
'อลงกรณ์'รับรู้ชะตากรรม!ไร้เก้าอี้ในปชป.
'อลงกรณ์'เผยรู้ตัวเเต่ต้นว่าจะไร้ตำเเหน่งใน'ปชป.' ปัดตอบปม'กรณ์-เฉลิม' ไม่รับตำแหน่ง ชี้ตัดสินใจยากพรรคส่งลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 หรือไม่
18 ธ.ค.56 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ ทางสปริงนิวส์ กรณีไม่ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา เเละอนาคตทางการเมือง ว่า ตนนั่งคิดอยู่ เพราะต้องอยู่ในความเป็นจริง ตนอยู่พรรค 22 ปี ไม่เคยย้าย เเม้มีข้อเสนอดีๆ จากพรรคอื่นมา วันนี้ตนยังอยู่พรรคนี้ เเละยังไม่ได้คิด เเม้การเลือกตั้งจะใกล้มาเเล้ว เพราะวันหนึ่งตนอาจไม่ลงสมัครเเละอาจไปสอนหนังสือก็ได้ กรณีวันที่ 17 ธ.ค.นั้น ตนทราบชะตากรรมมาล่วงหน้าเเล้วเเละเพิ่งตื่นจากฝัน ตั้งเเต่ตอนเสนอการปฏิรูปพรรคนั้น ตนรู้แล้วว่า จะเจออะไรบ้าง เเต่เมื่อตัดสินใจเเล้วต้องรับผิดชอบ ยอมรับว่า การจุดกระเเสปฏิรูปพรรคนั้น เป็นการเเหวกม่านประเพณีพรรค เเต่การปฏิรูปพรรคนั้น คือ การปฏิรูปประเทศ การเมืองสองพรรคในวันนี้หากปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ได้ประชาชนจะมีทางเลือกที่ดีขึ้น เเต่ตนเคยเตือนไว้ว่า การปฏิรูปพรรคจะเป็นจุดเปลี่ยนของพรรคเเละตอบโจทย์ปัญหาของพรรคในอดีตได้ มันคือ ก้าวสุดท้ายของพิมพ์เขียวเเละเป็นก้าวเเรกของความเป็นรูปธรรม ส่วนตัวเเทนของฝ่ายปฏิรูปพรรคในกรรมการบริหารพรรคชุดนี้นั้น ตนทราบเเล้วว่า เเทบไม่มี เเต่ขอให้เกียรติกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทำงานเเละเกิดความหวังในการปฏิรูปพรรค เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยืนยันกับตนว่า สนับสนุนการปฏิรูปพรรคเเละน่าจะเชื่อมั่นว่า นายอภิสิทธิ์คงจะเอาอยู่ในการปฏิรูปพรรค เเม้บุคคลในกรรมการบริหารพรรคจะเป็นบุคคลหน้าเดิมๆ ก็ตาม ตนยอมรับวัฒนธรรมพรรคนั้นเปลี่ยนยากสุด เเต่ควรให้โอกาสเพราะสภาพเเวดล้อมเปลี่ยนไปเเล้ว เเละอาจเร็วไปที่จะสรุปในสมมติฐานเเบบเดิม
ส่วนกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช เเละนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รู้ตัวว่า จะโดนเขี่ยถึงประกาศว่า จะไม่รับตำเเหน่ง นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ขอออกความเห็นกรณีของบุคคลอื่นเเต่เข้าใจทั้งสองคน
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการตัดสินใจของพรรควันที่ 21 ธ.ค.ว่า จะลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 หรือไม่นั้น เป็นการตัดสินใจที่ยากเเต่ต้องยึดหลัก ตนหารือกับกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าเเละวิเคราะห์สถานการณ์ตั้งเเต่อดีต 8 ส.ส.ของพรรคลาออก ตอนนั้นเสียงก่ำกึ่ง วันนี้หากพรรคตัดสินใจลงสมัครก็จะกระทบกปปส.เพราะบริบทของพรรควันนี้เเตกต่างกับการบอยคอตเลือกตั้ง 2 เม.ย.2549 เพราะตอนนั้นพันธมิตรฯ ชุมนุม เเม้พรรคกับกปปส.เป้าหมายขับไล่ระบอบทักษิณตรงกัน เเต่วิธีการนั้นมันกระอักกระอ่วน หากทำสิ่งใดที่เกินขอบเขตรัฐธรรมนูญนั้น มันจึงเเยกกันยากระหว่างพรรคกับกปปส. เเต่พรรคต้องมีจุดยืนว่า หากลงสมัครก็ตอบโจทย์การยึดมั่นระบบรัฐสภา-ประชาธิปไตย หากไม่ลงสมัครก็จะโดนมองในมุมตรงข้าม เพราะวันนี้ทั่วโลกเกิดระบบม็อบประชาธิปไตยที่เป็นปรากฏการณ์ว่าหากต่อสู้ในระบบเเล้วเเพ้ประชาชนจะเเยกเป็นสองกลุ่มเเละไม่คาดหวังพรรค เเต่จะสู้ด้วยอุดมการณ์โดยจะเป็นเเบบกรงกรรมกรงเกวียน
เมื่อถามว่า ส่วนตัวอยากให้พรรคลงสมัครใช่หรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ความเห็นของตนคงไม่มีความหมาย เเต่ตนยึดระบบรัฐสภา



