ข่าว

อภิปรายงบฯวุ่นปธ.เชิญส.ส.ออกห้องประชุม

อภิปรายงบฯวุ่นปธ.เชิญส.ส.ออกห้องประชุม

18 มิ.ย. 2552

สภาวุ่นปธ."ชัย"สั่ง“รปภ.สภา”เชิญส.ส.เพื่อไทยออกห้องประชุม “ฝ่ายค้าน” ฮึดไม่ยอมโวย “ปธ.สภาฯ”บ้าอำนาจ” หลัง“วิปค้าน”ขอดูรายละเอียดใช้จ่าย“งินกู้ 4 แสนล.” เล็ง ยื่นศาลรธน. ตีความอีกรอบ “อภิสิทธิ์" สวน วอนอากล่าวหารัฐบาล ชี้รัฐบาลไม่ตั้งใจผ่าน 3 วาระรวด แฉ

(18มิ.ย.) เวลา 10.00 น. ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธาน ได้พิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 พ.ศ..... อยู่นั้นภายในห้องประชุมได้เกิดความตึงเครียดขึ้นเมื่อนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้อภิปรายว่า ฝ่ายค้านได้ทำหนังสือถึงประธานโดยเรียกร้องให้ประธานจัดส่งรายละเอียด เอกสารทั้งหมด ในการแปรญัตติวาระที่ 2 ของพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่ามีการแปรญัตติในส่วนใดบ้าง ขอให้ทำเป็นรูปเล่มว่าพิจารณางบประมาณไปที่หมู่บ้านใด ตำบลใด จังหวัดใดบ้าง

 “เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าสูงสุด มีหน้าที่ มีศักดิ์ศรี สภาแห่งนี้ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำ เราเป็นต้นแบบสุดท้ายที่ต้องหลงเหลืออยู่  ผมไม่เชื่อว่าเสียง 244 ที่ลงมติเห็นชอบในวาระ 2 และวาระ 3 จะไม่มีสำนักความรับผิดชอบ ในการแปรญัตติ ดังนั้นเพื่อความสวยงามของพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ที่จะออกไปบังคับใช้ ผมขอดูรูปร่างหน้าตาการพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ก่อนที่จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณา ” นายวิทยา กล่าว

 หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า  การพิจารณา 3 วาระรวดนั้นไม่ใช่เจตนาของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมามีข่าวมาตลอดว่าฝ่ายค้านจะไม่ร่วมตั้งกมธ.หากไม่ถ่ายทอดสด ซึ่งตนก็ไม่ขัดข้อง แต่เท่าที่ทราบว่าที่ฝ่ายอธิบายว่าเหตุที่เดินออกจากห้องประชุมก็เพราะส.ส.ฝ่ายค้านไม่พอใจในการจัดสรรงบประมาณในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะงบฯท้องถิ่น จึงประท้วงรัฐบาลด้วยการวอล์คเอาท์ แต่โดยเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ถ้าพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่ส่งตัวแทน แล้วทำให้กระบวนการนิติบัญญัติเดินต่อไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก รัฐบาลจึงต้องตั้งกมธ.เต็มสภา แต่หลังจากนี้ไม่ปิดกั้นการตรวจสอบหากสภาต้องการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบก็ยังทำได้ เช่นเดียวกับที่เคยทำในสมัยที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขอกู้เงินมิยาซาว่า ก็มีการตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ แต่เห็นว่าไม่เป็นธรรม ที่ฝ่ายค้านตำหนิว่ารัฐบาลต้องการพิจารณา 3 วาระรวด

 “ เรื่องนี้ผมถูกสื่อถามว่าฮั้วะ หรือเกี๊ยะเซี้ยะกับฝ่ายค้านหรือไม่ ผมก็ชี้แจงแทนพวกเราทั้ง 2 ฝ่าย แต่ที่ฝ่ายค้านพูดเหมือนกล่าวหาผมว่าตั้งใจจะผลักดัน 3 วาระ มันไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง วันนั้นผมได้รับข้อเสนอว่าจะตั้งกมธ.ก่อนรับหลักการได้หรือไม่ ผมก็บอกว่าถ้าตั้งกมธ.ก่อนเข้าวาระรับหลักการ กฎหมายนี้ก็ต้องออกไปก่อนแล้วจึงนำเข้ามาใหม่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล แต่บอกว่าการตั้งกมธ.วิสามัญนั้นไม่ขัดข้อง แต่ฝ่ายค้านบอกว่าจะเดินออก ตรงนั้นคือปัญหา วันนั้นถ้ามีสมาชิกฝ่ายค้านบอกให้ตั้งกมธ.วิสามัญ จะไม่มีใครยกมือให้กับการตั้งกมธ.เต็มสภา แต่เมื่อไม่ตั้งก็เลยไม่มีทางออก”นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ขณะที่ นายวิทยา ได้ลุกขึ้นอภิปรายแย้งว่า  ตนเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าไม่พูดอะไรเลยคงไม่ใช่ ส.ส.เพื่อไทยทุกคนทราบ ส่วนที่ยอมรับว่าถกกับนายกฯจนมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็เพื่อต้องการบอกนายกฯให้ทราบว่าทำอย่างนี้จะลำบากในการพิจารณา อย่างไรก็ตามในการพิจารณางบปี 53 ฝ่ายค้านจะไม่วอล์คเอาท์

