
'ประชาคมสธ.'แนะตั้งองค์กรปฏิรูปก่อนลต.
'ประชาคมสาธารณสุข' เสนอตั้งองค์กรปฏิรูปการเมือง ก่อนเลือกตั้ง ด้าน 'ส.ว.เพื่อสันติ-ประชาธิปไตย' แนะทุกฝ่ายลดทิฐิ ยอมถอยเจรจา ขณะที่ 'สปป.' เตือนกลลวงล้มลต.
15 ธ.ค. 56 ประชาคมสาธารณสุข ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 โดยเป็นการประชุมประชาคมสาธาณสุข ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมต่างๆ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสหสาขาวิชาชีพ 16 ชมรม ดังนี้
ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ชมรมรองบริหารโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน ชมรมทันตแพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชน ชมรมนักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมนักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลชุมชน ชมรมเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชน ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาคมหมออนามัย ร่วมกันจัดทำข้อเสนอต่อสถานการณ์ความขัดแย้งของประชาชนในชาติ สิ่งที่เป็นหลักการ คือ เราจะก้าวข้ามความแตกแยก การเลือกฝ่าย เพื่อหาทางออกของประเทศ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตรงกันที่จะให้มีการปฏิรูปประเทศไทย และการเมือง คือ
1. ระยะสั้น เรื่องของกติกาการเลือกตั้ง ต้องแก้ไขโดยเร็ว ที่จะให้มีการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม
2. มีการวางระบบการปฏิรูปการเมืองและประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะเน้นกลไกการตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่น
3. ต้องมีการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปการเมืองและประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง โดยต้องมีกฎหมายรองรับ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบสำนักนายกฯ หรือพระราชกำหนดก็ตาม ซึ่งผลลัพธ์จากข้อสรุปในเรื่องของการปฏิรูป จะต้องผูกมัดกระบวนการนิติบัญญัติ และกระบวนการบริหารในอนาคต ภายใต้การลงนามสัตยาบันของพรรคการเมืองทุกพรรค ว่าหลังจากได้มีการปฏิรูปชัดเจนแล้ว ให้มีการยุบสภา และจัดการเลือกตั้งในกฎกติกาใหม่ดังที่มีการปฏิรูป
4. สร้างกลไกของประชาคมสาธารณสุข เพื่อติดตามการปฏิรูปให้เป็นไปตามข้อตกลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการกำกับติดตามให้เกิดธรรมาภิบาลขึ้นในระบบ ทั้งในระยะสั้น โดยชาวสาธารณสุข และอสม.ในการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และในระยะยาว จะสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในการบริหารจัดการภายในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในการบริหารงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล
'ส.ว.เพื่อสันติ-ประชาธิปไตย' แนะทุกฝ่ายลดทิฐิ ยอมถอยเจรจา
เมื่อเวลา 11.45 น. นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ และนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ และประชาธิปไตย ประมาณ 10 คน ร่วมกันแถลงข่าว ถึงข้อเสนอแนะทางออกปัญหาการเมืองในประเทศไทยขณะนี้
โดยนายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ ผู้แทนกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ และประชาธิปไตย กล่าวว่า ทุกวันนี้เกิดความแตกแยกเรื่องความคิดในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมาก ถนนเกือบทุกสายมีผู้เดินขบวนต่อต้าน รัฐบาล ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลก็กระจัดกระจายกันไป จึงทำให้เกิดปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องเกิดความยุ่งยาก และแม้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 ความขัดแย้งก็ยังไม่หมดไป ยังมีการเดินขบวนต่อต้าน คัดค้านต่อเนื่อง ดังนั้นกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ ฯ อยากจะเสนอทางออกสู่การแก้ปัญหาบ้านเมือง คือ กลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ ฯ เราเห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่เพื่อให้การเลือกตั้งมีความราบรื่น ทุกฝ่ายต้องยอมถอยออกมา แล้วมาเจรจาเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับกรอบกติกา เงื่อนไขการเลือกตั้งที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับทั้งในช่วงการเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง ถ้าไม่พูดคุยหาข้อยุติกันก่อน หากเลือกตั้งไปแล้วก็จะมีการเดินขบวนประท้วง เกิดความวุ่นวายกลับมาอีกเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ โดยเราเห็นว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมจึงเสนอแนวทางออกมาเช่นนี้
