ข่าว

'ธาริต'ชงคดีพิเศษ'ดร.เสรี'สมคบกบฏ!

'ธาริต'ชงคดีพิเศษ'ดร.เสรี'สมคบกบฏ!

17 ธ.ค. 2556

'ทนายนปช.' ร้องดีเอสไอดำเนินคดี 'เสรี วงษ์มณฑา' สมคบก่อกบฏ ด้าน 'ธาริต' รับลูกชงเป็นคดีพิเศษ ยกระดับ 'สุเทพ' นำม็อบก่อกบฏรวม 20 สำนวนเป็นคดีพิเศษ

 

                           17 ธ.ค. 56  นายคารม พลพรกลาง ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ดร.เสรี วงษ์มณฑา และนายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ฐานสนับสนุนในการร่วมกันสะสมกำลังพล หรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 114 กรณีที่ ดร.เสรี ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนในการชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)

                           นายคารม กล่าวว่า ได้ติดตามและบันทึกภาพการปราศรัยของ ดร.เสรี แล้วพบว่า เนื้อหาการปราศรัยเข้าข่ายปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมการชุมนุม ไม่ใช่การให้ความเห็นทางวิชาการ ทั้งที่ทราบว่าขณะนี้แกนนำผู้ชุมนุมถูกออกหมายจับฐานกบฏอยู่ ในวันนี้ (17 ธ.ค.) ตนได้นำซีดีบันทึกภาพการปราศรัยของ ดร.เสรี และเอกสารการถอดเทปการปราศรัยอย่างละเอียดมามอบให้ดีเอสไอ ใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี โดยร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ ดร.เสรี เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างกับนักวิชาการที่ขึ้นเวทีปราศรัย ระมัดระวังตัว เพราะอาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีด้วย ส่วนนายเถกิง ถือว่ามีส่วนร่วมในการจัดการควบคุมให้มีการถ่ายทอดคำปราศรัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับฐานกบฏ

                           ด้านนายธาริต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. จำนวน 13 คน โดย ดร.เสรี ยังไม่เคยมีผู้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ดังนั้น ดีเอสไอจะรวมคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมดเป็นคดีเดียวกัน เพื่อดำเนินการสอบสวนในภาพรวม เนื่องจากมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งมีพฤติกรรมต่างกรรมต่างวาระ โดยจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวรวมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในวันนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. เพื่อให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษทันที

 

 

ยกระดับคดี 'สุเทพ' นำม็อบก่อกบฏรวม 20 สำนวนเป็นคดีพิเศษ

 

                           เมื่อเวลา 15.30 น. นายธาริต แถลงผลการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติรับคดีพิเศษ 4 เรื่อง ประกอบด้วย กรณีทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดของพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยและใช้เอกสารแห่งการทุจริตดังกล่าวฟ้องร้องคดีต่อศาลแรงานเพื่อเรียกร้องเงินเพิ่มระหว่างปี 2545-2555 2. กรณีขบวนการหลอกลวงแรงงานไทยให้เดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดนโดยไม่จ่ายค่าจ้างตามสัญญา และมีการเก็บผลประโยชน์เป็นรายคนโดยมิชอบ 3. กรณีสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยมีพฤติการณ์ไม่สุจริตในการไม่ตรวจลงตราอนุญาตให้เข้าประเทศ ให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในไต้หวัน และ 4. กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กทม. และบางจังหวัด เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนในการกระทำความผิดรวมถึงความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ซึ่งเหตุที่ต้องรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเพราะคดีมีความยุ่งยาก ซับซ้อนจำเป็นต้องใช้พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้การสอบสวนมีประสิทธิภาพ เพราะมีการร่วมกันทำงาน 3 ฝ่ายทั้งดีเอสไอ อัยการ และตำรวจ

                           นายธาริต กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าการพิจารณาของกคพ. เป็นไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย และไม่ใช่การกำหนดความผิดขึ้นใหม่ เพราะความผิดในกรณีดังกล่าวมีการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนหน้านี้กระทั่งมีการอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าตำรวจสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมกว่า 60 คดี แต่ดีเอสไอจะรับโอนเป็นคดีพิเศษเพียง 20 คดี ยกเว้นคดีความผิดเล็กน้อยเช่น การพกพาอาวุธ การทำร้ายร่างกาย ไม่จำเป็นต้องรับเป็นคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม หลังรับเป็นคดีพิเศษแล้วหากมีคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันก็เป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวนัดแรกเพื่อกำหนดรายละเอียดการสอบสวน การออกหมายเรียกแกนนำ รวมถึงประเด็นการสอบสวนท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจำเป็นต้องตรวจสอบและอายัดบัญชีใดหรือไม่ ส่วนหลังรับเป็นคดีพิเศษแล้วดีเอสไอจะดำเนินการจับกุมนายสุเทพเองหรือรอให้เข้ามามอบตัวเองนั้น จะนำเข้าหารือกับพนักงานสอบสวนก่อนมีมติ