ข่าว

'สุเทพ'ปลุกม็อบนัด22ธ.ค.ไล่'ปู'ทั่วไทย

'สุเทพ'ปลุกม็อบนัด22ธ.ค.ไล่'ปู'ทั่วไทย

18 ธ.ค. 2556

'สุเทพ'ลั่นต้องปฏิรูปกกต.ก่อนเลือกตั้ง ปลุกม็อบนัด22ธ.ค.ไล่'ปู'ทั้งประเทศ กปปส.บุก กกต.จี้เลื่อนเลือกตั้ง ชี้ รธน.มาตรา 184, 187 เปิดช่องออกเป็นพ.ร.ก.-พ.ร.ฎ.ได้

               เมื่อเวลา20.40น.ของวันที่ 17 ธันวาคม ที่เวทีราชดำเนิน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ปราศรัยโดยเน้นแนวทางการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งว่า จะต้องการปฏิรูปกระบวนการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งเสียก่อน โดยไม่ให้มีอายุความและคนไทยทุกคนถือเป็นผู้เสียหายฟ้องร้องได้

               นายสุเทพ กล่าวต่อว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงยืนยันจะไม่ยอมลาออกจากรักษาการนายกฯ การแถลงของยิ่งลักษณ์วันนี้เป็นการท้าทายต่อพี่น้องทั้งประเทศอย่างจงใจที่สุด เมื่อเขาท้า พวกเราก็รับคำท้า วันนี้คณะกรรมการกปปส.ชุดใหญ่มีการประชุมกันและมอบหมายให้ตนมาเรียนกับพี่น้องว่า เราต้องลุกขึ้น ไล่ยิ่งลักษณ์ทั้งประเทศไทย
    
             "การต่อสู้ต่อไปนี้ ตรงไปตรงมา ชัดเจน ไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง ออกไป ออกไป และเราจะไล่ทุกวัน ไล่ไม่เลิก ไล่จนกว่าจะไป ไม่มีกำหนด ไล่ไม่หยุด ไล่ทุกวัน เป็นระลอกๆ กำหนดนัดหมายไล่ยิ่งลักษณ์ครั้งต่อไปคือวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคมนี้ ต้องประกาศล่วงหน้าเพื่อให้พี่น้องต่างจังหวัดได้มีเวลาเตรียมตัว ได้ยินเสียงประกาศจัดกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางได้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ภาคใต้ สองครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน และ 9 ธันวาคม เราเดินทางด้วยความทุกข์ยากลำบาก เพราะถูกตำรวจวางเรือใบมาตลอดทาง อดข้าวอดน้ำ ดังนั้น ครั้งนี้ ขอให้อบจ.ทุกจังหวัด ช่วยเป็นเจ้าภาพดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชนที่ผ่านจังหวัดของท่านด้วย ให้ อบจ.ตั้งเต็นท์บนถนน หาข้าวหาน้ำให้กินกรณีรถของประชาชนถูกตำรวจชั้นเลวยับยั้งเอาไว้ และขอให้ อบต.ทั้งหลาย เทศบาลทั้งหลาย ออกมาตั้งเต็นท์ ตั้งจุดบริการประชาชนตลอดเส้นทาง หาวิดีโอถ่ายพฤติกรรมตำรวจที่มาวางเรือใบประชาชน เพื่อเที่ยวนี้เราจะได้ดำเนินคดีกันเสียที ถ้าสามารถประสานนักเรียน นักศึกษาเทคนิค ถ้าเจอรถโดนเรือใบตรงไหน ปะยางให้ประชาชนด้วย และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางกลางคืน" นายสุเทพกล่าว
    
             นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ สองครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน และ 9 ธันวาคม พี่น้องชาว กทม.ออกมาเดินถนนกันแทบทุกคนทุกบ้าน เที่ยวนี้ขอให้มาร่วมกันอีกและเพื่อให้พี่น้องฮึกเหิม สามารถตัดสินใจออกมาไล่ยิ่งลักษณ์ได้ ตนจะเดินนำขบวนพาพี่น้องราชดำเนิน ไปเชิญชาว กทม.เดินขบวนร่วมกัน โดยจะจัดขบวน 19-20 ธันวาคมนี้
    
