ข่าว

เวทีเสวนา'ปฏิรูปประเทศไทย'คึกคัก!

เวทีเสวนา'ปฏิรูปประเทศไทย'คึกคัก!

15 ธ.ค. 2556

เวทีเสวนาประเทศไทยของเราจะไปทางไหน 'วีรพัฒน์' แนะแผนปฏิรูปฯ 3 ระยะ 'เจษฎ์' เสียดายยุบสภา 'บก.ลายจุด' เตือนอย่าดูถูกคนตจว.เรื่องการเมือง 'ชทพ.' ลั่นพร้อมลต.

 

                          15 ธ.ค. 56  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องโลตัส ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ "ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย แก้ปัญหาระยะยาวภายหลังมีการเลือกตั้ง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานเชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ ตัวแทนรัฐบาล ประกอบด้วย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ตัวแทนพรรคการเมือง ประกอบด้วยตัวแทนพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย นายโสภณ สารัมย์ อดีตส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรค ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นายนิกร จำนงค์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ตัวแทนพรรคพลังชล อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และนายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เลขาธิการพรรค ตัวแทนพรรคชาติพัฒนา อาทิ ร.ต.ประภาส ลิมปพันธุ์ ตัวแทนพรรคมาตุภูมิ ทพ.ดร.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา รองเลขาธิการพรรคมาตุภูมิ และตัวแทนพรรคประชาธิปไตยใหม่ รวมถึงตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

                          ตัวแทนภาคประชาชน อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. นายจตุพร พระหมพันธุ์ แกนนำนปช, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ที่ปรึกษานปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงตัวแทนข้าราชการพลเรือน อาทิ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขธิการสมช. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายอำพล กิตติอำพล เลขธิการคณะรัฐมนตรี เป็นต้น ตัวแทนรัฐวิสาหกิจ อาทิ นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนายการธนาคารออมสิน นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จพกัด (มหาชน) เป็นต้น ขณะที่ตัวแทนกองทัพ ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ตัวแทนนักวิชาการ อาทิ นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม นายโคมทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นต้น

                          สำหรับบุคคล และหน่วยงานที่ได้รับการเชิญแต่ไม่ได้มาเข้าร่วม อาทิ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนกปปส. นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.ประเวศ วสี ราษฎรอาวุโส เป็นต้น 

 

                          โดยนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า ขณะนี้บ้านเมืองของเราในขณะนี้อยู่ในสภาวะที่เกิดวิกฤติและเกิดความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย โดยตลอดระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีเพราะได้มีการเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสมาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยเวทีนี้ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ประสานงานเชิญบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยไม่มีการกำหนดให้ผู้ใดเป็นประธาน ไม่มีใครชนะ ไม่มีใครแพ้ สำหรับประเทศไทยมีประชากรจำนวน 67 ล้านคนที่เป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งเวทีนี้คงไม่สามารถเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดหรือแสดงความคิดเห็นได้ครบถ้วน ดังนั้นจึงได้เชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ มาร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อช่วยกันเสนอและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

 

                          จากนั้นได้เข้าสู่การเสวนาโดย นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธุ์ ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า ส่วนตัวเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะข้อเสนอต่างในขณะนี้จากหลายฝ่ายเป็นข้อเสนอที่ไปคนละทิศละทาง และสิ่งที่จะช่วยให้ประเทศดีขึ้นได้อีกส่วนคือ การทำหน้าที่ของสื่อที่ควรเลือกในสิ่งที่ถูกต้องไม่เลือกข้าง และตนสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57

 

                          ขณะที่นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี กล่าวว่า อยากเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน 1 ปี ซึ่งเป็นเรื่องทำได้หากรัฐบาลเปิดใจกว้าง เหตุผลเพื่อดำเนินการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งการปฏิรูปต้องมีการปรับโครงสร้างทุกด้าน ที่ผ่านมารัฐบาลจัดเวทีปฏิรูปแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า และหากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ธ.ค. 57 ถ้าพรรคใหญ่บางพรรคไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็อาจเกิดปัญหา ดังนั้นการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อที่ทุกภาคจะได้ส่วนเกิดความมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเที่ยงธรรม

 

