
กปปส.ไม่ยอมรับผลรบ.จัดถกปฏิรูป
กปปส.ไม่ยอมรับผลรบ.จัดถกปฏิรูป 'สุเทพ'ยันคนอีกครึ่งบอกเลือกตั้งทีหลัง นายทหารนอกประจำการจี้กองทัพยืนข้างสถาบัน-ประชาชน
เมื่อเวลา20.35น.วันที่ 15 ธ.ค.2556 ที่เวทีราชดำเนิน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เเถลงว่า กำลังใจของคนหลายอาชีพบอกตนห้ามเเพ้ ตนไม่ยอมเเพ้เเต่ยอมตายคาเวที ตนอยากได้ยาเเก้โรคดื้อจากนายเเพทย์เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เเละเวที“ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน”ที่ศูนย์การประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ เพราะรัฐบาลเลือกคนเข้าร่วมประชุมเเละเตี้ยมกันไว้เเล้ว และสรุปผลว่าคนส่วนใหญ่ให้ไปเลือกตั้งนั้น เเต่ที่จริงเเล้วมีคนครึ่งต่อครึ่งเพราะครึ่งหนึ่งบอกต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จึงหารือกับคณะกปปส.และไม่ไปรับรองผลการประชุม
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ต้องตำหนิ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ไปพูดว่าทหารมี 4 แสนกว่าคน ผบ.ทสส.-ผบ.เหล่าทัพ ได้พูดชัดเจนเมื่อวานว่า ทหารสนับสนุนให้ไปเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป ตนบอกเลยว่า ผบ.ทสส.และ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพเขาไม่ได้พูดเช่นนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหมพูดเอาเอง วันนี้ภาพลักษณ์ทหารวันนี้ล่อแหลมมาก ประชาชนคาดหวังว่าทหารจะตัดสินใจมายืนข้างประชาชน เพียงแต่พี่น้องทหารเหล่านั้นยังมีความจำเป็น มีปัญหาข้อกฎหมายในระเบียบวินัยทหาร ต้องติดตามดูสถานการณ์จนถึงที่สุด
นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน รัฐบาลทำชั่วทำเลวแบบนี้ทหารปฏิวัติไปแล้ว แต่ทหารรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำปฏิวัติและเราก็ไม่ต้องการให้ทหารทำปฏิวัติอีกแล้ว ขอให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชน วันนี้พอเห็น พล.อ.นิพัทธ์ออกมาพูดแบบนี้ กลัวทหารไม่สบายใจ อย่าไปฟังปลัดกลาโหมพูด เพราะไม่มีน้ำยาอะไร เป็นปลัดกระทรวงไม่มีอำนาจเหนือ ผบ.เหล่าทัพ จะมาพูดเอาหน้าแทน ผบ.เหล่าทัพไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะดึงดันอย่างไร ขอให้แน่ใจว่ารัฐบาลนับถอยหลังแล้ว อยู่ได้อีกไม่กี่วันแน่นอน และขอเตือนยิ่งลักษณ์ว่า อย่าท้าประชาชน ดูถูกประชาชน เพราะประชาชนจะออกมาสิบล้าน และตระกูลชินวัตรต้องออกนอกประเทศไทยทั้งตระกูล ถ้ายิ่งลักษณ์อยากอยู่ในไทย อยากให้ลูกโตมาอย่างมีความสุข โอกาสสุดท้ายคือลาออกจากรักษาการไป การที่ยิ่งลักษณ์จะชวนคนไปเลือกตั้ง เขาไม่ไปแน่นอน เขาออกมาก็เพราะต้องการให้ประเทศนี้ไม่มีระบอบทักษิณอีกต่อไป ยืนยันว่าต้องไม่มีเลือกตั้ง และแม้มีเลือกตั้งก็ไม่มีทางราบรื่น อย่างน้อย กทม.และสุราษฎร์ธานีไม่มีคนลงสมัครเลือกตั้งแน่นอน ตนไม่ได้อวดดี แต่คนสุราษฎร์ฯเข้าเวรผลัดเปลี่ยนมาที่นี่หมดแล้ว ไม่มีใครยอมไปเลือกตั้ง ถ้ายังดึงดันให้มีการเลือกตั้งอีก กรรมการหน่วยเลือกตั้งเขาจะไม่ไปรับบัตรเลือกตั้ง หีบเลือกตั้ง แล้วจะเลือกกันได้อย่างไร จะเอาผู้แทนที่ไหนมา
จากนั้นนายสุเทพได้อ่านรายชื่อ กปปส.จังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมเป็นเครือข่าย กปปส.ในการประสานงานการเคลื่อนไหวร่วมกัน พร้อมทั้งบอกว่า กำลังคิดว่าอาจต้องชุมนุมใหญ่อีกหนใน กทม.เพราะพี่น้องยังติดใจวันที่ 9 ธันวาคม บอกต้องเอาใหม่ มันด้านนักต้องเอาอีกทีและต้องสู้ชนะให้ได้
ชมรมนักธุรกิจหนุนปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย สีลมสีเขียว ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 12 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ชมรมนักธุรกิจฯ ขอแถลงจุดยืนสนับสนุน ให้สังคมไทยได้นำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศนั้น มาหาทางออกเป็นรูปธรรม โดยมีการปฏิรูปเพิ่มเติมในบางประเด็นดังต่อไปนี้ 1.โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีการกระจายอำนาจโดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการแบ่งสรรงบประมาณให้เป็นอำนาจของจังหวัด 2.แก้กระบวนการยุติธรรมและการป้องกันการทุจริต เพื่อแก้ไขการทำผิดกฎหมายแบบนอมินี การกระทำทุจริต และการทำผิดกฎหมายที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายกับประเทศชาติอย่างมากมายหลายกรณี โดยการใช้ตัวแทน หรือนอมินี (Nominee) ในการกระทำแทน เช่น การซุกหุ้น การบริหารราชการผ่านผู้นำหุ่นเชิด กระบวนการทุจริตจำนำข้าว การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพื่อครอบครัวผู้นำ เป็นต้น
