ข่าว

แบบฉบับที่ลงตัวของ'ฝ้าย-นภัทร'

แบบฉบับที่ลงตัวของ'ฝ้าย-นภัทร'

21 ธ.ค. 2556

ขอเวลานอก : แบบฉบับที่ลงตัวของ 'ฝ้าย-นภัทร' : เรื่อง กรรณิกา ใจจำนงค์/ ภาพ ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

 

                        "ตัวเองก็เข้าไปเรียนรู้ด้วยเช่นกัน มันทำให้ฝ้ายโตขึ้น เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เมื่อเรารู้เราก็จะได้บอกคนได้ แต่ถ้าเราไม่รู้แล้วให้คนอื่นทำให้ดีหรือไม่มันตอบไม่ได้"

 

                        กับธุรกิจน้ำมันของครอบครัวที่เห็นมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก จนเรียนรัฐศาสตร์การทูต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สาวรูปร่างเล็ก "ฝ้าย" นภัทร บุญตานนท์ ก้าวมานั่งเก้าอี้กรรมการบริหาร ดาษดา แกลเลอรี ปราจีนบุรี ได้อย่างภาคภูมิ ภายใต้ผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญอย่าง คุณลุง ดร.ปวเรศ บุญตานนท์ และ คุณแม่ สุวลี บุญตานนท์  ที่ให้คำแนะนำ ความรัก และความอบอุ่นเสมอมา

                        "ความจริงในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็ยังทำงานที่บริษัทน้ำมันอยู่ เพราะเป็นธุรกิจครอบครัว  แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาคุณลุงได้มาเปิดตัวที่ดาษดาแห่งนี้ เราก็มาช่วยกันและถือเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ซึ่งดาษดามาจากความชอบธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ ของทุกคนในบ้าน เมื่อเริ่มต้นแล้วเราก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ยิ่งเริ่มนับหนึ่งเราก็ยิ่งต้องศึกษาให้รู้ลึก รู้จริง ที่ไหนมีงานดอกไม้ที่โด่งดัง ก็เป็นต้องไปดูโดยเฉพาะที่เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่มีดอกไม้สวย เราไปกันบ่อยมากและได้เทคนิคต่างๆ มาปรับใช้กับสวนดอกไม้ของเราด้วย" สาวร่างเล็กเอื้อนเอ่ยถึงที่มาที่ไปหลังจากที่ทำให้เราแปลกใจกับภาพลักษณ์ภายนอกของเธอ ที่ยังดูเด็ก หน้าใส และน่ารัก ทั้งที่ปีนี้อายุกว่า 30 และแต่งงานกับนายตำรวจไปแล้ว

                        ด้วยบุคลิกที่ดูเรียบง่ายและเป็นกันเอง เธอเล่าถึงความเป็นตัวตนให้ฟังว่า เป็นคนง่ายๆ ตอนนี้ก็ทำงานมากหน่อย เต็ม 7 วัน พอถึงเย็นวันศุกร์ก็จะมาที่ดาษดา เพราะตอนนี้มีงานอีเว้นท์โชว์ดอกไม้ประจำปี คนในครอบครัวใครว่างก็จะมาช่วยกัน ล่าสุดน้องสาวเรียนจบปริญญาก็มาช่วยงานที่นี่แล้ว ถือว่าช่วยกันทำทุกอย่าง ด้วยตัวเธอเองนอกจากงานด้านบริหาร งานจัดดอกไม้ งานเบเกอรี่ และอื่นๆ ก็ต้องลงไปลุยด้วย

                        "ด้วยความที่เป็นผู้บริหารก่อนจะให้คนอื่นทำอะไร เราก็ต้องทำได้ซะก่อน ว่าแล้วอะไรที่ไม่รู้ก็ต้องไปเรียนรู้ อย่างเรื่องการจัดดอกไม้พอดีได้อาจารย์กอล์ฟมาช่วยรังสรรค์ความสวยงาม ก็ได้เรียนรู้การจัดดอกไม้จากอาจารย์นี้ล่ะสอนจัดดอกไม้ให้ แต่ก็ไม่ได้จัดเก่งสวยเริดนะ เพียงทำได้ตามเบสิก วันไหนคนน้อยหรือเจ้าหน้าที่ยุ่งๆ ฝ้ายก็มาช่วยจับ ช่วยจัด ซึ่งก็เป็นการผ่อนคลายได้อย่างดี โดยก็เลือกใช้ดอกไม้ในสวยที่เราปลูกเองอย่างกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส ดอกไฮเดรนเยีย ดอกเยอบีร่า ดอกหน้าวัว หรือดอกเบญจมาศ

                        ส่วนการจัดก็ใช้เทคนิคง่ายๆ อย่างวันนี้ที่ฝ้ายเตรียมมาจัดให้ดูก็เป็นแจกันทรงกลม ที่อาจารย์สอนไว้เพียงเริ่มจากหลักดอกเดียวสูงสุดตรงกลาง แล้วปักด้านฐานล่างสี่มุม จากนั้นก็ปักแซมๆ ให้ทั่วโดยเน้นการตัดก้านของดอกไม้ให้สั้นกว่าดอกหลักแล้วไล่ไปจนเต็มโอเอซิสเท่านี้ก็ได้แจกันดอกไม้เก๋ๆ แล้วค่ะ" ในขณะที่มือเลือกปักดอกไม้ปากก็เอื้อนเอ่ยให้ฟังอย่างไหลลื่น