                          ด้านตัวแทนพรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย คือ เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่เราไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งบนความขัดแย้ง ซึ่งขณะนี้เป็นความขัดแย้งที่รุนแรงในทุกระดับ จึงเสนอให้ทุกฝ่ายสร้างกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นถ้าคนที่มีอำนาจในขณะนี้ไม่รู้สึกว่าประเทศกำลังป่วยก็ยากที่จะรักษาให้กลับสู่ความสงบสุขได้ ตนอยากให้ผู้มีอำนาจในประเทศตระหนักว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องช่วยให้ประเทศพ้นวิกฤติ ขณะที่พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครลงเลือตั้ง และเห็นว่าส่วนที่ควรปฏิรูปโดยเร็วที่สุดคือนักการเมือง เพราะนักการเมืองสร้างความขัดแย้งต้องช่วยกันดับ ถ้าได้นักการเมืองที่ดีประเทศจึงจะเดินได้

 

                          นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฏหมายอิสระ กล่าวว่า ก่อนที่จะได้ฟังเวทีเสวนาของกองทัพ เชื่อว่าปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ไม่เกิดขึ้นคือกองทัพ แต่เมื่อได้ฟังรู้สึกมีความหวัง เพราะผู้นำกองทัพแสดงให้เห็นว่าต้องการกติกา และพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นแล้วว่าเป็นภาพของทหารมืออาชีพที่จะไม่ทำรัฐประหาร ตนขอเป็นกำลังใจให้ผบ.เหล่าทัพและทหารทุกคน เพราะบ้านเมืองตอนนี้กำลังมีทางออกและตนขอให้ทหารอย่าทำรัฐประหาร ซึ่งการที่กลุ่มกปปส.เรียกร้องให้รัฐบาลทำตามรัฐธรรมนูญตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ในเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าให้เลือกตั้งในเวลา 45-60 วัน หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามถือว่าเราทำขัดกันเองหรือไม่

                          "หากการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57ได้เลื่อนออกไป ตนขอเตือนคนไทยว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะอันตราย จะเป็นการทำให้ประชาคมโลกเห็นว่าเมืองไทยมีข้อยกเว้นได้เสมอ ขณะที่ระบอบทักษิณ ที่กปปส.อ้างถึงก็จะเกิดขึ้นจริงเพราะประเทศไทยมีข้อยกเว้นเสมอ หากกปปส.ต้องการที่จะขจัดระบอบทักษิณ ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ"

                          นายวีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า ตนเคยสนับสนุนตามที่นายสุเทพ พูดว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรม ซึ่งจะสามารถทำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 ได้ และเราสามารถทำได้ตอนนี้เลย โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกเป็นแบบเฉพาะหน้า 2-3 เดือน ให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันร่วมกัน ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57เป็นการเลือกตั้งเฉพาะกิจใครได้เป็นรัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 ปีไม่ว่าพรรคไหนชนะจะต้องยุบสภาภายใน 2 ปี ระยะที่ 2 ใครได้เป็นรัฐบาลจะต้องเริ่มกระบวนการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งต้องไม่เป็นแบบปกติ แต่ต้องเสนอให้เห็นว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างไร นอกจากนี้ทางกปปส.ยังสามารถมาสมัครเลือกตั้งทัน หากมีข้อกังวลว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธิ์ ตนขอเสนอว่าให้ไปดูรัฐธรรมนูญมา

 

                          ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาที่ต้องแก้ไขเป็นจำนวนมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มีผู้คนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการยุบสภา ซึ่งรัฐบาลก็ได้ตัดสินใจยุบสภา ส่วนตัวมองว่าการรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่ดีอย่างแน่นอน แต่ประชาธิปไตยที่ปราศจากความเข้าใจของประชาชนก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเช่นกัน ขณะนี้เราควรมาหาทางออกร่วมกันโดยไม่ต้องจำกัดว่าวันเลือกตั้งจะต้องเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แล้วมาดูว่าประเด็นใดบ้างที่บอกว่าทำไม่ได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่าง รัฐบาลชุดนี้ยืนยันหนักแน่นว่าไม่สามารถทูลเกล้าฯขอพระราชทานคืนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่เปิดช่อง แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ได้มีการทำหนังสือขอพระราชทานคืนกลับมา เมื่อยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดที่จะสามารถทำให้ขอคืนมาได้ แต่ขณะนี้ได้คืนมาแล้ว รัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกมาตราคิดว่าทุกคนรู้ว่าการตีความตามถ้อยคำตัวอักษรเป็นการตีความอย่างหนึ่ง ตีความตามเจตนารมณ์ก็เป็นการตีความอย่างหนึ่ง และกฎหมายทุกฉบับที่ออกมาล้วนออกมาให้ใช้ได้ทุกมาตราและบทบัญญัติ ถ้าหากใช้ไม่ได้ต้องแก้ไข ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าสิ่งที่เข้าใจมันใช่หรือไม่

 