"เราควรต้องหาข้อยุติกรอบกติกากันก่อนการเลือกตั้ง และเพื่อให้สามารถหาข้อยุติของกติกา เงื่อนไข นักการเมืองควรต้องยอมถอย เพื่อทำกติกาให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ส่วนการถอยจะทำอย่างไรนั้น คือ พรรคการเมืองอาจไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปเองโดยไม่ต้องมีการแก้กฎหมายใดๆ และไม่ขัดต่อพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งด้วย"
นายทวีศักดิ์ ส.ว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การยอมถอย ควรทำจนกว่าจะมีการเจรจาได้ข้อยุติ แล้วจึงค่อยไปจัดเลือกตั้งกันใหม่ การที่ต่างฝ่ายยอมถอย จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้ทั้งประชาชน พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ และข้าราชการต่างเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะประเทศที่ยังเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องให้นักการเมืองทุกฝ่าย และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะมีส่วนทำให้บ้านเมืองต้องชะงักงันอยู่ในขณะนี้ ได้ลดทิฐิ ความมุ่งมั่นของตัวเองเพื่อจะมาเจรจากันอย่างสันติหาทางออกบ้านเมืองร่วมกัน เพราะบ้านเมืองเสียเวลามามากแล้ว จึงอยากเรียกร้องทุกฝ่ายได้โปรดคิดดูใหม่ว่า หากทำตามคำแนะนำนี้จะทำให้ประเทศมีทางออก แนวทางที่เราเสนอต้องอาศัยความเสียสละของทุกฝ่าย เพราะต้องคิดแม้จะมีเสียงข้างมากแต่ปัจจุบันก็บริหารราชการไม่ได้ ดังนั้นต้องถอยออกมาแล้วคุยกัน ซึ่งเราไม่ได้บอกว่ารัฐบาลต้องลาออก แต่ยังรักษาการณ์ต่อได้เพียงแต่ควรลดบทบาทลง โดยให้ข้าราชการประจำดำเนินการเรื่องของราชการแทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องค้านกันสุดขั้วเพราะในที่สุดก็จะรับกันไม่ได้
นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่เราไม่ได้ร่วมนำข้อเสนอแนะนี้ สู่เวทีการสัมมนาปฏิรูปของรัฐบาลในวันนี้ เนื่องจากเวทีดังกล่าวค่อนข้างจำกัดจำนวน ดังนั้นจึงได้ใช้การแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนที่ทุกฝ่ายจะได้รับทราบ ซึ่งหวังว่าผู้ที่เข้าร่วมประชุมเวทีดังกล่าวในวันนี้ และพรรคการเมืองอาจจะนำแนวทางนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะเราคงไปบังคับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ทำตามแนวทางนี้ไม่ได้ แนวทางของกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ ฯ ยึดสันติ และประชาธิปไตย ทำทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมาย สำหรับกรณีสัดส่วนสภาประชาชนที่มีการเสนอนั้นก็ยังมีปัญหาว่า ถ้าเสนอมาแล้วใครจะเป็นคนเลือก ใครจะลงสมัคร ดังนั้นแนวทางของกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ ฯ จึงอยากให้นักการเมือง หรือกลุ่มที่มีอยู่แล้วมาคุยกันเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่นรวดเร็ว ดีกว่าการสร้างกลไกขึ้นมาใหม่ที่ยังมีความยุ่งยาก
ด้านนายจิตติพจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ กล่าวย้ำว่า แนวทางของกลุ่ม ส.ว.เพื่อสันติ ฯ ที่สมาชิกเรามีประมาณ 60 คน นั้นเป็นกระบวนการที่ทำได้ และอิงตามกรอบรัฐธรรมนูญ ฯ ตลอด ไม่นำเอาวิธีพิเศษอย่างอื่นมาเสนอ ประเพณีปฏิบัติก็ไม่นำมา เราเน้นตามกรอบรัฐธรรมนูญ ฯ ซึ่งแนวทางหากเห็นพ้องต้องกันแล้ว ก็ยังต้องให้ทำประชามติและให้มีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2550 นี้
'สปป.' ระบุ ปฏิรูปก่อน คือกลลวงเพื่อล้มการเลือกตั้ง
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ฉบับที่ 2 "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง คือกลลวงเพื่อล้มการเลือกตั้ง" ระบุว่า
ตามที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 กำหนดให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เท่านั้น ไม่มีวิธีการใดโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่จะขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งในวันดังกล่าว หรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหลังจากวันดังกล่าวได้ ข้อเสนอให้มีการปฏิรูปการเมืองให้แล้วเสร็จก่อนแล้วค่อยเลือกตั้งก็ดี ข้อเสนอให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนก่อนแล้วค่อยเลือกตั้งก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นกลลวงที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด และขัดขวางไม่ให้มีการได้มาซึ่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ตามวิถีทางประชาธิปไตย
การปฏิรูปการเมืองเป็นวาระสำคัญของประเทศ จึงต้องเป็นอำนาจการตัดสินใจของประชาชนทั้งหมด กลุ่มบุคคลใดจะอ้าง “ความเป็นประชาชน” อ้างความเป็น “คนกลาง” หรืออ้างว่าเป็น “ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ” เพื่อผูกขาดการกำหนดวาระการปฏิรูปการเมืองไว้กับพวกตนแต่เพียงผู้เดียวมิได้ การปฏิรูปการเมืองมิใช่มีเพียงการปฏิรูปนักการเมืองหรือการป้องกันการทุจริตเท่านั้น แต่ยังต้องปฏิรูปกองทัพ ศาล องค์กรอิสระ และสถาบันการเมืองที่มีบทบาทในการใช้อำนาจสาธารณะทั้งหมด ภายใต้ความขัดแย้งของฝักฝ่ายทางการเมืองและความคิดเห็นที่แตกต่างกันของประชาชนในปัจจุบันนี้ การปฏิรูปการเมืองจะเริ่มต้นและดำเนินต่อไปได้อย่างชอบธรรมได้จำเป็นต้องแสวงหาฉันทามติของคนในชาติร่วมกัน ซึ่งวิธีการแสดงออกซึ่งฉันทามติที่ดีที่สุด ก็คือการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง
ในส่วนของนักวิชาการ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ และกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองได้ ด้วยการรณรงค์ผลักดันข้อเสนอของตนสู่สาธารณะ หรือกดดันพรรคการเมืองให้ลงสัตยาบัน นำข้อเสนอของตนไปจัดทำเป็นนโยบายของพรรคการเมือง จากนั้นประชาชนเป็นผู้กำหนดผ่านการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไป สภาผู้แทนราษฎรและ คณะรัฐมนตรีที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาตามระบบก็มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ในการเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปการเมือง ผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือการยกร่าง รัฐธรรมนูญใหม่ หรือการแก้ไขกฎหมายต่างๆ โดยสร้างกระบวนการให้ประชาชนทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วม และกำหนดให้การตัดสินใจในขั้นสุดท้ายต้องผ่านการออกเสียงประชามติ
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย เห็นว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และยังเป็นหนทางในการแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งได้อย่างสันติ หากการเลือกตั้งไม่อาจเกิดขึ้นได้ในวันดังกล่าว ประชาชน จำนวนมากที่ต้องการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และไม่เห็นด้วยกับ กปปส. ย่อมไม่พอใจและอาจจะอดทนต่อไปมิได้ จนต้องออกมาประท้วงต่อต้านการแย่งชิงอำนาจอธิปไตยของพวกเขาไป สังคมไทยก็จะตก อยู่ในวัฏจักรที่ฝ่ายหนึ่งล้มล้างรัฐบาลโดยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็จะออกมาต่อต้าน วนเวียนซ้ำไปมาอยู่เช่นนี้เรื่อยไป
เมื่อความพยายามแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติด้วยกระบวนการเลือกตั้งได้ถูกปิดตายลง สถานการณ์อาจเดินไปสู่การนองเลือด และอาจเป็นการนองเลือดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยก็ได้
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ใคร่ขอย้ำว่า คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับนักการทูตและนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากที่เห็นพ้องว่า หากในอนาคตอันใกล้นี้ มีการเปลี่ยนแปลงด้วยวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญหรือมีการปะทะกันรุนแรงระหว่างประชาชนขึ้นอีก สังคมไทยอาจไม่มีวันก้าวพ้นจากความขัดแย้งอย่างสุดขั้วนี้ได้ และยิ่งนับวันก็จะยิ่งดำดิ่งลงสู่ภาวะอนาธิปไตยและความมืดมน ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ กลุ่มทุนต่างประเทศอาจไม่ทนเผชิญกับสภาวะเสี่ยงเช่นนี้ได้อีกต่อไป และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะถอนการลงทุนออกจากประเทศไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพัฒนาการประชาธิปไตยดีขึ้น ส่งผลให้คนจำนวนมากสูญเสียงาน ธุรกิจจำนวนมากสูญเสียรายได้จากการผลิตที่ลดลง กระทบดุลการค้าและรายได้เข้าประเทศ ฯลฯ ซึ่งวิกฤติที่ตามมาอาจรุนแรงและส่งผลระยะยาว
ฉะนั้น ในขณะที่ึผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและการศึกษาดีอาจคิดว่าตนจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทว่า หากสังคมไทยเข้าสู่กลียุค ทุกคนในสังคมจะได้รับผลกระทบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ประการสำคัญ สังคมที่เคยผ่านการต่อสู้อย่างรุนแรงระหว่างประชาชนด้วยกันมานั้น แม้ความรุนแรงจะยุติลง แต่ความคับแค้นและความเกลียดชังจะยังคงดำรงอยู่ต่อไปอีกเนิ่นนาน เราเชื่อว่าไม่มีคนไทยคนใดที่อยากให้ลูกหลานของตนเติบโตบนสังคมที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังระหว่างกัน
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ตระหนักถึงอันตรายดังกล่าว ได้โปรดส่งเสียงคัดค้านการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก ห้ามปรามกองทัพมิให้ แทรกแซงทางการเมืองหรือก่อการรัฐประหาร ส่งสัญญาณเตือนองค์กรตุลาการและองค์กรอิสระทั้งหลายมิให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจเพื่อส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองหรือขัดขวางมิให้มีการเลือกตั้ง และร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2257 ให้จงได้
พลังของประชาชนเท่านั้น ที่จะช่วยปกป้องระบอบประชาธิปไตย และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงต่อไป
---------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



