
'เลือกตั้ง'คำตอบสุดท้าย?
'เลือกตั้ง'คำตอบสุดท้าย? : ภัทราภรณ์ แต้มสุวรรณ, วรานนท์ ปัจจัยโครายงาน
"สถานการณ์การเมืองไทยวันนี้ต้องบอกว่าผันผวนมาก จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ตอบยากมาก โดยเฉพาะการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จะมีหรือไม่ เราไม่เคยเจอสถานการณ์อย่างนี้มาก่อน ระยะเวลาที่เหลืออยู่จากวันนี้จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ก็ถือว่าไม่ยาว แต่ไม่มีใครกล้าตอบว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณลบต่อการเมืองไทยค่อนข้างมากทีเดียว" เป็นคำกล่าวของ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักรัฐศาสตร์ชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แต่สิ่งหนึ่งที่ตอบได้ วิจารณ์ได้ ก็คือ "บทบาทของทหาร" ต่อวิกฤติการเมืองรอบนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการรัฐประหารเงียบ แต่ ดร.สุรชาติ บอกว่ายังอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้
"ทหารแสดงบทบาทเป็น facilitator คือ อำนวยความสะดวกให้เกิดการพูดคุยกันเท่านั้น บทบาทของทหารแตกต่างจากเดิม ตัวอย่างง่ายๆ ถ้านับย้อนไปตั้งแต่ช่วงที่ผู้ชุมนุมบุกยึดสถานที่ราชการ จะพบว่าคำถามจากสื่อเรื่องการรัฐประหารน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นถ้าสภาพผันผวนทางการเมืองขณะนี้คือสัญญาณลบ บทบาทของทหารในสถานการณ์ปัจจุบันก็ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณบวก อย่างน้อยทหารก็ไม่ได้แสดงความต้องการว่าจะเข้ามามีบทบาทโดยตรง แต่แสดงบทบาทเชื่อมรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้าน"
ดร.สุรชาติ ชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ผู้นำทางทหารในปัจจุบัน น่าจะเห็นสถานการณ์ยาวจากรัฐประหารปี 2549 และผลกระทบที่เกิดกับสถาบันกองทัพและตัวผู้นำทางทหารเอง รวมทั้งการถูกลากเข้าสู่วงจรความขัดแย้งในการล้อมปราบเสื้อแดงที่ราชประสงค์ในปี 2553 และวันนี้กลายเป็นชนักอันใหญ่ของกองทัพด้วย เชื่อว่าอย่างน้อยผู้นำทางทหารไทยวันนี้มีบทเรียนพอสมควรที่จะไม่พากองทัพกลับเข้าไปสู่วังวนที่เป็นปัญหา
ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการนั้น ดร.สุรชาติกล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่แปลก เพราะถ้ารัฐบาลลาออก ก็ต้องตั้งรัฐบาลรักษาการใหม่ไม่แตกต่างกัน คำถามคือใครเป็นคนตั้ง อำนาจจะไปอยู่ที่ใคร และใครคือผู้ใช้อำนาจนั้น
ดร.สุรชาติ ประเมินถึงความยุ่งยากของการเมืองไทยตอนนี้ คือ กปปส. หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ผลักดันข้อเสนอออกมาเป็นระยะ และไม่มีจุดจบ ล่าสุดคือต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ส่วนอีกปีกหนึ่งก็ชัดเจนว่าทุกอย่างให้ไปสรุปกันวันเลือกตั้งและต้องมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง ฉะนั้นข้อถกเถียงนี้ไม่มีวันจบ