             "วันที่ 19 ธันวาคม กินอาหารเช้าเสร็จ ผมจะนำพี่น้องไปทางผ่านฟ้า ไปถนนนครสวรรค์ นางเลิ้ง เข้าถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวาอโศก ไปทะลุถนนสุขุมวิท แวะกินอาหารกลางวันที่ปลายถนนอโศกตัดสุขุมวิท แล้วล่องกลับมา ผ่านนานา เพลินจิต ชิดลม สยาม สนามกีฬา เจริญผล อุรุพงษ์ กลับมาพักผ่อนก่อนฟังปราศรัยที่ราชดำเนินเหมือนเดิม และเราจะแจกหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษของมวลมหาประชาชน เชิญชวนพี่น้องออกมาไล่ยิ่งลักษณ์ด้วยกัน ส่วนวันที่ 20 ธันวาคม เราจะเดินจากราชดำเนิน ผ่านฟ้า หลานหลวง สะพานขาว หัวลำโพง ถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาเข้าสีลม ไปเยี่ยมพี่น้องสีลม พักกินกลางวันที่สีลม ตรงใกล้ถนนนราธิวาส เข้าสี่พระยา เลี้ยวซ้ายเข้าหัวลำโพง เยาวราช สะพานเหล็ก วังบูรพา วัดสุทัศน์ ถนนดินสอ กลับมาเวทีราชดำเนินแล้วฟังปราศรัยกันเหมือนเดิม แล้ววันที่ 22 ธันวาคม ดีเดย์ไล่ยิ่งลักษณ์ มาดูกันว่าคราวนี้ได้กี่ล้าน ถ้ามันยังหน้าด้าน คราวหลังเอาอีก เราจะไล่ไม่หยุด ไล่ไม่เหนื่อย ไม่ชนะไม่เลิก เดินจนกว่าพี่น้องตำรวจทหาร เห็นใจประชาชนและมาอยู่ข้างเรา"
    
             นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมวันที่ 22 ธันวาคม จะมาแถลงให้ฟังเป็นระยะ แต่มีคนแนะนำว่าวันที่ 22 ธันวาคม เราจะขออาสาสมัครผู้หญิงล้วนๆ แล้วไปบ้านยิ่งลักษณ์ ถือดอกไม้ไปพูดตามประสาผู้หญิงว่า ออกไปได้แล้ว อย่าด้านอีกต่อไป เพราะถ้าเอาผู้ชายไปจะหาว่าเราไปคุกคาม ดังนั้น ขอเชิญพี่น้องมาพร้อมใจกันไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งวันที่ 22 ธันวาคมนี้



 กปปส.บุกกกต.จี้เลื่อนเลือกตั้ง

               อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำโดยนายสาธิต เซกัล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นพ.ระวี มาศฉมาดล นายคมสันต์ ทองศิริ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี เดินทางเข้าพบและยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ กกต.ทั้ง 5 คน เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้ง ที่กำหนดไว้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศไทยเสร็จสิ้น

               ทั้งนี้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.นำทีม กกต.มาพบตัวแทน กปปส. ขาดเพียงนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เพียงคนเดียวที่ไม่ได้มาร่วมหารือ เนื่องจากติดภารกิจ

               นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นตัวแทน กปปส.อ่านจดหมายเปิดผนึกของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เรื่อง "ขอให้พิจารณาเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไป" โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า กปปส.มีเจตนารมณ์ร่วมกันกำจัดระบอบทักษิณให้สิ้นไปจากประเทศไทย ทั้งมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยโดยวิธีการปฏิรูปประเทศไทยอย่างน้อย 5 ด้าน ซึ่งการปฏิรูปดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยประชาชนได้แสดงออกถึงความต้องการในการกำจัดระบอบทักษิณ และต้องการปฏิรูปประเทศไทยโดยเปิดเผยตัวตนบนท้องถนน ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 และไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มวลมหาประชาชนไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่มีความเห็นเป็นหนึ่งเดียวว่า ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทยให้เสร็จสิ้นก่อน เพราะการเลือกตั้งในวันดังกล่าวมิอาจแก้ไขปัญหาของประเทศไทยในขณะนี้ได้ มิอาจหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลและพรรคการเมืองที่ต้องการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่ได้รับโทษตามกฎหมายมาสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชน ประเทศชาติ และทำให้สูญเสียงบประมาณจำนวนมากไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ หัวข้อประเทศไทยกับการปฏิรูป ประชาชนร้อยละ 79.3 เห็นว่า เวลานี้ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปด้านต่างๆ

