ข่าว

ปรากฏการณ์'ปากกา-กระดาษ'

ปรากฏการณ์'ปากกา-กระดาษ'

22 ธ.ค. 2556

ปรากฏการณ์'ปากกา-กระดาษ'ปลุกสำนึกสังคมในเกาหลีใต้ : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : ที่มาข้อมูล โคเรียไทมส์ ฮันกยอเรห์

                   สองสัปดาห์มาแล้วที่คำถามสารทุกข์สุกดิบพื้นๆ หรือเพื่อทักทายว่า "คุณสบายดีหรือ" บนป้ายกระดาษที่นักศึกษาคนหนึ่งในมหาวิทยาลัยเกาหลี ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นำไปแปะที่กระดานข่าวใกล้กับตึกคณะเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม จุดกระแสตื่นตัวในกลุ่มนักศึกษาให้หันมามองสภาพสังคมที่พวกเขาเคยละเลย เพราะพะวงกับเกรดและอนาคตการงานท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด และกลายเป็นปรากฏการณ์ทั่วประเทศในเวลารวดเร็วอย่างไม่คาดคิด

                   ความน่าสนใจนอกจากอะไรคือความห่วงกังวลของคนรุ่นใหม่ในประเทศที่มีอัตราเติบโตเศรษฐกิจรุดหน้า และการเมืองมั่นคงอย่างเกาหลีใต้แล้ว ยังน่าสนใจที่ว่าเหตุใดการประท้วงด้วยวิธีย้อนยุคผ่านกระดาษ ปากกาและกระดานข่าว จึงได้รับการขานรับไปทั่วในประเทศที่รู้จักกันดีว่าเป็นสังคมไร้สายมากที่สุดในโลก

                    คนต้นเรื่องคือ นายจู ฮยอน-วู นักศึกษาปีที่ 4 เอกบริหารธุรกิจ ไปแปะกระดาษข้อความขนาดใหญ่ชื่อ "พวกคุณสบายดีไหม" ซึ่งน่าจะเป็นกระดาษข้อความธรรมดาหลายร้อยชิ้นที่เขียนด้วยลายมือ ที่มีมากเสียจนไม่น่าที่นักศึกษาจะหยุดอ่าน แต่เนื้อความในโปสเตอร์กลับโดนใจ

                    "ผมแค่อยากถามทุกคน สบายดีกันไหม คุณโอเคใช่ไหมที่ไม่สนใจปัญหาสังคม เพราะไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณกำลังหลบซ่อนอยู่หรือหาเหตุผลรองรับการนิ่งเฉยของคุณ โดยอ้างว่าไม่สนใจการเมือง"

                      ประเด็นสังคมที่นายจู เอ่ยถึงก็คือประเด็นโต้เถียงกันมากที่สุดในเกาหลีใต้ เรื่องของการปลดคนงานรถไฟกว่า 4,000 คนที่เป็นสมาชิกสหภาพ หลังจากผละงานประท้วงแผนแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  เรื่องอื้อฉาวเจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (เอ็นไอเอส) แทรกแซงการเลือกตั้งด้วยการเข้าไปแสดงความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปั่นกระแสต่อต้านพรรคฝ่ายค้านและสนับสนุนผู้สมัครจากพรรครัฐบาล ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว

                    ซึ่งนายจู ระบุว่าขณะที่มีเรื่องอื้อฉาวอย่างไม่เคยปรากฏ ผมสงสัยว่านี่มันศตวรรษที่ 21 จริงๆ หรือ เมื่อ ส.ส.หญิงคนหนึ่งที่มีสิทธิดำเนินมาตรการถอดถอนประธานาธิบดีได้ กลับจะถูกขับออกจากรัฐสภาเพียงเพราะเธอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกเพราะเรื่องอื้อฉาวนี้"

                    อีกกรณีที่นักศึกษาคนนี้เอ่ยถึง เป็นเรื่องที่ชาวบ้านในเมืองมีหยาง จ.คยองซังใต้ ต่อต้านการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงที่จะส่งไฟฟ้าให้คนในโซลที่อยู่ห่างไกลนับสามร้อยกิโลเมตรเป็นหลัก ชาวบ้านกังวลปัญหาสุขภาพและไม่ต้องการย้ายออกจากที่ทำกิน ล่าสุด มีชาวบ้านคนหนึ่งดื่มยาพิษฆ่าตัวตายเพราะหมดหวังที่จะขัดขวาง

                    เมื่อมีคนนำแผ่นป้ายของนายจูไปโพสต์ทางอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าเพื่อนร่วมสถาบันขานรับ มาเขียนตอบคำถามว่า "พวกเราไม่ได้กำลังสบายดี" กระดาษข้อความหลายสิบใบถูกนำไปแปะที่ข้างรั้วและตามป้ายประกาศทั่วสถาบัน โดยมากก็แสดงความคับข้องใจกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และความเป็นจริงของสังคมมากกว่าปัญหาที่นายจูเอ่ยถึง

                     จากนั้นไม่กี่วัน โปสเตอร์ลักษณะเดียวกันนี้ก็แพร่ขยายไปยังหลายสถาบันทั่วประเทศ และเมื่อมีการเปิดเพจเฟซบุ๊กในชื่อเดียวกัน ก็มีผู้เข้าไปกดไลค์กว่า 2.6 แสนคนแล้ว (ถึงวันศุกร์) มีการโพสต์ภาพถ่ายโปสเตอร์ที่พวกเขาเขียน และที่สุด ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ครอบคลุมทั่วทุกภาค ทุกอายุ ชนชั้น พนักงานออฟฟิศ และแม่บ้าน ตลอดจนนักเรียนมัธยม ที่หยิบปากกาขึ้นมาเขียนวิจารณ์สถานการณ์บ้านเมือง จนถึงเรื่องการศึกษา

