ข่าว

'สุเทพ'นำ!กปปส.ถกเวทีกองทัพ

'สุเทพ'นำ!กปปส.ถกเวทีกองทัพ

14 ธ.ค. 2556

'สุเทพ'นำกปปส.!ถึงกองทัพไทยแล้ว พร้อมร่วมเวทีเสวนาหาทางออก ด้าน 'ผบ.สส.'เปรียบประเทศคือร่างกายต้องซ่อมแซม-ย้ำทหารอยู่ในกฎ ขณะที่'เทือก' โอ่ม็อบอยู่ได้เป็นปี

                   14 ธ.ค.56 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกปปส. พร้อมแกนนำ ได้เดินทางถึงกองทัพไทยแล้ว เพื่อ ร่วมเวทีเสวนาหาทางออกในการแก้ไขปัญหาโดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมรับฟัง
 
                   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดเวทีสาธารณะ ในหัวข้อ "ความสงบสุขและประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายสุเทพ, ศ.น.พ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ จากสภาทนายความ, นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, นายวิชัย อัศรัสกร  รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
 
                   เมื่อเปิดเวทีนายสุเทพ ได้ชี้แจงแนวทางของ กปปส. ว่า ไม่ได้ตั้งใจมาในวงเสวนา แต่ความตั้งใจเพื่อขอพบท่าน ผบ.สส.และท่าน ผบ.เหล่าทัพ เพื่อจะได้ชี้แจงว่า ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวมีเป้าหมายอย่างไร และคาดว่า ท่าน ผบ.สส.จะซักถาม แต่เมื่อเป็นเวทีเสวนาก็ไม่ขัดข้องอะไร  ที่เราออกมา เพราะต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   โดยการเปลี่ยนแปลง เช่น การแก้ไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ต้องการให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ  เพื่อเป็นหลักประกันว่า จะไม่เกิดการเลือกตั้งที่ทุจริต เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง นอกจากนี้ต้องกำหนดกติกาในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ผล  เช่น ความผิดด้านคอรัปชั่นต้องไม่มีอายุความ ซึ่งเป็นเรื่องที่สภาประชาชนต้องพิจารณาในรายละเอียด  นอกจากนี้ต้องให้ประเทศนี้ยอมรับอำนาจประชาชนให้มากขึ้น มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องกระจายงบประมาณแผ่นดินอย่างยุติธรรม รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปตำรวจให้ประชาชนเป็นผู้กำกับตำรวจ
 
                   นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เราถือว่ารัฐบาลและรัฐสภา หมดความชอบธรรมตั้งแต่ปฏิเสธศาลรัฐธรรมนูญ การผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รัฐบาลหักหลังประชาชนใช้อำนาจบริหารในการทุจริตคอรัปชั่น  กปปส. ต้องการที่จะเร่งเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และต้องทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกตั้งภายใต้กติกาเดิมๆ  แนวทางของ กปปส.มีทางเลือกสองทาง ทางแรกอาจจะราบเรียบคือ นายกฯ ต้องลาออกและไม่ตั้งใครมารักษาการ เพื่อเลือกคนดีมาเป็นนายกฯและเป็นหัวหน้ารัฐบาลตั้งสภาประชาชนมาเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ก็เชื่อว่า คงไม่ยอมกันง่ายๆ ดังนั้น ต้องใช้วิธีที่สองคือ บังคับเอา เราจะดำเนินการวิธีของประชาชน เรายึดหลักสันติ อหิงสา แม้จะถูกกระทำการด้วยความรุนแรงก็อดทน  วันนี้ในฐานะที่ทำตามที่ประชาชนมอบหมาย ต้องเรียนว่า นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะแก้ไขประเทศไทยให้อยู่รอดยั่งยืน เราจะทำในสิ่งที่เห็นว่า ดีที่สุดถูกต้องที่สุด หากจะมีรัฐบาลหรือสภาของประชาชนต้องไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง  ตนประกาศแล้วว่า จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต
 