                          นายโคทม อารียา อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและศึกษาพัฒนาสันติวิธี มหาลัยมหิดล กล่าวว่า ขอบคุณกปปส.ที่ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัวทางการเมือง การปฏิรูปการเมืองต้องทำให้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง ตนอยากเห็นกระบวนการปฏิรูปเป็นกระบวนการเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น และต้องเป็นรูปธรรมว่าจะปฏิรูปอย่างไร ส่วนจะปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้เป็นการกระบวนการต่อเนื่อง ต้องเอาจริงเอาจังตลอดเวลา อะไรทำได้ก่อนและเร็วขอให้ทำ อะไรทำได้ช้าหน่อยขอให้ทำ แต่ขอให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ และขอเสนอว่า นโยบายเฉพาะหน้าอย่าเป็นจ่าเฉยซื้อเวลาคือ ทำเหมือนเหตุการณ์เป็นปกติ และพรรคประชาธิปัตย์เองก็อย่าบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้

 

                          ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 10.00 น. ระหว่างที่นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น กำลังแสดงความคิดเห็นอยู่ ปรากฏว่า นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงษ์ ซึ่งเคยขับรถแท็กซี่บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาหลายครั้ง ได้เข้ามาในห้องประชุมและเดินปรี่ไปยังหน้าเวทีที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ พร้อมตะโกนว่า "ผมมาขอความเป็นธรรม" สร้างความงุนงงให้กับผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบตัวแล้วหิ้วออกจากห้องประชุมไป ต่อมาเมื่อนายประเสริฐ แสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้น นายธงทอง จึงแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า เหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่เกี่ยวกับการเสวนาในวันนี้ เพียงแต่มาร้องทุกข์ความเป็นธรรมเรื่องส่วนตัว

 

 

'บก.ลายจุด' เตือนอย่าดูถูกคนตจว.เรื่องการเมือง

 

                          นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ส.ส.และรัฐบาล ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาด และก็มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาตำหนิความผิดพลาดของรัฐบาลด้วยวิธีการที่ผิดพลาดเช่นกัน จึงทำให้เกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองได้มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนไปทำลายและลดทอนความเป็นประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพลดลง แต่ปรากฏว่าในขณะที่พรรคการเมืองกำลังด้อยประสิทธิภาพ แต่ประชาชนกลับตื่นตัวและมีส่วนร่วมทางการเมืองมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากการที่ประชาชนลงมาต่อสู้บนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง หรือสีแดง โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่ยังสนใจการเมืองมากกว่าคนกรุงเทพฯ การที่บอกว่าคนต่างจังหวัดขาดการกรองข่าวสารที่ดีนั้น แต่คนกรุงเทพฯ ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นเลยไม่รู้ว่าพวกเขาได้วิวัฒนาการทางการเมืองไปถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า ทั้งประชาชนทั้งพรรคการเมืองต้องพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน พรรคการเมืองต้องเป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ไม่ใช่ของนายทุน หรือนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ซึ่งพรรคการเมืองต้องเปิดช่องทางรับฟังปัญหา ข้อเสนอ รวมทั้งความฝันของประชาชน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น

 

 

'ปลัดกห.' ชี้กองทัพหนุนให้มีการเลือกตั้ง

 

                          พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขอชี้แจงต่อที่ประชุม 3 ข้อ ดังนี้ 1. พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม กำหนดให้กระทรวงกลาโหมก็คือกองทัพพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

                          2. สถานการณ์การเมืองขณะนี้กองทัพโดย ผบ.สส.ยืนยันที่จะปฏิบัติอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ นี่คือจุดยืนของกองทัพ และ 3. จากการเสวนาที่กองบัญชาการกองทัพไทย ผบ.สส.มีเจตนารมย์ ที่จะให้กองทัพได้แสดงบทบาทในการรับใช้ และพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่ได้พูดกันในเวทีนั้นเป็นเรื่องที่พี่น้องทั้งประเทศจะพิจารณาตัดสิน ให้คิดและพิจารณาเอา หลังการเสวนาจบลง ผบ.สส. และผบ.เหล่าทัพ ได้ตอบคำถามที่ทุกคนอยากรู้ ซึ่งท่านได้ตอบแล้วว่ากองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 และตนอยากแถมท้ายว่า ผบ.สส.ได้ปรารภว่ามีกำลังทหารกว่า 4 แสนนาย ถ้าห่วงใยว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธิ์ก็ส่งสัญญาณทำนองว่าพร้อมที่จะร่วมมือทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ และยุติธรรม

 

 

'พงศ์เทพ' เสียดาย 'กปปส.' ปัดร่วมถกปฏิรูปฯ เห็นด้วยลงสัตยาบันก่อนลต.