                     แม้แต่ จอง ฮยอน นักร้องดังแห่งบอยแบนด์ SHINee ก็ยังใช้คำถาม สบายดีไหม เป็นภาพประจำตัวบนทวิตเตอร์ จุดประเด็นถกเถียงทันทีระหว่างแฟนพันธุ์แท้ กับสมาชิกในชุมนุมออนไลน์หัวอนุรักษ์

                     นายจู กล่าวว่า ไม่ได้เริ่มทำสิ่งนี้เพื่อเป้าหมายการเมือง แค่รู้สึกอยากกระตุ้นสำนึกของเพื่อนร่วมวัย 20 เศษ ที่ห่วงกังวลความมั่นคงส่วนตัวมากกว่าสังคมและความเป็นธรรม หลังจากอ่านบทความเกี่ยวกับชะตากรรมคนงานรถไฟราว 4,200 คน ต้องตกงานในวันเดียว เพียงเพราะผละงานประท้วงแผนแปรรูป เขาคิดว่าสาเหตุที่คนขานรับการประท้วงด้วยโปสเตอร์ เพราะว่ามันเป็นคำถามง่ายๆ ชวนคิด แล้วพวกเขาก็มีเหตุผลต่างๆ นานาที่จะตอบว่า ไม่ได้รู้สึกสบายใจเพราะเรื่องอะไร

                    แม้เป็นปรากฏการณ์ประท้วงที่ดูเหมือนใหม่ แต่หากย้อนหลังไปในทศวรรษที่ 80-90 สมัยที่เกาหลีใต้ยังอยู่ใต้การปกครองแบบเผด็จการที่กองทัพหนุนหลัง นี่คือวิธีการดั้งเดิมที่นักศึกษาในสมัยนั้น เคยใช้ในการแสดงความเห็นต่าง หรือเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง

                    แต่ก็แน่นอนว่ามีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะหากเข้าในเว็บบอร์ดของกลุ่มอนุรักษนิยม พวกเขาล้อคำถามของนายจูว่า จะให้สบายดีได้อย่างไรกันกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน ในเมื่อเกาหลีเหนือพร้อมโจมตีทุกเมื่อ

                    การเอ่ยถึงเกาหลีเหนือขึ้นมาในบริบทนี้ เป็นเพราะในเกาหลีใต้นั้น ฝ่ายเสรีนิยมหรือก้าวหน้ามักถูกมองเป็นกลุ่มเข้าข้างเกาหลีเหนือ

                    บางคนถึงกับเรียกนายจู เป็นคอมมิวนิสต์อำพราง พยายามระดมคนเพื่อเป้าหมายอันตราย     

                    ขณะที่ ส.ส.จากพรรครัฐบาลคนหนึ่ง กล่าวว่า นักศึกษาเหล่านั้นขาดความรู้พื้นฐาน เอาแค่ประโยคแรกในโปสเตอร์ของนายจูก็ผิดแล้ว พนักงานรถไฟกว่า 4,000 คนไม่ได้ตกงาน แค่ถูกพักงานเท่านั้น และมีบางเรื่องที่ข้อมูลบิดเบือน ขณะพรรคฝ่ายค้านระบุว่าแทนที่จะตัดสินประชาชนว่าผิดหรือถูก ในฐานะ ส.ส.ไม่ควรลืมหน้าที่พื้นฐานในการอธิบายและหาคำตอบเวลาประชาชนมีคำถาม

                    นักวิชาการในเกาหลีพยายามอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่รัฐบาลประธานาธิบดีปัก กึนฮเย สื่อสารกับประชาชนน้อยเกินไป พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้คำนึงความต้องการของประชาชนนอกกลไกการเมืองอย่างเป็นทางการเท่าที่ควร  ประชาชนต้องก้าวออกมาร่วมกิจกรรมเพราะรู้สึกว่าไม่มีใครเป็นตัวแทน ขณะที่ในโลกออนไลน์ หากโพสต์อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเจอปฏิกิริยาตั้งแต่วิจารณ์จนถึงด่าทอ ขึ้นอยู่ความโน้มเอียงทางการเมือง 

                   ที่สำคัญ กระแสประท้วงด้วยโปสเตอร์ เป็นแรงกระเพื่อมมาจากความไม่ไว้ใจในโลกออนไลน์ หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวเอ็นไอเอส แทรกแซงการเลือกตั้งด้วยการปั่นกระแสในโลกออนไลน์  พวกเขารู้สึกว่าพื้นที่ออนไลน์โดยลำพังไม่พออีกต่อไปแล้ว จึงลองใช้วิธีแบบออฟไลน์ในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม  อินเทอร์เน็ตยังมีบทบาทมากอยู่ดี เพราะไม่เช่นนั้น ก็คงไม่แพร่ไปเร็วเช่นนี้ ซึ่งจะต้องดูกันต่อไปว่ากระแสเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใดได้หรือไม่ หรือจะเป็นปรากฏการณ์สั้นๆ ก่อนหายไปเมื่อมีเรื่องใหม่มาเบนความสนใจไปแทน

 

 

.........................

 

(ปรากฏการณ์'ปากกา-กระดาษ'ปลุกสำนึกสังคมในเกาหลีใต้ : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : ที่มาข้อมูล โคเรียไทมส์ ฮันกยอเรห์)