์ สกลหล้า กับ ประวีณวัช บุญยงค์, กองกลาง ชาริล ชัปปุยส์, ปกเกล้า อนันต์ และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ส่วน 3 ประสานในแดนหน้า ประกอบไปด้วย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ศราวุฒิ มาสุข และอดิศักดิ์ ไกรษร
 
              ด้าน อินโดนีเซีย ของ ราห์หมัด ดาร์มาวาน ผ่านรอบรองชนะเลิศมาได้ ด้วยการชนะจุดโทษ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย 5-4 และเกมนี้เตรียมขนชุดใหญ่ลงสนามเช่นกัน นำโดย เดดี คุซนานดา, แอนทริ ไอโบ, ดิเอโก ร็อบบี มิเชล, แอนดิค เวอร์มานชาห์
 
              สำหรับทั้ง 2 ทีม เคยพบกันในรอบแรก ปรากฏว่า ทีมชาติไทย ถล่ม อินโดนีเซีย 4-1 โดยสถิติที่เคยพบกันในศึกซีเกมส์ เจอกันรวม 17 ครั้ง ปรากฏว่า ไทย ชนะ 12 เสมอ 2 และแพ้ 3 ยิงได้ 50 ประตู เสีย 21 ประตู ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 มาเลเซีย พบ สิงคโปร์
 
              ทั้งนี้ ทีมชาติไทย หากสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ จะได้รับเงินอัดฉีดจากสมาคมฟุตบอล 5 ล้านบาท ตามที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ว่าที่นายกสมาคม เคยรับปากไว้ ยังไม่รวมกับเงินอัดฉีดในแต่ละเกมที่ผ่านมา ซึ่งได้อยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท ทำให้นักเตะไทยจะได้รับเงินรวมกันประมาณ 6.8 ล้านบาท หากคว้าแชมป์มาครองสำเร็จ