
ไทยทองเพิ่มอีก5'จิระพงศ์'เจ้าลมกรด
ทัพไทยเก็บเพิ่มอีก 5 ทอง 'เจ้ามิ้ว' จิระพงศ์ มีนาพระ ทวงบัลลังก์แชมป์วิ่ง 100 เมตร หนแรกในรอบ 8 ปี ขณะที่ 'สาวเอ'แซงสาวญวน 2 เมตรสุดท้ายเข้าป้ายข้ามรั้ว 400เมตร
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ทัพนักกีฬาไทยเดินหน้าคว้าเหรียญทองได้อย่างต่อเนื่อง โดยไฮไลท์ที่การแข่งขันกรีฑาคือศึกชิงตำแหน่งเจ้าลมกรด วิ่ง 100 ม.ชายและหญิง ซึ่งปรากฏว่า "เจ้ามิ้ว" จิระพงศ์ มีนาพระ นักกรีฑาหนุ่มปักษ์ใต้จากสุราษฎร์ธานี คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ด้าน ณีรนุช กล่อมดี พ่ายเวียดนาม ได้ครองเหรียญเงิน ขณะที่น่องเหล็กสาวปั่นฝ่าด่านหฤโหดคว้าเหรียญทองมาได้เช่นกันจาก วิไลวรรณ กุลภา จากประเภทถนนอินไลน์เรซ
"จิระพงศ์"ผงาดเจ้าลมกรด
กรีฑาวันที่สาม ชิง 10 ทอง ไฮไลท์อยู่ที่การชิงเจ้าลมกรด วิ่ง 100 ม.ชายและหญิง โดยวิ่ง 100 ม.ชาย "มิ้ว" จิระพงศ์ มีนาพระ ซึ่งออกสตาร์ทได้ดี สปีดเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 10.48 วินาทีคว้าเหรียญทองให้ทีมกรีฑาไทยสำเร็จ หลังจากซีเกมส์ 4 สมัยก่อนหน้านี้ไทยชวดทองมาตลอด ซึ่งครั้งสุดท้ายก่อนหน้าได้จาก วัชระ สอนดี ในซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2548 ขณะที่ อภิสิทธิ์ พรมแก้ว นักวิ่งไทยอีกคนเข้ามาอันดับ 8
"เจ้ามิ้ว" ที่ดีใจจนร่ำไห้เปิดเผยว่า ไม่พอใจสถิติตัวเอง แต่ถือว่าประสบความสำเร็จที่คว้าเหรียญทอง 100 ม.ซีเกมส์ให้ตัวเองได้เป็นครั้งแรก เกมวันนี้แรงมากหากไม่มีประสบการณ์และไม่ฝึกซ้อมมาดีอาจจะแพ้ก็ได้ สำหรับเป้าหมายต่อไปขอติด 1 ใน 3 ในเอเชี่ยนเกมส์ที่อินชอน
ด้านวิ่ง 100 ม.หญิง "น้องปลา" ณีรนุช กล่อมดี เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 เวลา 11.85 วินาที ได้เพียงเหรียญเงิน แพ้ หวู ติ ฮวง จากเวียดนาม ที่เข้าอันดับ 1 เวลา 11.59 วินาที ส่วน ทัศพรร วรรณกิจ สาวไทยอีกราย ได้เหรียญทองแดงเวลา 11.91 วินาที
"วาสนา"หืดจับก่อนคว้าทอง
วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.หญิง "เอ" วาสนา วินาโท เร่งสปีดข้ามรั้วสุดท้าย ก่อนแซงในช่วง 2 เมตรสุดท้าย เข้าเส้นชัย ชนะ ก๊วก ธิ ลาน จากเวียดนาม แบบเฉียดฉิวด้วยเวลา 58.85 วินาที ขณะที่อันดับ 2 เวลา 58.93 วินาที ส่วน พนิดา รัตนจันทร์ เข้าเป็นอันดับ 4
หลังเข้าเส้นชัย วาสนา และนักวิ่งญวนถึงขั้นล้มฟุบจนต้องหามแปลออก ก่อนที่ วาสนา ที่ได้ไปแล้ว 2 เหรียญทอง กล่าวว่าเหนื่อยที่สุดเพราะเป็นประจำเดือน และเจ็บเท้าทำให้ไม่พร้อม แต่ดีใจที่กลับมาคว้าเหรียญทองประเภทนี้ได้อีกครั้ง
นอกจากนี้กรีฑายังได้ทองจากพุ่งแหลนชาย พีระเชษฐ์ จันทรา ที่คว้าเหรียญทองแบบทำลายสถิติซีเกมส์และสถิติประเทศไทย 76.30 ม. ขณะที่ หัสดิน รอดมณี คว้าเหรียญเงินสถิติ 75.46 เมตร ทำลายสถิติเก่าซีเกมส์ 75.38 เช่นกัน ส่วนผลงานนักกรีฑาไทยรายอื่น วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.ชาย ณรงค์เดช จันทร์ใจ ได้อันดับ 5 เวลา 53.29 วินาที, วิ่ง 5,000 ม.ชาย บุญถึง ศรีสังข์ ได้เหรียญเงิน เวลา 14.21.75 นาที แพ้ เหงียน ฟาน ไล จากเวียดนามที่เข้าที่ 1 เวลา 14.19.35 นาที ด้าน สัญชัย นามเขต เข้าอันดับ 4 เวลา 14.42.36 ไม่ได้เหรียญรางวัล, วิ่ง 800 ม.ชาย โยธิน ยาประจันทร์ ได้อันดับ 4 เวลา 1.51.19 นาที และสิทธิพงษ์ สังข์ทอง เข้าอันดับ 6 เวลา 1.54.20 นาที ไม่ได้เหรียญรางวัลทั้งคู่, เขย่งก้าวกระโดดหญิง ฐิติมา เมืองจันทร์ กระโดดได้ 14.16 ม. ทำลายสถิติที่ซีเกมส์ 14.08 ม. แต่ได้เหรียญเงินแพ้ มาเรีย ลอนดา จากอินโดนีเซีย ที่สถิติ 14.17 ม. ส่วน จามจุรี ขวัญสง ได้ที่ 5 สถิติ 12.72 เมตร