 ด้านนายชัย กล่าวว่า ตนจะดำเนินการจัดส่งรายละเอียดทั้งภาพ และเอกสารให้กับฝ่ายค้าน เพราะตนต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วย 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศดุเดือดขึ้นเมื่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านลุกขึ้นตอบโต้กันไปมา โดยนายชิณวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลพยายามให้โอกาสให้สมาชิกในสภาตรวจสอบการพ.ร.บ.กู้เงิน แต่ฝ่ายค้านกลับปิดโอกาสของตัวเอง แล้วมาตำหนิฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าไม่ถูกต้อง และท่านบอกเองว่าการประท้วงด้วยวอล์กเอาท์ ก็เพราะงบประมาณไม่เป็นไปตามความประสงค์ของฝ่ายค้าน ขณะที่น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้พยายามลุกขึ้นอภิปราย แต่นายชัยไม่อนุญาตให้อภิปราย โดยระบุว่า เรื่องนี้ใช้เวลานานแล้ว หากจะอภิปรายต้องเข้าเรื่องพ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณ ปี 2553 เท่านั้น แต่น.พ.ชลน่าน ยืนยันว่าจะใช้สิทธิพาดพิง แต่นายชัย ไม่อนุญาต โดยทำการปิดไมค์ และขอให้น.พ.ชลน่าน นั่งลง แต่น.พ.ชลน่านพยายามที่จะอภิปราย และไม่ยอมนั่ง ทำให้นายชัย ได้เรียกให้เจ้าหน้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำรัฐสภา มานำตัวออกจากห้องประชุม

 “ ผมขอให้มาตั้งกมธ.มาตรวจสอบการใช้เงินของรัฐบาลให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยมีความโปร่งใส แต่สุดท้ายท่านบอกว่าเงื่อนไขที่ท่านแสดงออกเพื่อทำให้เห็นว่างบประมาณดังกล่าวไม่เป็นไปตามความประสงค์ที่ท่านต้องการ ถ้าท่านไม่เดินออกจากห้องประชุมก็มีสิทธิตรวจสอบ แต่เมื่อท่านเลือกทางนั้นผมก็เลือกใช้กมธ.เต็มสภา จะกล่าวหาว่าเสียงข้างมากกระทำเช่นนี้ไม่สง่างาม ตำหนิไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ฝ่ายค้านก็ยังสามารถตรวจสอบ แต่การไม่ยินยอมตั้งกมธ.แล้วบอกนิติบัญญัติไม่เปิดโอกาสไม่ถูกต้อง " นายชัย กล่าว

 จากนั้นนายชัยจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมานำตัวนายชลน่านออกจากห้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่รปภ. 3 นายได้เดินเข้ามาภายในห้องเพื่อนำตัวน.พ.ชลน่านออก แต่ระหว่างนั้นส.ส.เพื่อไทย คนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “ถ้าจะจับ ก็มาจับพวกเราไปทั้งหมด” ทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยต่างลุกขึ้นยืนพร้อมกัน  แล้วไปยืนขวางไม่ให้รปภ.ควบคุมตัวน.พ.ชลน่าน   จากนั้นนายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ตะโกนว่า “ทำอย่างนี้ก็บ้าแล้ว สภาเสียหายกันไปใหญ่แล้ว ทำอย่างนี้มันลุแก่อำนาจชัดๆ ” จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดนายชัย ได้สั่งให้พักการประชุมเวลา 3 นาที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพักการประชุมนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเข้ามาตบไหล่น.พ.ชลน่าน โดยขอให้ใจเย็นๆ ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน นำโดยนายธนิตพล ชัยอนันต์ ส.ส.ตาก ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ได้พยายามเดินเข้ามาหาน.พ.ชลน่าน และกลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งช่วงหนึ่งนายเชน  ได้เชิญให้น.พ.ชลน่าน ออกไปเคลียร์กันนอกห้องประชุม แต่กลับถูกส.ส.พรรคเพื่อไทย ตะโกนกันห้ามไว้ ว่า “ให้อยู่นี่ก่อน จะออกไปทำไม”

 จากนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามดึงตัวและยืนล้อมน.พ.ชลน่าน เอาไว้ พร้อมกับไล่เจ้าหน้าที่รปภ.ให้ออกไปจากห้องประชุม ทำให้เจ้าหน้าที่รปภ.ต้องออกไป ขณะที่ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ได้ยืนจับกลุ่มหารือกับนายชินวรณ์ อย่างเคร่งเครียด จากนั้นนายเชน ได้นำผลการหารือกับน.พ.ชลน่าน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปแจ้งให้นายชัย ทราบ ในที่สุดนายชัยก็ได้เปิดประชุมอีกครั้งโดยกล่าว่า “ขณะนี้ทุกฝ่าย เปิดโอกาสให้น.พ.ชลน่าน ได้อภิปรายอย่างเต็มที่เป็นเวลา 10 นาที โดยกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจในการกู้เงินเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการใช้เงิน ดังนั้นการที่รัฐบาลเสนอกฎหมายมาในลักษณะแบบนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าทำได้หรือไม่ ถือเป็นการปิดบังซ่อนเร้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวจะมีข้อเสนออีกครั้งว่ารัฐบาลสามารถนำเงิน 4 แสนล้านบาทตรงนี้มาพ่วงรวมกับงบประมาณปี 2553 ได้

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์  ก็ลุกชี้แจงอีกรอบ ว่า กรณีงบอุดหนุนท้องถิ่นที่เป็นปัญหาอยู่นั้น โดยขั้นตอนแล้วท้องถิ่นต้องเป็นฝ่ายเสนอ ไม่ใช่เสนอจากสภา เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากท้องถิ่นเสนอมาคณะกรรมการกระจายอำนาจที่ตนเป็นประธานก็จะอนุมัติ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็เคยไม่อนุมัติโครงการที่รัฐมนตรีและส.ส.รัฐบาล เสนอมาด้วยซ้ำ ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีการปิดบังซ่อนเร้น