ข่าว

ท่าทีของปลัดกห.เซอร์ไพรส์ผบ.เหล่าทัพ

ท่าทีของปลัดกห.เซอร์ไพรส์ผบ.เหล่าทัพ

17 ธ.ค. 2556

ท่าทีของปลัดกลาโหม เซอร์ไพรส์ผบ.เหล่าทัพ : ทีมข่าวความมั่นคง/ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน

              เวทีราชดำเนินเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา “ไฮไลท์” คงหนีไม่พ้นประโยคสุดฮอต “ได้ดีเพราะพี่ให้” ที่กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. หยิบยกขึ้นมากล่าวโจมตี “บิ๊กแป๊ะ” พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาแสดงจุดยืนกองทัพอย่างเสียงแข็งในการแก้ไขวิกฤติการณ์บ้านเมืองที่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ในวงเสวนา “ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 
              การส่งสัญญาณของ พล.อ.นิพัทธ์ ต่อจุดยืนของกองทัพกับสถานการณ์บ้านเมืองในครั้งนี้ ถูกนำไปตีความถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะการตั้งคำถามจากกองทัพด้วยกันเองว่า เหตุใด พล.อ.นิพัทธ์ ถึงได้แถลงจุดยืนในลักษณะเช่นนี้
 
              ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริง พล.อ.นิพัทธ์ น่าจะแถลงในนามของกระทรวงกลาโหมมากกว่าที่จะแถลงในนามของกองทัพ
 
              โดยภาพรวมการแถลงจุดยืนควรปล่อยให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงบทบาทที่ควรจะเป็น
 
              การแถลงในลักษณะแบบนี้ทำให้ดูเหมือนว่า “กองทัพ” ตกที่นั่งลำบาก เพราะถูกมองว่า "เลือกข้าง" ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผ่านมา ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ แสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่า จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และพยายามที่จะตีกรอบของกองทัพให้ห่างจากการเมืองมาโดยตลอด แต่การที่กองทัพเข้ามามีบทบาทในครั้งนี้ก็เพื่อมาแก้ไขปัญหา กำหนดบทบาทตนเองในลักษณะตัวประสานงานให้เท่านั้น
 
              บทบาทนี้ไม่ใช่ว่า ผบ.เหล่าทัพจะทึกทักเอาเอง หากแต่จากการพูดคุยกับ นายสุเทพ ก็ได้รับการยอมรับแล้วด้วย กองบัญชาการกองทัพไทยจึงได้ “ไฟเขียว” เปิดเวทีเสวนาสาธารณะให้
 
              “ผบ.เหล่าทัพไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ได้อยู่ข้างรัฐบาลและไม่ได้อยู่ข้าง กปปส. โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นกลางตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่กองทัพพยายามแสดงจุดยืนในการปกป้องรักษาอธิปไตย ดูแลผลประโยชน์ของประเทศและดูแลประชาชน การที่ ผบ.เหล่าทัพ พูดหรือคิดอะไร จะต้องเป็นหนึ่งเดียว และแนวทางเดียวกันหมด ทุกคนจะมีความเห็นร่วมกันในการตัดสินใจแต่ละครั้ง"
 
              สำหรับ พล.อ.นิพัทธ์ ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยได้รับการยอมรับจากบรรดา ผบ.เหล่าทัพ แม้ว่า พล.อ.นิพัทธ์ จะมีอาวุโสน้อยกว่า โดยยังเหลืออายุราชการอีกถึง 3 ปี
 
              นั่นทำให้มีผู้วิจารณ์ว่า เป็นที่มาของน้ำเสียงกร้าวของพล.อ.นิพัทธ์ ในขณะที่กล่าวถึงบทบาทของกองทัพในเวทีปฏิรูปการเมืองเมื่อวันอาทิตย์
 
              ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง หรืออย่างน้อยก็มีการลงสัตยาบันว่าจะต้องปฏิรูปการเมืองไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง แต่กลับมีแรงผลักดันให้มีการเลือกตั้งตามที่รัฐบาลกำหนด โดยมีการนำเอากองทัพเข้าไปการันตีว่าจะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการบริหารจัดการเลือกตั้งนั้น ไม่เคยแม้สักครั้งที่กองทัพจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลเต็มตัว และยิ่งไม่เคยมีประวัติศาสตร์มาก่อนว่า หากทหารออกไปช่วย "คุม" การเลือกตั้งแล้วจะไม่มีการทุจริต
 
              การนำเอากองทัพไปการันตีการเลือกตั้งตามกำหนดของรัฐบาลครั้งนี้จึงเท่ากับเลือกที่จะนำเอากองทัพไปเล่นเกมเสี่ยง
 
              ถามว่าเรื่องเช่นนี้ พล.อ.นิพัทธ์ ได้ปรึกษาหารือกับบรรดาผู้นำเหล่าทัพแล้วหรือยัง ?
 