                   จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่บนเวทีซักถาม  โดยนายวิชัย ได้ระบุว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนเราไม่เคยออกมา แต่ที่ออกมาในครั้งนี้ เพราะสถานการณ์การเมือง หากไม่มีการชุมนุมสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างน่ากลัวอยู่แล้ว นอกจากนี้ เราประเมินว่า กลไกภาครัฐทำงานไม่ได้ ความขัดแย้งในสภา รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสภากับศาลรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่ทางตัน หากเดินไปสู่การเลือกตั้งแบบนี้ปัญหาจะตามมาและอาจจะรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น จึงเห็นว่าควรปฏิรูป แต่เราอยากให้การเปลี่ยนแปลงอยู่ในวิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ง่ายนัก ส่วนเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น 7 องค์กรเอกชนเห็นด้วยกับการต่อต้านคอรัปชั่น ซึ่งภาคธุริจตั้งองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น เราทำมา 2 ปี แต่ล้มเหลวยิ่งทำยิ่งมีคอรัปชั่น องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นภาคเอกชนเป็นองค์กรแรกๆ ที่มาพูดเรื่องนี้
 
                   นายภัทระ กล่าวว่า ตอนแรกที่ได้รับเชิญเข้าใจว่า ให้มาเป็นสักขีพยานมากกว่า การปฏิรูปประเทศไทย สื่อไทยเห็นด้วยใน 2 แบบคือ เปลี่ยนแปลงด้วยสันติภาพและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงตาม กปปส.ที่ระบุ มาตรา 3 มาตรา 7 เป็นการเปิดมิติใหม่ว่า รัฐธรรมนูญใช้ได้ทุกมาตรา เวทีนี้เราอยากฟังกองทัพได้ถาม กปปส.เพราะเราได้ถามไปแล้ว
 
ด้านนายปริญญา กล่าวว่า ตอนที่ได้รับเชิญก็ไม่ทราบรูปแบบว่า เป็นอย่างไร  แต่ที่ได้รับฟังจากกองทัพคือ ไม่อยากเห็นบ้านเมืองถอยหลังกลับไป  ประเทศไทยเราก้าวมาถึงระดับประชาธิปไตยที่ประเทศทางยุโรปอเมริกาไปถึงมาแล้วก่อนเราคือ มีการถ่วงดุลเสียงข้างมาก จากนี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนจะใช้เสียงข้างมากทำตามใจไม่ได้  จึงถือเป็นโอกาสในการปฏิรูปประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 
 
                   นายปริญญา กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ. แล้ว  สิ่งที่เราทำได้มีหลายแบบ  สิ่งที่ตนจะเสนอคือ ในยุโรปกับอเมริกาในการทำประชามติควบคู่ในวันเลือกตั้งเสมอ  ตนจึงเสนอให้ทำประชามติในวันเลือกตั้ง ในเรื่องต่างๆ เช่น การปฏิรูปประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องสภาประชาชน และรัฐบาลที่มาใหม่ ต้องผูกพันมติของประชาชน แต่การทำอาจจะต้องแก้กฎหมาย เพราะกฎหมาย ระบุว่า การทำประชามติต้องมีเวลา 90 วัน 
 
                   ทั้งนี้ นายปริญญา ระบุด้วยว่า อยากวิงวอนทุกฝ่ายขอให้การแก้ปัญหาอยู่ในกรอบขอกฎหมายและช่วยกันหาหนทางว่า จะมีทางไหนได้บ้าง เรื่องการเลือกตั้งไม่ใช่เป้าหมาย แต่ประชาธิปไตยตั้งอยู่บนพื้นฐานประชาชนทั้งหลายไม่ว่าจะยากดีมีจนเสมอภาคกัน วิธีตัดสินคือ 1 คน 1 เสียง เครื่องมือประชามติคือเครื่องมือตัดสินว่าทุกคนเท่ากัน
 