 

                          นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเสียดายที่ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้าร่วมเวทีเสวนาเพื่อเอาไปปรับแนวทางของตัวเอง ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลาหลายปี แต่กลไก เช่น การกำหนดโครงสร้างการเมืองหรือกระบวนการเลือกตั้งให้โปร่งใส ยุติธรรม สามารถขับเคลื่อนได้ภายใน 2 ปี จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของนักวิชาการที่ให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันร่วมกันในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และเมื่อพรรคใดได้เป็นรัฐบาลก็ให้เริ่มเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เมื่อครบ 2 ปีให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

 

 

'ชทพ.' ลั่นพร้อมลต. 'จาตุรนต์' เสนอทำสัตยาบันก่อน-หลัง

 

                          เมื่อเวลา 13.30 น. นายณรงค์ ศศิธร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมามีมากกว่า 40 ประเทศ ที่ออกมาให้ความเห็นต่อสถานการณ์ในประเทศไทย ทุกประเทศกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ถ้าการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพก็จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของอาเซียน ทั้งนี้หลายประเทศชื่นชมนายกรัฐมนตรี ที่ใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ปัญหา และหลายประเทศสนับสนุนการเจรจาโดยสันติวิธี สนบัสนุนการแสดงอกอกทางประชิปไตยด้วยการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ได้เรียกร้องทุกฝ่ายให้แก้ปัญหาด้วยการเจรจาสันติวิธี โดยที่การเลือกตั้งถือเป็นมาตรฐานสากล ประเทศไทยไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก แต่มีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับโลก ดังนั้นความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลประเทศไทยจะไม่เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศ

                          นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตนพูดในฐานะตัวแทนนักการเมือง และนักรัฐศาสตร์ เห็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่วิกฤติความขัดแย้งที่รุนแรง แม้ว่าไม่มีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ปัญหาความขัดแย้งก็ยังคงเกิดขึ้นเพราะเรื่องอื่น เช่น ปัญหาสังคม ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขด้วยระบบการเมือง แต่ปรากฏว่าการเมืองกลับมีปัญหามากกว่าปัญหาสังคม และเศรษฐกิจ เพราะรากเหง้าของความขัดแย้งเกิดจากระบบประชาธิปไตยแบ่งเป็น 2 ทัศนคตินั่นเอง ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมตัวสู่การเลือกตั้งเพราะเราเชื่อตามกฎหมาย และเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์กว่านี้แล้ว ในต่างประเทศก็เชื่อถือ แต่ระหว่างนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งให้เจรจากัน ถ้าเราไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางทัศนคติเราก็จะเข้าสู่ความรุนแรง

                          ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออก เพื่อให้ใช้มาตรา 7 นั้น การลาออกทั้งคณะตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าทำไม่ได้ ส่วนการลาออกทีละคนก็คงเป็นไปไม่ได้ และพรรคเพื่อไทยไม่ส่งเสริมให้จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดสภาพที่ไม่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การเลือกตั้งคงจะแก้ปัญหาได้เพียงบางส่วน เพราะวิกฤติขณะนี้ไม่ใช่แค่คนบางกลุ่มไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธิ์ แต่ไม่เชื่อในระบบการเลือกตั้ง ไม่เชื่อในระบประชาธิปไตย ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งช่วยแก้วิกฤติได้มากที่สุด สิ่งที่จะทำได้ให้พรรคการเมืองต่างๆ นำเสนอการปฏิรูปการเมืองในการเลือกตั้ง และทำสัตยาบันว่าอะไรจะทำได้ก่อนการเลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริต รวมถึงทำสัตยาบันหลังเลือกตั้งว่าจะปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศกันอย่างไรบ้าง ซึ่งการปฏิรูปประเทศหลังการเลือกตั้งหากเป็นข้อเสนอร่วมกันใหรัฐบาลอยู่ในเวลาที่จำกัดก็เป็นไปได้ เพราะการเลือกตั้งในสภาพแบบนี้เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลมาใหม่จะอยู่ได้นาน แต่หากไม่ทำสัตยาบันร่วมกันก็จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันปัญหาก็จะไม่จบ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ต้องการเจ้าภาพจะให้รัฐบาลเริ่มเองก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้การจะปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปกฎหมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเกี่ยวข้องกับการแก้กฎหมายจำนวนมาก และการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะศาลรัฐธรามนูญวินิจฉัยแล้วว่าไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญ 50 ได้ ถ้ามีการทำประชามติถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นไปได้ยาก เพราะประชามติต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ดังนั้นต้องแก้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ

