
'มาร์ค'ยังเหนียวคุมปชป.ต่อลุ้นส่งผู้สมัคร
'มาร์ค'ยังเหนียวคุมปชป.ต่อ ไม่อยากเปลี่ยนม้ากลางศึก ยังต้องลุ้นสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ลุ้นโมเดลคนนอกเบอร์หนึ่งปาร์ตี้ลิสต์
17ธ.ค.2556 ความคืบหน้าการตั้งกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และกรณีจะมีการบอยคอตการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และประชุมสาขาพรรค ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยมีสาขาพรรค และอดีต ส.ส.พรรคเดินทางเข้าร่วมประชุมคับคั่ง
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันที่ 17 ธันวาคม จะมีการประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยหัวหน้าพรรคที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าอาจจะเปลี่ยนตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกไป แต่แนวโน้มล่าสุดจะไม่เปลี่ยนกลางคัน เพราะเป็นช่วงรอยต่อทางการเมืองและมีความขัดแย้งสูง นอกจากนี้ยังมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จึงเห็นว่าไม่ควรจะเปลี่ยนม้ากลางศึก เพื่อจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและจะได้ประสานงานกับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะมีทั้งคนเก่าและคนใหม่รวมกัน 35 คน
นอกจากนี้พรรคยังเห็นว่า นายอภิสิทธิ์มีความรู้ความสามารถหลายมิติ ทั้งด้านต่างประเทศ เศรษฐกิจ การเมืองและกฎหมาย ที่สำคัญคือไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่คนในพรรคก็ยอมรับว่านายอภิสิทธิ์มีภาพที่ช้ำแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่าถึงจังหวะที่ต้องเว้นวรรค ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์มีความเป็นตัวของตัวเองและได้รับความเห็นชอบจากอดีตหัวหน้าพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
ส่วนรองหัวหน้าพรรคในสัดส่วนโควตาหัวหน้าพรรคจำนวน 5 คน คาดว่ามี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ นายเกียรติ สิทธีอมร และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส่วนรองหัวหน้าพรรคภาคต่างๆที่คาดว่าจะได้รับเลือก ภาคเหนือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ภาคอีสาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ภาคใต้ นายชิณวรณ์ บุณยเกียรติ แข่งขันกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และภาคกลาง นายอลงกรณ์ พลบุตร แข่งขันกับ นายสาธิต ปิตุเตชะ และรองหัวหน้าพรรคภาค กทม.คาดว่าน่าจะเป็น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็น นายจุติ ไกรฤกษ์
ปชป.ยัง50-50บอยคอตเลือกตั้ง
แหล่งข่าวแจ้งด้วยว่า กรณีการตัดสินใจลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ยังมีเสียงในพรรค 50-50 แต่ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.เห็นควรที่พรรคจะบอยคอตการเลือกตั้ง เพราะหากเลือกตั้งใหม่วังวนการทุจริตคอร์รัปชั่นและโกงการเลือกตั้งก็จะกลับมา จึงเห็นว่าควรปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ส.หน้าใหม่ และ ส.ส. ที่เห็นว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยเมื่อประกาศยุบสภาก็ควรมีการเลือกตั้ง แต่หลังการเลือกตั้งต้องปฏิรูปการเมือง หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงรับสมัครเท่ากับจะมีรัฐบาลฝ่ายเดียวจะไม่มีฝ่ายค้านไปตลอดอายุของสภา
"การตัดสินใจจะบอยคอตหรือไม่ จะเป็นการประชุมร่วมกันของกรรมการบริหารชุดใหม่และชุดเก่าในวันที่ 17 ธันวาคม และอาจจะเรียกประชุม ส.ส. เพื่อให้แสดงความคิดเห็นก่อนจะตัดสินใจว่าจะมีมติอย่างไร คาดว่าจะเสร็จใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากจะเปิดรับสมัครในสัปดาห์หน้า" แหล่งข่าว ระบุ และว่า อย่างไรก็ตาม มีคนในพรรคบางคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากพรรคจะลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วให้นายนายอภิสิทธิ์ลงสมัครในฐานะเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์สอง และกำลังทาบทามคนนอกให้มาเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง เพื่อเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนที่ต้องใช้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่พิจารณาร่วมกับชุดเก่า เพราะตามกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคต้องรอการรับรองจาก กกต. แต่เนื่องจากใกล้เลือกตั้งแล้ว จึงต้องทำโดยเร็วและใช้มติของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าไปก่อน
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยตลอดทั้งวันได้มีสมาชิกพรรค อดีต ส.ส. เดินทางมาแจ้งความจำนงลงสมัคร ส.ส. พร้อมส่งเอกสารการสมัครเพื่อตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยแกนนำพรรค และคณะยุทธศาสตร์ทำการประชุมแทบทุกวัน เพื่อเร่งจัดบัญชีรายชื่อผู้สมัครทั้งระบบเขต และระบบปาร์ตี้ลิสต์ เนื่องจากมีผู้ประสงค์แจ้งความจำนงเป็นจำนวนมาก ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังประเทศจีนแล้ว โดยแกนนำพรรคจะนำรายชื่อผู้สมัครให้ตรวจทานเป็นขั้นตอนสุดท้าย และมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพิจารณาคนที่ตัวเองเลือกเข้ามาผสมผสานด้วย และจะส่งกลับมายังพรรคก่อนวันรับสมัครเพียงไม่กี่วัน และพรรคเพื่อไทยจะนำคณะไปสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในวันแรกของการรับสมัครคือวันที่ 23 ธันวาคมนี้