                        เผลอแป๊บๆ แจกันดอกไม้ฝีมือของผู้บริหารแกลเลอรี่และรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติก็เสร็จเรียบร้อย ยืนยันกันว่าเรื่องจัดดอกไม้ไว้ประดับประดาในบริเวณต่างๆ โดยรอบนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นฝีมือของเธอคนนี้ด้วย "ความจริงในดาษดาที่มาดูเพราะคุณลุงเห็นว่าฝ้ายสนใจ จึงให้ไปศึกษาจากผู้ใหญ่แล้วไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์ ดูโรงเพาะชำของเขา ซึ่งก็ได้อิมพอร์ตผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานกับเราด้วย ถือเป็นการเรียนรู้กันและกัน และตัวฝ้ายเองก็เข้าไปเรียนรู้ด้วยเช่นกัน มันทำให้ฝ้ายโตขึ้น เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เมื่อเรารู้เราก็จะได้บอกคนได้ แต่ถ้าเราไม่รู้แล้วให้คนอื่นทำให้ดีหรือไม่มันตอบไม่ได้" หนึ่งในผู้หญิงยุคใหม่ที่สนุกกับการทำงานเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า

                        จากการเดินทางไปดูดอกไม้ยังที่ต่างๆ อีกหนึ่งที่ทำให้เธอเกิดความชอบและเริ่มสะสมเรื่อยมาคือ หนังสือดอกไม้ ที่มีรวมๆ เพียงยกมาให้ดูก็ 6 เล่มยังไม่รวมที่ตู้หนังสือในบ้านอีกมากมาย โดยเธอบอกว่าหนังสือเรื่องราวของดอกไม้เหล่านี้ สอนให้เธอรู้เรื่องของดอกไม้อย่างถึงแก่นไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติจริง รู้ว่าดอกไม้แต่ละชนิดต้องดูแลอย่างไร ต้องประคบประหงมมากหรือไม่ แต่ถ้าถามว่าเล่มโปรดที่สุดเป็นเล่มไหน ตอบไม่ได้เลยเพราะทุกเล่มสนใจหมด อ่านหมด ทุกเล่มเป็นการเติมเต็มความรู้ให้กับเธอจริงๆ

                        คุยกันแล้วทำเอาเราเองยังมึนกับความวุ่นในหน้าที่การงานของเธอ จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าแล้วว่างของตัวเองทำอะไร หรือมีเวลาอยู่ครอบครัวมากแค่ไหน เจ้าตัวบอกว่า คนในครอบครัวมาช่วยกันที่นี้ คนไหนว่างจากภาระกิจต่างๆ ก็มาที่รีสอร์ท อย่างแฟนพอว่างจากงานก็จะมาช่วยขายไอศกรีมในวันหยุด หรือคุณแม่ก็จะมาช่วยงานที่ด้านหน้า ส่วนคุณลุงเห็นอย่างนี้เป็นชะแว้บไปปลูกต้นไม้เสมอ หรือแม้กระทั่งน้องสาวก็มาช่วยที่เบเกอรี่ด้วย

                        "เราอยู่ด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ เจอหน้ากันคุยกันตลอด ทำอะไรได้ก็ช่วยๆ กัน อย่างเรื่องเบเกอรี่ฝ้ายก็ชอบทำ ถึงขนาดไปให้เพื่อนสอนทำให้เป็นเรื่องเป็นราว จนทำเค้กเรนโบว์ได้และให้ทุกคนชิมแล้วก็บอกเหมือนๆ กันว่าอร่อย นั่นเองจึงเริ่มทำมาขายที่ร้านเบเกอรี่ ซึ่งก็ขายได้เลยกลายเป็นความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบและได้งานไปพร้อมๆ กัน" ผู้บริหารรุ่นใหม่เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

                        เพียงเล่าให้ฟังเฉยๆ คงไม่ได้ว่าแล้วเราก็ชวนเธอครัวเพื่อปรุงเค้กให้ได้ชมและได้ชิม และระหว่างทางที่เดินไปครัวเบเกอรี่ผู้บริหารคนสวยก็แนะนำให้รู้จักคุณแม่และคุณลุง ที่กำลังคุยกันอยู่ ยิ่งเดินเข้าถึงครัวก็มีน้องสาวที่กำลังจัดเตรียมขนมให้พร้อมสรรพ แถมยังเพื่อนเลิฟอีกคนที่ลาออกจากงานประจำมาช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน ย้ำกันชัดๆ ว่าครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้า และเมื่อเดินถึงโต๊ะทำขนมอุปกรณ์พร้อม เธอก็หยิบแป้ง หยิบไข่ มาตีมาร่อน พร้อมใส่ส่วนผสมต่างๆ อย่างคล่องมือ ก่อนที่จะบอกว่ารอจนกว่าจะอบเสร็จคงดึก ว่าแล้วเธอก็บอกพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ ให้หยิบเค้กเรนโบว์ออกมาโชว์ และบอกว่าก้อนนี้ฝีมือเธอทำ ที่พร้อมตัดขายให้ลูกค้าได้ชิมในเช้าวันพรุ่งนี้

                        แต่ก่อนที่ลูกค้าจะชิมคงต้องผ่านทีมงานของเราสักชิ้น ตักคำแรกด้วยเนื้อเค้กที่นุ่มและครีมที่บางเบา...ก็ถูกใจเราซิค่ะ...ก่อนที่จะโบกมือลาเธอย้ำกับเราอีกครั้งว่า "ทำอะไรในสิ่งที่รักจะทำได้ดี และถ้ารักแล้วแต่ยังไม่รู้ก็ต้องเรียน แม้กระทั่งการบริหารคนก็ต้องรู้จักใจเขาใจเราทุกอย่างจะราบรื่น" ปิดท้ายได้เจ๋งจริงๆ "ฝ้าย" นภัทร บุญตานนท์