                   นายเดชอุดม ระบุว่า ในทางนิติศาสตร์บอก หากรัฐศาสตร์ไม่นิ่ง นิติศาสตร์ก็ยังไม่ทำงาน ตอนนี้รัฐศาสตร์ยังไม่นิ่ง ตามที่เคยร่างรธน.ฉบับนี้ เราเคยวางกติกากับนักการเมืองที่ทุจริตกับรัฐบาล โดยเฉพาะเราเขียนเรื่องจริยธรรมลงไป   แต่ที่บ้านเราขาดคือ เรื่องสปิริต หากเป็นบ้านอื่นเมืองอื่นลาออกนานแล้ว บ้านเราไม่ยอมรับศาล วงจรอำมหิตบ้านเรายังไม่ไปไหน หากยังไม่มีการปฏิรูปอย่างแท้จริง ตอนนี้เรื่องความดีความงาม กับการปรับปรุงโครงสร้างรัฐธรรมนูญ หากเราไม่สามารถบังคับใช้ได้ความหวังก็เป็นศูนย์
 
                   เมื่อถามว่า รัฐบาลประชาชนมาจากที่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้บอกไปแล้วว่า มีสองทางคือ 1.นายกฯลาออก นั่นเป็นวิธีที่เร็วที่สุด และ 2.ต้องเห็นประชาชนลุกขึ้นสู้หนักกว่านี้ ไม่ช้าจะเห็นคนออกมามากกว่า 10 ล้านคน ตนบอกเลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีวันเกิดขึ้น ถึงเกิดก็ไม่มีวันสำเร็จ  ส่วนการปฏิรูปจากทุกฝ่าย หากฝ่ายอื่นเสนอเราก็ยินดีรับ แต่ที่บอกว่า ไม่ต่อรองคือ ไม่ต่อรองกับระบอบทักษิณ   
 
                   เมื่อถามว่า การดำเนินการตาม กปปส.อธิบายกับต่างชาติยากเรื่องประชาธิปไตย และจะทำอย่างไรให้นานาชาติยอมรับ นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นใจคนชาติตะวันตก เพราะความหมายของเขาคือ การเลือกตั้ง แต่ความหมายของเราคือ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ชาวตะวันตกเขาไม่เคยเจอแบบนี้  ประชาชนในยุโรปเคลื่อนไหว เขาก็เข้าข้างประชาชน แต่พอประเทศเราออกมาก็ตั้งข้อสงสัย
 
                   พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ได้ตั้งคำถามว่า แต่ละคนมีความเห็นเหมือนกันคือ รักชาติ อยากเห็นความสงบทำอย่างไรจะให้วินๆ  ตอนผมเป็นเด็ก ผมถูกฝึกมาให้ทำงานอย่างมีระเบียบวินัย ทำงานเดินบนเส้นตรงเป๊ะ แต่พอโตมามีช่องทางคู่ขนาน  ก็มีเด้งเชือก แต่ก็ต้องชกบนเวที  ทำอย่างไรเราอยากให้สงบโดยเร็ว แต่จะทำอย่างไร เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาแล้ว จะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์มากที่สุด จะใช้กรรมการอย่างไร มีสัญญาประชาคมอย่างไร มีคนบอกว่า กรุงโรมสร้างไม่เสร็จในวันเดียว แต่รอสร้างเสร็จอาจจะไม่มีคนอยู่ 
 
                   นายสุเทพ จึงตอบว่า วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องจัดการให้คนรักษาการนายกฯลาออกไปจากนั้นก็ราบรื่น  หากเป็นเมื่อก่อนบ้านเมืองจะย่อยยับทหารปฏิวัติไปแล้ว เขาทำเพราะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง แต่วันนี้พวกท่านเป็นทหารสมัยใหม่ และผมก็ไม่ต้องการให้ท่านทำแบบนั้น แต่ท่านเป็นคนไทยท่านเลือกได้ ประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว หากข้าราชการยืนข้างประชาชนเรื่องจบทันที หากท่านตัดสินใจเร็ว ประชาชนแซ่ซ้องเป็นวีรบุรุษของประชาชน
 