               “กปปส.ขอเสนอความเห็นต่อ กกต.โปรดพิจารณาเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไปก่อน จนกว่าการปฏิรูปประเทศไทยจะเสร็จสิ้น ทั้งนี้ กกต.สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เสนอความเห็น คำปรึกษา คำแนะนำ ต่อรัฐบาลรักษาการ ทั้งการเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้ง สามารถกระทำได้ตามบทบัญญัติ มาตรา 184 และมาตรา 187 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” นายสมศักดิ์ กล่าว  

               ขณะที่ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ตัวแทน กปปส.กล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อาจจะเหมือนการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 ในครั้งนั้นคนไม่ไปใช้สิทธิ์กว่า 9 ล้านคน บัตรเสียกว่า 1 ล้านกว่าคน และศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 5 ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดตามรอยเดิม แต่ร้อนแรงกว่า วุ่นวายกว่า อยากเสนอแนะ กกต.ว่า ควรทำหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า การไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะออกกฎหมายใดๆ และควรหากฎหมายมาอธิบายว่า เป็นเหตุสุดวิสัยจนต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป คิดว่าหากมีการเลือกตั้งคงมีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนและบัตรเสีย 10 กว่าล้านคนขึ้นไป มีแต่ กกต.เท่านั้นที่จะหยุดยั้งปัญหาได้

               ด้าน นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเป็นพระราชอำนาจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กปปส.ต้องเห็นใจ กกต.ด้วย เราเพิ่งรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เราเห็นด้วยปฏิรูปการเลือกตั้ง ถ้าเลื่อนวันเลือกตั้งไม่ได้จริงๆ ก็อยากให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม

               “ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจ เราเห็น เรารับทราบปัญหา แต่ กกต.มีหน้าที่ตามกฎหมาย คือ จัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม ข้อเสนอของ กปปส.เราไม่ได้นิ่งดูดาย จะนำไปหารือกัน เราเห็นใจท่าน แต่ท่านก็ต้องเห็นใจเราด้วย ถ้าเรามีอำนาจ เราทำได้ เราเข้ามาก็อยากให้บ้านเมืองสงบ นี่พูดด้วยใจ ตอนนี้บ้านเมืองอยู่ในวิกฤติ เราต้องยอมเสียสละ ทุกคนเข้ามาด้วยใจ ผมเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง เรามาอยู่ตรงนี้รู้ว่าการเลือกตั้งเป็นอย่างไร ผมยังคิดเลยว่า คนที่ไม่มาเลือกตั้งแล้วไปลงโทษเขา แต่คนมาเลือกตั้งเราไม่ได้ให้ประโยชน์กับเขาเลย ส่วนตัวผมเคยคิดว่า คนมาเลือกตั้งควรให้ค่าพาหนะเขา เหมือนการเลือกสหกรณ์ให้ 500 บาท ผมรู้ ถ้าให้ต้องใช้เงินเยอะ การให้เงินจะป้องกันการซื้อเสียงได้ และเห็นว่า เงินสนับสนุนพรรคการเมืองไม่ควรให้ ควรเอาไปให้ประชาชนมากกว่า” ประธาน กกต. กล่าว

 

กกต.แนะฝ่ายการเมืองไปตกลงกันก่อน

               นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า สิ่งที่ กปปส.เสนอมานั้น แม้ กกต.เห็นว่าเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ แต่การทำงาน กกต.อยู่ในข้อจำกัดหลายเรื่อง การออกประกาศคำสั่งสามารถทำได้ทันที แต่ถ้าไปแก้ไขกฎหมายที่สูงขึ้น กกต.มีข้อจำกัด อย่างการเสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 นั้น  ดูจากเนื้อหาสาระ รัฐบาลต้องออกเป็นพระราชกำหนด แต่ต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วน ถ้าไม่ทำจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และมาตรา 187 พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา ซึ่งขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย

               “การเลื่อนหรือไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ผมมองว่า ไม้แรก คือ ฝ่ายการเมืองต้องตกลงกันก่อน ประเด็นกฎหมายเป็นไม้ที่สอง และกกต.เป็นไม้ที่สาม ถ้าการเมืองตกลงกันได้ว่า เลื่อนการเลือกตั้ง และกฎหมายชี้ช่อง ทาง กกต.ยินดีจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี เพราะ กกต.เพิ่งเข้ามาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง แต่หากเลื่อนวันเลือกตั้งไม่ได้จริงๆ อยากเรียกร้องให้ กปปส.ทำให้การเลือกตั้งดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มาช่วยกันตรวจสอบรณรงค์ให้ประชาชนเกิดการตื่นตัว อย่างการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตั้งทีมยุทธศาสตร์ขึ้นมาปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง ก็ยินดีให้ กปปส.ส่งตัวแทนมา 1 คน มานั่งพูดคุยกัน ส่วนการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. องค์กรที่เหมาะสมกว่าคือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน" นายสมชัย กล่าว

               เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าว ผบช.น.เสนอให้นายกฯ เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปหลัง กปปส.มีแนวโน้มจะปิดล้อม กกต.ให้รับสมัครไม่ได้ นายสมชัย กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็น เป็นสถานการณ์เร่งด่วน จำเป็นต้องเลื่อนการออกตั้งออกไปก็เป็นอำนาจรัฐบาลจะตัดสินใจออกพระราชกำหนดภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ต้องขอความเห็นชอบจาก กกต.ด้วย ยกตัวอย่างถ้าเกิดภัยพิบัติ เช่น สึนามิถล่มเหมือนญี่ป่น ประเทศชาติประกาศสงครามคงไม่มีใครไปเลือกตั้ง

               ขณะที่ นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ไม่ใช่เราไม่รู้ร้อนรู้หนาว เรารู้ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดในอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ในจดหมายเปิดผนึกที่ยื่นวันนี้ข้อความทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาจาก กกต. 5 คนอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่รู้จะทำได้มากน้อยแค่ไหน

               นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า กกต.รู้ว่า วิกฤติที่เสนอมาเป็นข้อเท็จจริงที่รับทราบ แต่ต้องเข้าใจว่า กกต.เป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ไม่มีกฎหมายที่บอกว่าไม่ให้ดำเนินการเลือกตั้ง ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


"ถาวร"แย้มชุมนุมใหญ่ก่อนปีใหม่

               นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม กปปส.ให้สัมภาษณ์กรณีปลัดกระทรวงกลาโหมสนับสนุนการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า ถึงแม้จะมีทหารเข้ามาดูแลการเลือกตั้งก็ไม่โปร่งใส ดังนั้นที่ปลัดกระทรวงกลาโหมพูดเป็นการพูดที่ไม่รู้เรื่อง และถือเป็นโมฆะ เพราะท่าทีต้องการให้คงไว้ซึ่งอำนาจนิยมและสนับสนุนให้รัฐบาลทุจริตการเลือกตั้ง ส่วนเวทีเสวนาหาทางออกประเทศของรัฐบาลนั้น ทาง กปปส.ยังรับไม่ได้ เพราะรัฐบาลเข้ามาปฏิรูปก็เพื่อเป็นประโยชน์ของเสียงข้างมาก ไม่ใช่เพื่อประชาชน พร้อมยืนยันว่า ทางกลุ่มจะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม ทั้งนี้ในส่วนของการจัดเวทีสมัชชาประชาชนปฏิรูปการเมืองของทางกลุ่มก็เพื่อให้ความรู้และความคิดแก่ประชาชน

               นายถาวรยังบอกว่า อาจจะมีการชุมนุมใหญ่ก่อนเทศกาลปีใหม่ โดยระบุว่ามีประชาชนเรียกร้องเป็นจำนวนมาก แต่จะเป็นวันเวลาใดนั้น ขอหารือกับแกนนำอีกครั้งก่อน