
ส่งต่อ "การให้" สร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิต
"ให้ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต เกิดขึ้นทุกที่โดยไม่มีวันจบ" หนึ่งท่อนในเพลงมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ที่แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์ และร้องโดย "โต๋" ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร เพื่อร่วมสานต่อโครงการ "ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต" โครงการในพระดำริ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพ
ดังนั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงสนองพระดำริ ด้วยการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ โดย นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยตัวแทนจากสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ เพื่อบอกกล่าวความเป็นมา ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อวันก่อน
"แป้ง" นวลพรรณ กล่าวว่า จริงๆ แล้วโครงการนี้เกิดจากพระดำริในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาสังคมที่ต้องเริ่มจากการพัฒนาเด็กๆ ให้มีศักยภาพและรู้ถึงคุณค่าของของตัวเอง โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิตเป็นการสานต่อเพื่อมุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้อบรมเรียนรูศักยภาพในตัวเอง เรียนรู้วิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้าที่จะเป็นผู้นำ
"โครงการนี้ต้องให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม และเรียนรู้ถึงศักยภาพของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ศักยภาพของคนอื่นเพื่อนำมาปรับใช้ในแนวทางของแต่ละคนได้อย่างถูกต้อง ต่อยอดถึงการสร้างสรรค์และนำความคิดไปรังสรรค์เรื่องราวต่างๆ ในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้เด็กๆ ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความสามารถสุดท้ายเป็นการส่งต่อเรื่องราวดีๆ เหล่านั้นสู่เพื่อนๆ ต่อไป และโครงการนี้ก็เป็นการเปิดโอกาสให้แก่เด็กๆ ที่มีอายุ 13-18 ปี เพื่อให้ได้มีโอกาสร่วมกัน" ผู้ช่วยประจำกระทรวงพม. แจง
ด้าน ศศิพงศ์ รอตเกษม เลขานุการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางสภาเด็กฯ จะเป็นแกนหลักในการประสานและเชิญชวนเยาวชนจากทั่วประเทศ โดยเริ่มที่การอบรมเยาวชนที่เป็นตัวแทนเยาวชนหรือที่เรียกว่าอาสาก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้ตัวแทนของเด็กๆ จากทั่วประเทศเหล่านี้ สามารถไปบอกกล่าวเรื่องราวและเป็นผู้ชี้นำที่ถูกต้องให้แก่เด็กๆ คนอื่นๆ พร้อมกับผลิตโครงการณรงค์ทำความดีโดยรู้จักให้ เพื่อร่วมคัดเลือกเป็นโครงการต้นแบบ 6 โครงงาน ซึ่งนอกจากจะได้รับประทานรางวัลจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แล้ว ยังจะนำโครงการเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานด้านเด็กระหว่างประเทศที่สหรัฐอเมริกา ในเดือนสิงหาคมนี้ด้วย
ในขณะที่ "เอมมี่" ธรานันท์ อัศวเทววิช นิสิตปี 1 คณะพาณิชยศาสตร์หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การให้ของเธอนั้นคือการแบ่งปันสิ่งที่มีอยู่เพื่อคนรอบข้าง อย่างล่าสุดเธอได้ให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษกับน้องที่รู้จัก เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการใช้สอบภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งโดยที่เราไม่ได้เดือดร้อน และเป็นการเพิ่มความรู้และทักษะให้แก่ตัวเองอีกด้วย
ปิดท้าย ที่ "นอต" ณัฐกิตติ์ จิตร์ตรีสินธุ์ วัย 20 ปี นักศึกษานิติศาสตร์ปี 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักการให้ แม้ว่าสังคมในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการแข่งขัน แต่การให้และการแบ่งปันไม่ได้หมดไปจากเด็กไทย การแบ่งปันและการส่งต่อก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เขาได้รับและกระทำอย่างสม่ำเสมอ การให้ไม่ใช่สิ่งยากเย็น ง่ายๆ เพียงลุกให้ผู้หญิงหรือคนแก่นั่งในรถประจำทาง นั่นก็เป็นการให้อย่างหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กๆ และเยาวชนที่สนใจพัฒนาศักยภาพและทักษะการเป็นผู้นำเชิงสร้างสรรค์ รู้จักบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม และพัฒนาเป็นโครงงานต้นแบบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2659-6110 หรือ 0-2931-4253