                   พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า แต่ละคนมีความคิดของตนเอง ทำอย่างไรจะเอามารวมกันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประเทศไทย   นายสุเทพ กล่าวต่อว่า วันนี้คนไทยต้องเลือก เพื่อตัดวงจรเลวร้ายออก สำหรับประชาชนเมื่อถึงวันนี้เราสู้ได้เป็นปี ตั้งแต่วันนี้เราสู้ได้เป็นปีและจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็อย่างที่บอกยิ่งยืดยาวก็กระทบเศรษฐกิจของประเทศ  วันนี้ประชาชนต้องทำหลังจากนี้ต้องรอการตัดสินใจของท่าน
 
                   พล.อ.ธนะศักดิ์ ถามต่อว่า คำถามนี้จะตอบหรือไม่ก็ได้ ถือเป็นค่าเช่าสถานที่  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าใหญ่ และถือว่ากระทบกระทั่งกัน หากเป็นประเทศอื่นจะสูญเสียเยอะกว่านี้มากมาย นอกจากนี้ ทหาร ตำรวจ เราต้องใช้เขาในการป้องกันประเทศ  ต้องขอบคุณทุกส่วน ไม่เฉพาะของนายสุเทพ อีกส่วนก็เห็นต่าง หากทุกคนมาชนกันเอาไม้มาเคาะหน้าคนละทีก็เป็นเรื่องใหญ่ หากทำได้แบบที่ตนพูดก็วินๆ  
 
                   "ลูกน้องทหารตำรวจที่ใช้ก็เป็นพี่น้องประชาชนเหมือนกัน เขาได้รับคำสั่งห้ามใช้อาวุธกับประชาชน ตอนที่มีความสุขคือ การเปิดแบร์ริเออร์ และมากอดกัน" พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว 
 
                   พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ มือที่สามหากช่วยกันระวังป้องกันเหตุคาดไม่ถึงก็จะดีที่สุด นอกจากนี้ ลูกน้องตนที่ทำเนียบไม่มีไฟเสียบหุงข้าว อย่าให้ถึงขนาดต้องใช้ฟืนหุงข้าวเลย  ส่วนเรื่องธงชาติ ตนนับถือธงชาติไม่อยากให้ใช้ธงชาติล้อมทำเนียบ เพราะตกมากะเรี่ยกะราดจะไม่ดี  ถ้าติดเสาธงไม่เป็นไร ทำให้นายสุเทพ รับปากว่า เรื่องธงชาติเย็นวันนี้จะเรียบร้อยจะทำให้อยู่ในที่ที่สวยงาม  ส่วนเรื่องตำรวจหากสั่งการได้ให้เขากลับบ้านเถอะ  ที่เฝ้าอยู่เรายึดได้หมด หากจะทำทหารที่เฝ้าอยู่ตนก็ไม่เข้า  ถ้าตำรวจกลับ ทหารอยู่หมวดเดียวก็พอ
 
 
 
 
 
"อดุลย์"แจงเหตุไม่ร่วมเวทีกองทัพไทย เลี่ยงการเจอผู้ต้องหา 
 
 
                     พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่เข้าร่วมเวทีสาธารณะซึ่งจัดโดยกองทัพไทย ว่า ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานและในเวทีดังกล่าว จะมีผู้ต้องหาตามหมายจับเข้าร่วม หากไม่ดำเนินการจับกุมจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งไม่อยากทำให้บรรยากาศเลวร้ายลงกว่าเดิม
 
                     "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่ง พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชากาตำรวจแห่งชาติ และเป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เข้าร่วมเป็นตัวแทนในส่วนขององค์กรตำรวจทุกเวที" พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
 
 
 
.............................
 
(ขอบคุณภาพ : @news1005fm)