                          นายจตุพร พหรมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ฝั่งตรงข้ามชัดเจนจะล้มการเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่มีการเลือกตั้งประเทศจะเข้าสู่วิกฤติใหญ่ แนวคิดในเรื่องสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ ตรงนี้เป็นความต้องการเข้าไปมีอำนาจอีกครั้ง และมีการเลือกนายกคนกลางที่ตัวเองเลือก ที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ วันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน อำนาจไม่ได้อยู่ที่คณะรัฐมนตรีแล้ว อำนาจวันนี้อยู่ในมือประชาชน ประชาชนจะอำนาจนั้นให้ใคร วันที่ 2 ก.พ.รู้กัน การคิดว่าการเลือกตั้งจะมีการทุจริต กกต.ชุดใหม่เขาทำหน้าที่ รัฐบาลขณะนี้ก็เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ วันที่คุณเป็นรัฐบาล ก็มี กกต.เหมือนกัน แต่คุณกลับแพ้ในการเลือกตั้ง ประชาชนเขาทราบดีถ้า ใช้อำนาจรัฐมากเท่าไหร่ประชาชนยิ่งออกมาต่อต้าน บ้านเมืองจะเดินได้ต้องเคารพประชาชน ทางออกประเทศไทยต้องมีประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                           นางธิดา ถาวรเศรฐ ประธานกลุ่มนปช. กล่าวว่า ขอบคุณฝ่ายเห็นต่างที่เข้าร่วมเวทีนี้ เพื่อให้ประเทศมีทางออก สำหรับคำว่าระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมาหากษัตริย์เป็นประมุข สำหรับนปช.ขอเติมคำว่า ที่อำนาจอธิไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ฉะนั้นคำว่าระบอบประชาธิปไตยที่เราใช้กันอยู่ถูกตีความโดยคนสองกลุ่มหนึ่ง คือเราให้ความเสมอภาคทางการเมืองภายใต้ความเท่าเทียม 1 สิทธิ์ 1 เสียง นอกจากนี้การนำไปสู่เป้าหมายต้องใช้กระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนอีกกลุ่มไม่อาจยอมรับ 1 สิทธิ์ 1 เสียงได้ เสียงในชนบทไม่มีคุณภาพ จึงขอให้วิญญูชนนำคำเหล่านี้ไปพิจารณาว่า มันเริ่มต้นจากการมองไม่เห็นคุณค่าของมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันใช่หรือไม่

                          ส่วนข้อเสนอตั้งสภาประชาชน ที่แท้เป็นสภาอภิชน เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของคนทั้งประเทศ จุดยืนของนปช.คือไม่ให้รบ.ลาออก ไม่เห็นด้วยกับสภาประชาชน เพราะเป็นสภาเผด็จการเสียงข้างน้อย ซึ่งนำคำพูดมาจากประเทศอื่นๆแล้วอ้างความชอบธรรม โดยสภาประชาชนนั้น เป็นสภาประชาชนที่ต่อสู่กับทรราช หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้า ไม่ใช่สภาประชาชนที่มีผู้นำเสนอแบบนี้ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นสภาอภิชน เป็นการแสดงออกถึงเผด็จการเสียงข้างน้อยที่ไม่ยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ และนปช.ขอเสนอให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทั้งนี้การอ้างให้มีการปฏิรูปการก่อนการเลือกตั้งเพียงแค่เป็นกลยุทธคำพูดให้ดูดี แต่จุดยืนของเราตือต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แม้นปช.จะไม่ชอบรัฐธรรมนูญนี้ แต่เรียกร้องให้มีกฏหมายและปฏิบัติตาม และเสนอให้มีการทำประชามิติว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ไปพร้อมกับการปฏิรูปการเมืองด้วย

                          นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ถ้ายังมีการตั้งเวทีเสวนาคู่ขนานอยู่แบบนี้ ให้ตายก็ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะมันจะมีทางเห็นแค่ทางเดียว หากไม่มีการยอมรับกติกากัน แต่ถ้ารัฐบาลยอมถอยให้มีการคิดกติการร่วมกันก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้

                          นายศรรักษ์ มาลัยทอง ตัวแทนกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า กลุ่มกปปส.เสนอเรื่องต่างให้มีการปฏิรูป แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ไม่เคยมองตัวเอง ไม่เคยปฏิรูปตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยทำตัวอย่างให้สังคมได้เห็น