3.ศาลสื่อมวลชน ในช่วงการเลือกตั้ง การเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” และ “ความเท็จ” ผ่านสื่อสารมวลชนที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุของความแตกแยกในหมู่พี่น้องปวงชนชาวไทย เพราะ “ความจริง” ย่อมมีหนึ่งเดียว แต่ “ความเท็จนั้น” แล้วแต่จะแต่งขึ้น และเมื่อผ่านสื่อย่อมสร้างความแตกแยกในแผ่นดิน เพียงคดีหมิ่นประมาท ไม่อาจเยียวยาความแตกแยกในสังคมได้ จึงควรมีกระบวนการเร่งวินิจฉัยให้โอกาสผู้เสียหายตอบโต้ 4.การเปิดเผยงบประมาณที่จะต้องใช้รองรับนโยบายต่างๆ เพื่อควบคุมกำกับไม่ให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยไม่รับผิดชอบต่อการสร้างภาระหนี้ให้แก่ประชาชนและลูกหลาน พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอภาระหนี้จากการขาดดุลงบประมาณ จากโครงการต่างๆ รวมกัน และระบุในการหาเสียงด้วย โดยรัฐบาลจะไม่สามารถก่อหนี้ได้ เกินกว่าที่ได้เปิดเผยไว้ตอนหาเสียง เว้นแต่มีสถานการณ์พิเศษ ซึ่งเห็นชอบโดยรัฐสภา และไม่มีคำสั่งยับยั้งโดยศาลปกครอง
5.การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องแสดงความจริงใจในการบริหารงานผ่านรัฐสภา พรรคการเมืองจะต้องแสดงจุดยืนถึงการปฏิบัติหน้าที่ต่อรัฐสภา 6.การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องเสนอ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” 7.แก้ปัญหา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ อันเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้งในสังคมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จะต้องมีการทำให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ นี้ไม่สามารถกลับมาสร้างปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมได้อีก
จี้กองทัพยืนข้างสถาบัน-ประชาชน
เมื่อเวลา 17.20 น. พล.ต.เจริญ เตชะวณิช ตัวแทนกลุ่มนายทหารนอกประจำการที่ภักดีต่อสถาบันและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แถลงข่าวว่า ทางกลุ่มนายทหารนอกประจำการที่ภักดีต่อสถาบันและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่นำโดยอดีตผู้บัญชาการทั้ง 3 เหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.อ.กันต์ พิมานทิพย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีตผู้บัญชาการทหารบก และพล.ร.อ.วิเชษฐ การุณยวนิช อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ออกหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพปฏิบัติการเพื่อให้การปฏิรูปประเทศไทยโดยประชาชนเป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาประกาศไม่รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารนั้น เป็นเหตุและเงื่อนไขสร้างความวุ่นวายอย่างกว้างขวางต่อประชาชนชาวไทย รวมทั้งมีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์หลายครั้ง โดยที่ไม่มีการกวดขันปราบปรามจากหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามกฎหมาย อีกทั้งนับวันจะล่อแหลมที่จะเกิดความรุนแรง
ดังนั้นกลุ่มนายทหารนอกประจำการฯ มีความเห็นร่วมกันว่า ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพในปัจจุบัน ในฐานะทหารของสถาบันพระมหากษัตริย์และทหารของประชาชน ถึงวาระที่จะต้องออกมาประกาศอยู่เคียงข้างสถาบันและประชาชน โดยเรียกร้องให้นายกฯ และรัฐมนตรีทุกกระทรวง ลาออกจากตำแหน่งรักษาการ โดยให้ภาคเอกชน ข้าราชการ นักวิชากาาร และประชาชน จัดการปฏิรูปประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤติการณ์ให้จงได้ ซึ่งจะเป็นการปฏิรูปของประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างแท้จริง โดยที่ทหารไม่จำเป็นต้องทำการปฏิวัติ แต่จำเป็นต้องออกมาประกาศจุดยืนอยู่เคียงข้างประชาชน ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ ผบ.เหล่าทัพปฏิบัติการโดยด่วนที่สุดก่อนสถานการณ์จะนำพาไปสู่การนองเลือด



