ข่าว

ดร.สุเมธแนะใช้ความดีนำความเก่ง

ดร.สุเมธแนะใช้ความดีนำความเก่ง

16 ธ.ค. 2556

ดร.สุเมธแนะคนไทยยึดหลักพอเพียง ใช้ความดีนำความเก่ง ให้สิ่งเล็กเพื่อความสิ่งใหญ่ และความรุ่งเรืองของประเทศ

             เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 เวลา 14.00 น. มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับองค์กรภาคี จัดปาฐกถาพิเศษ “สร้างประเทศไทยให้โปร่งใส เตรียมพร้อมสู่ AEC” โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นองค์ปาฐก ในงานประกาศผลรางวัล “โครงการศึกษาองค์กรสีขาวต้นแบบของประเทศไทย” ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

             ดร.สุเมธ กล่าวว่า ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตควรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ ต้องมีสติ รู้จักประมาณตน และไม่ประมาท เนื่องจากการทุจริตมีทุกหย่อมหญ้า ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกธุรกิจ จึงต้องมีสติตลอดเวลา ต้องมีคุณธรรม ต้องรู้จักประเทศของเรา และรู้จักโลกด้วย

             “พระเจ้าอยู่หัวสอนเราไว้เสมอว่า ให้รู้จักความสามัคคี คำว่า รู้จะมาก่อนเสมอ ถ้ารู้จักความรัก ความสามัคคีก็จะตามมา เหมือนกับ เข้าใจพัฒนา ความเข้าใจก็เป็นสิ่งแรกของการพัฒนา ถ้าเราพัฒนาอย่างเข้าในสังคม เราก็ไม่เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มนุษย์ไม่ได้ต่างอะไรกับสัตว์ บางครั้งอาจจะแย่กว่าสัตว์ด้วยซ้ำ สัตว์ทุกตัวทำตามสัญชาตญาณ ล่าเพื่อกิน กินอิ่มก็ไม่เก็บ บางชนิดอาจจะเก็บอาหารไว้ แต่เก็บในปริมาณที่พออิ่ม ในขณะที่มนุษย์ ออกล่าเพื่อกิน กินอิ่ม ก็เก็บ แต่เก็บจนไม่เหลือให้คนอื่น เก็บไว้ในปริมาณที่เกินพอ ถึงมีอยู่แล้วก็อยากเก็บไว้อีกเรื่อยๆ จนเกิดคำว่า ไม่พอ” ดร.สุเมธ กล่าวและว่า

             คนไทยมีบุญที่ได้รับผลเรียนจากประสบการณ์จริง แต่ก็มีบาปอย่างหนึ่ง คือ  ไม่จำ ประเทศไทยประสบความสำเร็จในระดับที่ไม่มีประเทศไหนทำได้ แต่กิเลสตัณหาทำให้เรามืดบอด การเติบโตของเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูไม่ต่างจากฟองสบู่ วันหนึ่งที่โตเต็มที่จนแตก ประเทศก็ไม่เหลืออะไรไว้เลย เหมือนกับการสร้างบ้านหลังใหญ่ที่ขยายออกไป โดยที่ไม่ฝั่งเสาเข็ม วันหนึ่งบ้านทั้งหลังก็พังทลายลงมา

             “คนเราควรใช้ความดี นำ เก่งค่อยตามหลัง เพราะคนที่มีแค่ความเก่ง ปราศจากความดี จะกลายเป็นคนโกง คนที่ยิ่งเก่ง ยิ่งโกงเก่งจนไม่สามารถจับได้ ฉะนั้น ถ้าเป็นคนดี คำว่าโกงก็ไม่มี คำว่า สั้นว่า ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ จะทำให้เราแยกแยะถูกผิดได้ ทั้งหมดทั้งปวง ใครยึดความไม่ประมาท ใช้เหตุผล รู้จักประมาณตน และรู้ทันโลกเป็นส่วนประกอบ  และสุดท้ายต้องเป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรม คนเราต้องรู้จักการให้ ให้แบบไม่หวังผลตอบแทน และให้แบบหวังผลตอบแทน การให้ที่หวังผลตอบแทน เป็นการให้สิ่งเล็กๆเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เช่น การบริจาคเงิน เพียงไม่กี่บาท เผื่อให้ได้ โรงเรียน หรือ โรงพยาบาล ถ้าการเสียสละสิ่งเล็กๆ เพื่อให้ได้ประเทศที่เจริญรุ่งเรือง นั้น คือ สิ่งที่ควรทำ” ดร.สุเมธ กล่าว