ข่าว

'ปชป.'ซัดเวทีปฏิรูปรัฐแค่ปาหี่รอบใหม่

'ปชป.'ซัดเวทีปฏิรูปรัฐแค่ปาหี่รอบใหม่

14 ธ.ค. 2556

'องอาจ' ซัดเวทีปฏิรูปรัฐบาลแค่ปาหี่รอบใหม่ ยัน 'ปชป.' ไม่ร่วมเพื่อเป็นตรายางแน่ จี้ 'นายกฯ' จริงใจแก้ปัญหา

 

                            14 ธ.ค.56 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลมอบหมายให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดเวทีปฏิรูปเพื่อหาทางออกให้ประเทศซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค.ว่า หากนายกรัฐมนตรี ยังยืนกรานที่จะยึดแต่แนวทางของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางกลุ่มกปปส.ก็พยายามแสวงหา และเสนอแนวทางเพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศ และถือเป็นเรื่องดีที่นายกฯระบุว่าจะเอาอะไรก็เอาขอให้บอกมา แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่านายกฯจะนำไปปฏิบัติจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายกฯเพียงแค่รับฟังแต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติได้จริง

                            ดังนั้นถ้ายังยืนกรานตามที่นายกฯระบุการปฏิรูปก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่มีการดำเนินการมาก็จะเป็นเพียงการสร้างภาพเท่านั้น หากไม่มีความจริงใจก็ไม่สามารถปฏิรูปบ้านเมืองอย่างแท้จริงได้

                            นายองอาจ กล่าวว่า การจัดเวทีดังกล่าว คงไม่ใช่วิธีการที่ทำให้เห็นช่องทางในการแสวงหาวิธีการปฏิรูปประเทศ การสั่งการให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการเป็นเพียงการปาหี่รอบใหม่ หลังจากที่มีการปาหี่มารอบหนึ่งแล้วในการสร้างสภาปฏิรูปแต่ไม่ประสบความสำเร็จ การดำเนินการครั้งนี้เป็นเพียงคลื่นที่กระทบฝั่ง และเป็นการยื้อเวลาของรัฐบาล ซึ่งไม่ได้แสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาและเราก็ไม่รู้ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร และก่อให้เกิดผลที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงหรือไม่ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วม เพราะไม่ต้องการเป็นตรายางประทับความชอบธรรมให้รัฐบาลเท่านั้น

                            “หากมีการปล่อยให้การเลือกตั้งเดินหน้าโดยไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม ก็จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ และจะสะสมให้เพิ่มมากขึ้น อุณหภูมิของปัญหาก็จะมีอยู่ รอวันที่จะปะทุเพิ่มขึ้นตราบใดที่รัฐบาลไม่แสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นเราได้เสนอแนวทางการปฏิรูปมาอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันยังเสนออยู่ แต่ในทางตรงข้ามรัฐบาลพยายามสร้างภาพในการปฏิรูปทั้ง ๆ ที่อันที่จริงมีโอกาสทำได้มากกว่าภาคส่วนอื่น แต่รัฐบาลกลับไม่เอาจริงเอาจังตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วันนี้รัฐบาลกลับจะมาพูดเรื่องปฏิรูปจึงทำให้ประชาชนแสดงออกถึงความไม่เชื่อใจ” นางองอาจ กล่าว

 

'ปชป.' เตรียมประชุมเลือกกก.บห. 16-17 ธ.ค.ตามโครงสร้างพรรคใหม่

 

                            นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอำนวยการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ แถลงถึงการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคในวันที่ 16-17 ธ.ค.ว่า การประชุมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปพรรค ที่จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การเมืองเดินหน้าไปได้ โดยวันที่ 16 ธ.ค. สำนักงานเลขาธิการพรรคจะประชุมร่วมกับสาขาพรรค และวันที่ 17 ธ.ค. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องการแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อนำไปสู่กระบวนการในการบริกหารจัดการพรรคเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคฉบับใหม่ โดยเราจะมีการเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเมื่อมีกรรมการบริหารชุดใหม่จะเป็นกลไกสำคัญในการเดินหน้าให้เป็นพรรคการเมืองที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในการเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขต่อไป

                            ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีการแสดงความเห็นถึงแนวทางปฏิรูปพรรคซึ่งสอดคล้องกับที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ กล่าวว่า เป็นสิทธิส.ส.ในการแสดงความเห็น ซึ่งเราไม่มีสิทธิไปปิดกั้น ซึ่งถ้าท่านใดมีความประสงค์ก็สามารถเสนอมาได้ อย่างไรก็ตามในส่วนประเด็นการส่งส.ส.ลงเลือกตั้งหรือไม่นั้นขณะนี้เรายังไม่มีแนวทางอะไรในเรื่องนี้