"ถ้าเรารับว่าต้องปฏิรูป ผมคิดว่าทุกคนเห็นตรงกัน แต่ระยะเวลาที่เหลือ วันนี้ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เหลืออีกไม่กี่วัน ถามว่าถ้าปฏิรูปจะปฏิรูปอะไร ใครปฏิรูป และจะใช้เวลานานเท่าไร หากตอบว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มันก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ถ้ายังยืนยันว่าต้องปฏิรูปก่อนก็จะเป็นโจทย์เดียวเลยคือทำให้การเลือกตั้งไม่เกิด ซึ่งคิดว่าไม่เป็นประโยชน์"
"ข้อเสนอของ กปปส.นั้น ที่จริงได้จุดประเด็นใหญ่ คือ สังคมไทยต้องยอมรับวาระแห่งชาติเรื่องการปฏิรูป ซึ่งถือเป็นข้อดี แต่ก็ต้องมีความชัดเจนว่าตกลงจะปฏิรูปอะไร อย่างไร นานเท่าไร และจะดำเนินการอย่างไร ถ้าบอกทุกอย่างต้องทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ผมว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างน้อยคำถามง่ายๆ คือ ต้องใช้เวลานานเท่าไร สมมุติ 5-6 เดือน ก็เท่ากับบอกว่าการเลือกตั้งต้องถอยออกไปโดยปริยาย"
แต่คำถามคือ แล้วระหว่างที่การเลือกตั้งยังไม่เกิด ใครจะทำหน้าที่รักษาการ ถ้ารัฐบาลที่อยู่ขณะนี้ต้องรักษาการ แล้วการเลือกตั้งไม่เกิด ก็จะมีเงื่อนไขตามกฎหมายอีกว่าต้องเลือกตั้งภายในกี่วัน ฉะนั้นดีที่สุดอย่างไรเสียก็ต้องยอมให้การเลือกตั้งเกิด ถ้าจะบอกการเลือกตั้งเกิดแล้วจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้แล้วไม่รับ บอกได้เลยว่าถ้าไม่รับ สุดท้ายการเมืองไทยก็สะดุดและย้อนกลับมาที่เดิม
ต่อข้อเสนอจากบางฝ่ายที่ให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันว่า รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมีภารกิจพิเศษคือปฏิรูปประเทศนั้น ดร.สุรชาติ เห็นว่า เรื่องสัตยาบันคงไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าวันนี้เราอยากปฏิรูป ก็ถือเป็นมติของสังคมไทยแล้วว่าต้องมีวาระแห่งชาติเรื่องสำคัญคือการปฏิรูป แต่ก็ต้องมีความชัดเจนเหมือนกันว่าจะปฏิรูปอะไร ขับเคลื่อนอย่างไร กรอบเวลาเท่าไร สามประเด็นนี้ต้องตอบให้ชัด และข้อเสนอทั้งหมดต้องตัดสินใจก่อนว่าจะตกลงยืนยันเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 หรือไม่ ถ้าไม่เอา การเมืองไทยก็จะถูกผลักไปเดินในอีกเส้นทางหนึ่ง
ถ้าไม่เอาการเลือกตั้งเป็นวิธีแก้ปัญหาทางการเมือง ระบบรัฐสภาก็ไม่เอา ผลที่จะเกิดมันไม่ใช่แค่การเมืองไทย แต่ประเทศไทยประสบปัญหาแน่ๆ เพราะเราจะออกจากวิกฤตินี้ไม่ได้
นักรัฐศาสตร์ผู้นี้เสนอมุมมองว่า ถ้าถึงทางตัน วิธีง่ายๆ คือทำประชามติว่ารับหรือไม่รับการเลือกตั้ง หรือทำประชามติด้วยคำถามเดียวว่าเอาแนวทางของ กปปส.หรือเอาการเลือกตั้ง นี่คือตกลงกันไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมเสียงบประมาณทำประชามติ เพื่อให้ปัญหาการเมืองคลายออก แล้วตัดสินด้วยมวลมหาประชาชนไทยจริงๆ ไม่ใช่มวลมหาประชาชนแค่คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ
ปัญหาใหญ่ตอนนี้มีภารกิจเดียว คือ ทำอย่างไรให้วิกฤติการเมืองคลี่คลายก่อนการเลือกตั้ง เพราะถ้าวิกฤติยังคาราคาซัง แล้วผลการเลือกตั้งออกมาก็จะมีการชุมนุมไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งกันอีก และจะย้อนกลับไปสู่วงจรขัดแย้งที่ไม่มีจุดจบ !
------------------------
(หมายเหตุ : 'เลือกตั้ง'คำตอบสุดท้าย? : ภัทราภรณ์ แต้มสุวรรณ, วรานนท์ ปัจจัยโครายงาน)