              ในเมื่อข้อเสนอของ ผบ.ทหารสูงสุด ก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ พร้อมให้การสนับสนุนเท่านั้น
 
              อย่างไรก็ตาม เร็วเกินไปที่จะสรุปถึงสถานการณ์ของกองทัพ ว่ายังคงมีเอกภาพอยู่หรือไม่ เพราะ วันที่ 24 ธันวาคมนี้ บรรดา ผบ.เหล่าทัพ ได้นัดหารือถึงจุดยืนของเหล่าทัพต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
 
              แน่นอน รวมถึงจุดยืนตามแนวทางของ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ทำเซอร์ไพรส์เมื่อวันอาทิตย์นั้นด้วย !

 

"ถ้าผบ.ทสส.ไม่พูด แล้วผมจะไปพูดได้อย่างไร" : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก

             
              ภายหลังกลายเป็นประเด็นขึ้นมา พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการประกาศจุดยืนให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557
 
              "คำถามหนึ่งที่นักข่าวถามคือ ตกลงกองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ ผบ.ทสส.ตอบว่า อยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เป็นประชาธิปไตย ก็สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แล้วท่านยังพูดอีกว่า กองทัพมีกำลังพลประมาณ 4.2 แสนนาย ถ้าคุณสุเทพไม่ไว้ใจ กลัวว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็คิดว่าทหารสามารถสนับสนุนเรื่องดูแลการเลือกตั้งให้ได้"
 
              พล.อ.นิพัทธ์ ย้ำว่า นี่คือสิ่งที่ ผบ.ทสส.แถลง หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ แล้ว ผบ.ทสส.ยังพูดอีกว่า ร่างกายคนเราเจ็บป่วยก็ต้องซ่อมแซม แต่ไม่ใช่เอาไปแช่แข็ง พอแช่แข็งเหมือนจะเป็นอัมพาต
 
              "พอวันอาทิตย์ (15 ธ.ค.) มีอีกเวทีหนึ่งที่ศูนย์สิริกิติ์ รัฐบาลพยายามไม่จัดเอง แต่ก็ต้องใช้คนของรัฐอยู่ดี ก็ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกสาขาอาชีพ นักวิชาการก็มา ข้าราชการก็ไปกัน กระทรวงกลาโหมก็ไป มีรอง ผบ.ทสส. มีเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผู้ช่วย ผบ.ทอ.) นั่งเรียงกันอยู่ เขาให้พูดคนละ 5 นาที ประเด็นหลักๆ เกือบทุกกลุ่มพูดตรงกันว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตยหรอก แต่ระบอบประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง"
 
              "ผมถามหน่อยว่า ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์เอาคำพูดของ ผบ.ทสส.มาพูด ผมเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบทุกอย่างในกระทรวง แต่สิ่งที่เวที กปปส.เอาไปบิดเบือนคือที่ไปบอกว่า พล.อ.นิพัทธ์พูดว่าเลือกตั้งก่อนค่อยปฏิรูป ผมยืนยันว่า ผมไม่เคยพูดคำว่าปฏิรูป เพราะไม่ใช่งานของทหาร แต่เวที กปปส.เอาไปเติม ประชาชนบางส่วนไม่ได้ฟังเวทีที่กองทัพไทย ก็เลยหลงเชื่อไป เอาเป็นว่า คุณสุเทพกับผมต้องมีใครคนหนึ่งที่โกหก แต่อยากถามว่า ถ้า ผบ.ทสส.ไม่พูด แล้วผมจะไปพูดได้อย่างไร" พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว

.............................

(หมายเหตุ : ท่าทีของปลัดกลาโหม เซอร์ไพรส์ผบ.เหล่าทัพ : ทีมข่าวความมั่นคง/ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)