 

'ปชป.' จี้รัฐนำ 'ตั้ง อาชีวะ' ดำเนินคดีหมิ่นสถาบัน

 

                           น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)มีการออกหมายจับ นายเอกภพ เหลือรา หรือ"ตั้ง อาชีวะ" ในข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณี มีคลิปปรากฎในโซเชี่ยลมีเดียขณะนี้ว่า ตนเรียกร้องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีที่เกี่ยวข้องที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ดำเนินการจับกุมบุคคลดังกล่าวเพื่อแสดงความจริงใจต่อสังคมไทย

                           ทั้งนี้ ล่าสุดทางการข่าวทราบว่า นายเอกภพได้หนีไปพักพิง โดยมีผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมือง และเป็นต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นให้เงินสนับสนุน ซึ่งล่าสุด นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำนปช.ได้ออกมาระบุว่า นายเอกภพหนีไปที่นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้มาปกป้องและระบุว่าได้แจ้งความดำเนินคดีและไล่บุคคลที่คุกคามนายเอกภพไปแล้ว แต่กลับไม่ดำเนินการจับกุมนายเอกภพ จึงถือเป็นการขัดขืนการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงาน สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งข้อสงสัยไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรรักษการนายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ซึ่งอยู่ที่เวทีปราศรัย ในวันดังกล่าวว่า รู้เห็นไปใจด้วยหรือไม่ ตรงนี้หรือไม่ที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีไอซีที การดำเนินการดังกล่าวมีการดำเนินการเป็นกระบวนการหรือไม่

                           “ขอฝากไปยังผบ.ตร.ว่านอกจากนายเอกภพแล้วอยากให้มีการดำเนินการสอบปากคำกับนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.เพราะได้มีการมอบเงินให้กับนายเอกภพ พร้อมระบุชัดเจนว่ามอบเงินให้เพราะปราศัยดี จึงตั้งข้อสังเกตว่า นายจตุพรมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ถ้านายกฯมีความจงรักภักดีต้องดำเนินการจับกุมให้ได้ภายใน1-2 วันนี้ ถ้าจับไม่ได้ก็จะชัดเจนว่าตั้งแต่ระบอบทักษิณถึงระบอบยิ่งลักษณ์เป็นกระบวนการเดียวกันคือกระบวนการบั่นทอนสถาบัน”รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

 

'ชวนนท์' งัดหลักฐานมัด 'สุรพงษ์' จ้างบริษัทสหรัฐล็อบบี้สร้างฐานกองทัพเรือในไทย

 

                           นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกปชป. แถลงโต้กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ปฏิเสธข่าวที่รัฐบาลไทยว่าจ้างบริษัท ดาเวนพอร์ต แมคเคสสัน ล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐให้สร้างฐานทัพเรือและศูนย์การจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ว่า เว็บไซค์กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐได้เผยแพร่เอกสารของบริษัทฯ ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าวได้วิ่งล็อบบี้ในสภาสูงของสหรัฐขอให้ดำเนินการสร้างฐานทัพเรือ เพื่อสร้างสันติภาพในทะเลจีนใต้ ทั้งนี้เงินว่าจ้างเบื้องต้น 2 หมื่นเหรียญหรือ 6 แสนบาท ทั้งนี้เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ก็ถือว่าใหญ่ เพราะถ้าจริงเท่ากับรัฐบาลไทยดำเนินการลับหลังซึ่งจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะอาจกลายเป็นการยกอธิปไตยส่วนหนึ่งให้กับฐานทัพเรือสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่าไทยจะมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์จีนและสหรัฐแน่นอน เพราะสหรัฐต้องการหยุดอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

                           นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า หากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง นายสุรพงษ์ต้องไม่ทำแค่ปฏิเสธเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องประท้วงและแจ้งความเอาผิดกับบริษัทดังกล่าวที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย และเสี่ยงต่อดุลยภาพและสันติภาพของภูมิภาคทะเลจีนใต้ โดยอ้างไทยเป็นตัวเชื่อม เพราะทราบแล้วว่าภูมิภาคนี้มีการชิงเป็นผู้นำระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมทั้งต้องออกหนังสือเชิญเอกอัครทูตของกลุ่มอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงจีนและสหรัฐมารับฟังชี้แจง ทั้งนี้ หากเป็นเรื่องจริง พรรคจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อรัฐบาล กระทรวง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ต้องนำเข้ารัฐสภา ไม่ใช่มอบอำนาจให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อธิปไตยของชาติไปมอบให้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและนายสุรพงษ์กลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม