ข่าว

'หนุ่ย'เหยื่อสังคมทอดทิ้ง

'หนุ่ย'เหยื่อสังคมทอดทิ้ง

19 ธ.ค. 2556

'หนุ่ย'เหยื่อสังคมทอดทิ้ง : รายงาน

             "หนุ่ย" ถูกจับใส่เสื้อกันกระสุนและหมวกกันน็อกสีดำ พร้อมกุญแจมือทั้งสองข้างก่อนตำรวจจะพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ซอยลาซาล ย่านบางนา เพราะรู้ดีว่านายหนุ่ยเป็นคนร้ายฆ่าข่มขืนเด็กหลายคน ทำให้ชาวบ้านโกรธแค้นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกรุมตื๊บหรือรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจกว่า 100 คนจึงถูกสั่งให้มาอารักขาเป็นกรณีพิเศษ
 
             หลังจาก "หนุ่ย" หรือ "ติ๊งต่าง" วัย 32 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน วัย 6 ขวบ ให้การสารภาพเพิ่มเติมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เคยทำมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง โดยฆ่าเหยื่อไป 4 ราย ...ผู้ติดตามข่าวนี้ต่างพร้อมใจกันเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตนายหนุ่ยทันที

             ขณะที่กลุ่มนักสังคมสงเคราะห์ที่สนใจมองคดีนี้ในอีกมุมหนึ่ง เนื่องจากประวัติของนายหนุ่ยเป็นคนไม่มีชื่อ-นามสกุล ไม่มีบัตรประชาชน เป็นเด็กกำพร้าซ้ำซาก โตขึ้นมากลายเป็นคนเร่ร่อน เคยเข้าไปอยู่สถานสงเคราะห์และถูกสั่งจำคุกขอนแก่นเกือบ 4 ปี คดีพรากผู้เยาว์ถูกปล่อยออกมาเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว  

             "นที สรวารี" เลขาฯ มูลนิธิอิสรชน แสดงความเห็นในฐานะผู้ทำงานใกล้ชิดกลุ่มคนไร้บ้าน หรือคนเร่ร่อนมานานหลายสิบปีว่า หนุ่ยเป็นหนึ่งในเหยื่อของสังคมไทยที่ทอดทิ้งคนอ่อนแอและคนชายขอบ ชีวิตกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รับการดูแลปกป้องหรือเยียวยาทางจิตใจ และส่วนตัวเชื่อว่าเขาต้องเคยถูกทำร้ายมาก่อนอย่างแน่นอน

             "ผมมั่นใจมากนะว่าชีวิตที่ผ่านมาของหนุ่ยตั้งแต่เด็กต้องเคยเป็นเหยื่อมาก่อน อาจถูกทุบตี ทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือถูกกระทำทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้ คนกลุ่มนี้เมื่อโตขึ้นมาจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ อับอาย และถูกกดทับจากคนอื่นตลอดเวลา ทำให้ต้องหาทางระบายออกมาด้วยการทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าเขา ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ เด็กเล็ก คนแก่ และผู้หญิง กับเหยื่อเหล่านี้เขาสามารถแสดงพลังอำนาจได้เต็มที่"
 
             นที ย้อนให้ฟังว่าเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว เคยมีคนเร่ร่อน ชื่อ "พันธ์ สายทอง" ก่อคดีโหดฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบในห้องน้ำของโรงเรียนเช่นกัน ดังนั้นคดีนายหนุ่ยไม่ใช่คดีแรก หากสังคมไทยยังไม่ช่วยกัน ยังทอดทิ้งหรือทำร้ายคนกลุ่มนี้อยู่ พวกเขาจะกลับมาแก้แค้น สร้างคดีสะเทือนขวัญต่อไปอีกเรื่อยๆ  หากพิจารณาจากสถิติของมูลนิธิพบว่า เมื่อปี 2555 มีคนเร่ร่อนอายุมากว่า 18 ปี อยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน เฉพาะใน กทม.มีเกือบ 3 พันคน ในจังหวัดใหญ่อีกไม่ต่ำกว่าจังหวัดละ 1 พันกว่าคน โดยมีผู้เคยต้องโทษหรือเข้าคุกแล้วออกมาประมาณร้อยละ 10
  
             "ถ้าไม่อยากให้มีไอ้หนุ่ย 2 ไอ้หนุ่ย 3 ไอ้หนุ่ย 4 ฯลฯ หน่วยงานรัฐต้องเข้ามาเยียวยาคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะคนที่เคยมีคดีอาญาพ้นโทษออกมาจากคุก ต้องติดตามว่าเขามีงานทำหรือไม่ มีพฤติกรรมจะทำผิดซ้ำหรือเปล่า ไม่ใช่ปล่อยออกจากคุกแล้วไม่สนใจว่าพวกเขาจะอยู่ จะกิน จะใช้ชีวิตอย่างไร ควรร่วมกันสร้างชีวิตใหม่ให้พวกเขา ผมพูดตรงๆ นะ สังคมไทยทอดทิ้งและไม่ค่อยมีเมตตาธรรมให้คนเร่ร่อน สายตาที่มองเต็มไปด้วยการดูถูก มองเหมือนไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน อยากให้พวกเราช่วยกันปรับมุมมอง ให้โอกาสพวกเขาบ้าง" นที สะท้อนความเห็นส่วนตัว

             ด้าน "งามจิต แต้สุวรรณ" หัวหน้าบ้านมิตรไมตรี กรุงเทพฯ  สำนักคุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน ก.พัฒนาสังคมฯ หนึ่งในผู้ดูแลกลุ่มคนไร้บ้าน เล่าว่า หลังจากตนเห็นข่าวนายหนุ่ยก็รู้สึกสงสารเพราะจากประสบการณ์เชื่อว่านายหนุ่ยน่าจะมีอาการผิดปกติทางจิต แต่ไม่รู้ว่ารุนแรงแค่ไหน ยิ่งถ้ามีสิ่งเร้า เช่น กินเหล้าแล้วยิ่งอยากทำร้ายผู้อื่น แสดงว่าเขามีโอกาสทำผิดซ้ำได้มากขึ้น 

             "น่าเสียดายที่ตอนอยู่ในคุกเขาไม่ได้รับการเยียวยารักษาด้านจิตใจด้วย หากมีผู้เชี่ยวชาญทางจิตมารักษาอาจไม่ต้องทำผิดซ้ำอีก หรือจำเป็นต้องกินยาหรือควบคุมพฤติกรรมทั้งชีวิต เพราะบางคนมีทัศนคติที่น่ากลัว ทำโดยสันดาน หากปล่อยออกไปมีโอกาสไปทำร้ายคนแบบเดิมอีก คนกลุ่มนี้ต้องอยู่ในสถานที่ที่มีคนคอยช่วยเหลือ ไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่น ที่จริงแล้วมีกองทุนตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิตเพื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว"

             หัวหน้างามจิตกล่าวทิ้งท้ายว่า ชาวบ้านพิพากษาประหารชีวิตนายหนุ่ยไปเรียบร้อยแล้ว หากไม่อยากให้เกิดคดีแบบนี้อีก สังคมไทยต้องไม่ทอดทิ้งกัน ใครพบเห็นคนมีอาการจิตผิดปกติเดินตามท้องถนน ท่าทางเหมือนจะทำร้ายคนอื่น แค่ทำหน้าที่พลเมืองดีช่วยกันโทรไปแจ้งความ ไม่ใช่เมินหน้าแล้วเดินหนีไปเฉยๆ เพราะเขาอาจกำลังหาเหยื่อที่เป็นเด็ก หรือคนอ่อนแอกว่าเพื่อทำร้ายก็ได้

             ผู้พบเห็นใครมีอาการผิดปกติทางจิต หรือพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ "สายด่วนนเรนทร 1669 " "สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 หรือ 1323"

รณรงค์ตั้ง "ศูนย์ข้อมูลคนหาย"


             เว็บไซต์ www.change.org/th ออกแคมเปญรณรงค์ขอสนับสนุน 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งศูนย์ติดตามคนหายของภาครัฐขึ้นมา โดยจะยื่นถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

             "พวกเรารู้สึกสะเทือนใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบเรื่องนี้ จัดตั้งศูนย์ติดตามคนหายของภาครัฐขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม จัดสรรงบประมาณ และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญขึ้นมา ช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวเด็กและครอบครัว ตำรวจจัดตั้งศูนย์ติดตามรถหายมาแล้ว ดังนั้นคงไม่ยากเกินไปที่จะสร้างศูนย์ติดตามคนหายขึ้นมาอย่างจริงจัง" 


......................................

(หมายเหตุ : 'หนุ่ย'เหยื่อสังคมทอดทิ้ง : รายงาน)