สรุปผลงานของทีมกรีฑาไทยในวันที่ 3 เก็บเพิ่ม 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รวม 3 วันคว้าไปแล้ว 11 เหรียญทอง 6 เหรียญเงินและ 5 เหรียญทองแดง
ปั่นฝ่าด่านโหดขึ้นแท่นทอง
จักรยานชิง 1 ทอง ประเภทถนน อินไลน์เรซ ระยะทาง 128 กม.หญิง ซึ่งไทยส่ง 4 สาว วิไลวรรณ กุลภา, จุฑาธิป มณีพันธุ์, จันทร์เพ็ง นนทะสิน และพันวราภรณ์ บุญสวัสดิ์ ร่วมชิงชัยนักปั่นอีก 7 ชาติ บนเส้นทางที่ค่อนข้างโหด โดยเฉพาะช่วง 40 กม.แรก ที่มีทั้งการปั่นขึ้นเขาสูงสลับกับเหวลึกข้างทาง และทางโค้งหลายช่วง ปรากฏว่า ช่วง 60 กม.สุดท้าย อินโดนีเซียกับพม่าที่ฉีกหนีออกจากกลุ่มเป็นผู้นำ แต่สาวไทยเร่งสปีดจนทันกลุ่มผู้นำช่วง 30 กม.สุดท้าย และเป็น วิไลวรรณ ที่ปั่นเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ด้วยเวลา 4.11.17 ชม. คว้าเหรียญทอง ซึ่งเป็นเหรียญที่ 3 ให้ทีมจักรยานไทย ส่วน จุฑาธิป ได้เหรียญ เงิน 4.15.07 ชม. และเหรียญทองแดง เวียดนาม 4.15.07 ชม.
"วโรฒน์" โชว์โขกแพ้ไม่เป็น
ไทยได้ทองเพิ่มจากหมากรุกอาเซียน (เกมสั้น 5 นาที) บุคคลชาย หลังจากส่งชิงชัย 2 คนคือ อวยชัย กองสี และวโรฒน์ คณานับ โดยแข่งขันพบกันหมด 10 คน ปรากฏว่า วโรฒน์ ทำแต้มได้มากที่สุด ทำสถิติชนะ 7 เสมอ 2 ไม่แพ้เลย เอาชนะเพื่อนร่วมชาติ อวยชัย ที่ชนะ 8 แพ้ 1 ทำให้ วโรฒน์ ได้เหรียญทอง ส่วนอวยชัยได้เหรียญเงิน ขณะที่ทองแดงเป็นของอินโดนีเซีย
มวยพาเหรดลิ่ว-ชนะบาย2 คู่
กีฬามวยที่อินดอร์สเตเดี้ยม เนปิดอว์ ดวลหมัดเป็นวันแรก ประเภทชายขึ้น รุ่น 51 กก. สุริยะ หล้ามนตรี ชนะผ่าน ซูเกน โจโค ปรานโตโร จากอินโดนีเซีย เนื่องจากคณะกรรมการโอลิมปิกอินโดนีเซีย รับรองนักกีฬาแค่ 4 คนจากทั้งหมด 11 คนที่ส่งชื่อแข่งขัน ทำให้ สุริยะ มีเหรียญทองแดงตุนในมือแบบไม่ต้องออกแรง
รุ่น 54 กก. ณัฐพล อุ่นเนื้อ พบ ซอ ดา พอต นักชกเจ้าภาพ ช่วง 2 ยกแรก ณัฐพล ทำแต้มได้ดีกว่า แต่ยกที่ 3 นักชกเจ้าถิ่นได้เสียงเชียร์กึกก้องจากคนดูมีฮึดเดินไล่ทำแต้ม ครบ 3 ยก ณัฐพล กลับมาแพ้คะแนนตกรอบ
รุ่น 57 กก. พิสัย เอียมสิริ เจอกับ สมชิต บัวดี จากลาว ตลอด 3 ยก พิสัย อาศัยแม่ไม้มวยไทยที่เหนือกว่าไล่ทำแต้มเอาชนะคะแนนไปได้สำเร็จ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป
รุ่น 60 กก. รณกฤต บุญตรี ชนะผ่าน ดูดี มาร์เดียน จากอินโดนีเซียที่ไม่ได้การรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกอินโดนีเซีย ทำให้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปแบบไม่ต้องเหนื่อย
รุ่น 63.5 กก. ภานุพงศ์ ตั้นจัด พบ โซบิน บานซาเด็ด จากลาว คู่นี้นักไทยไล่ต่อยทำแต้มเอาชนะคะแนนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไปได้ตามเป้าหมาย
ส่วนประเภท รุ่น 48 กก. สริญญา จางวาง ออกอาวุธแลกกับ ธิ ควาน บุย จากเวียดนาม ตลอด 3 ยก แต่นักมวยเวียดนามทำแต้มได้จะแจ้งกว่าเอาชนะคะแนนไป



