ข่าว

ทหารเบตงรปภ.พระ-วัดสกัดผู้ก่อเหตุ24ชั่วโมง

ทหารเบตงรปภ.พระ-วัดสกัดผู้ก่อเหตุ24ชั่วโมง

18 มิ.ย. 2552

ทหารเบตงวางมาตราการดูแล รปภ.พระ- วัดเข้ม สกัดแผนผู้ก่อเหตุความไม่สงบสร้างความขัดแย้ง 24 ชั่วโมง

(18มิ.ย.) พ.ท.ธงชัย มีอนันต์ ผบ.ฉก.ยะลา 16 เปิดเผยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบมีความพยายามสร้างสถานการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรง ทางบุคคลากรทางการศึกษา และทางศาสนา ซึ่งทำให้หน่วยงานในพื้นที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีการปฎิบัติการตอบโต้
 
 โดยเฉพาะการใช้สถานที่เชิงสัญลักษณ์ทางศาสนา เช่น วัด มัสยิด และบุคคลากรทางการศึกษาที่มีผลกระทบในด้านจิตใจต่อเยาวชน รวมทั้ง ได้สร้างความสะเทือนขวัญและบั่นทอนกำลังใจเพื่อนครูในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยกลุ่มก่อความไม่สงบอาจมีแผนที่จะเลือก ครู และพระเป็นเป้าหมายในการโจมตีเพื่อเร่งเร้าความน่าสนใจและกระพือข่าวให้เป็นที่รับรู้ในสังคมโลก
 
 ซึ่งในขณะนี้ทางหน่วยกำลังทุกฝ่าย ได้แจ้งประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกำลังให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษแล้ว เนื่องจากไม่ต้องการให้กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบสร้างเงื่อนไขให้เกิดความสับสันและทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
 "ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายพยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่ โดยการก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมายที่แตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่การทำร้ายครูอย่างต่อเนื่อง การลอบวางเพลิงโรงเรียน การโจมตีทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง พระสงฆ์ ซึ่งแต่ละเป้าหมายมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกอยู่ในภาวะสับสนข้อมูล ที่กลุ่มแนวร่วมฯพยายามปลุกกระแสให้ชาวบ้านหลงเชื่อโดยการใช้หลักของศาสนามากล่าวอ้างให้ชาวบ้านคล้อยตามทางจนท.ได้ชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดภาวะสับสนข้อมูลแล้ว" พ.ท.ธงชัย กล่าว
 
 ด้านแหล่งข่าวความมั่นคง ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในแต่ละพื้นที่ได้เร่งประสานขอความร่วมมือหน่วยเฉพาะกิจทุกแห่ง ให้เพิ่มความระมัดระวังการดูแลความปลอดภัยพระ และวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ประมาณ 2,000 แห่ง อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ซึ่งมีแนวโน้วสูงว่าอาจจะใช้วัด และพระ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางศาสนา เป็นเป้าหมายในการตอบโต้อีกละลอก
 
 ด้านพระบรรจบ ปัญญาธโร พระลูกวัดพุทธมงคล หรือ วัดกม.29 หมู่ที่ 1 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะลอบยิงพระสงฆ์ขณะบิณฑบาตอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต่อชาวบ้านหรือพระสงฆ์ ซึ่งในพื้นที่อ.เบตงไม่เคยปรากฏ แต่เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิมที่ทางการละเลยมานานคือไม่พยายามชี้แจงประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ว่าคำว่ามลายูคืออะไรและคำว่าซีแยคืออะไรที่ในปัจจุบันพี่น้องชาวมุสลิมมักเรียกชาวไทยพุทธว่า ซีแย และคำว่า ซีแย มาจากไหน มลายูมาจากไหนและคำว่าซีแยคืออะไร
 
 พระบรรจบ กล่าวอีกว่า ไทยพุทธและไทยมุสลิมที่อยู่ตรงนี้เรียกว่าแหลมมลายูทุกคนที่เกิดที่นี่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็เป็นคนมลายูเพราะเกิดที่แหลมมลายูนี่คือข้อเท็จจริง แต่เราได้ปล่อยให้เกิดความเข้าใจกันผิดซึ่งคำว่ามลายู คือ อิสลาม และ คำว่า ซีแย คือคนไทยพุทธ ความจริงไม่ว่ามลายูหรือซีแย ก็คือคนมลายูเพราะเกิดในแผ่นดินในแหลมมลายูทุกคนเป็นมลายูแต่นับถือศาสนาแตกต่างกันไป
 
 บ้างก็นับถือศาสนาพุทธ บ้างก็นับถือ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และศาสนาซิกซ์ มีทุกศาสนาในภาคใต้แต่ทุกคนเป็นมลายูเพราะทุกคนเกิดในแหลมมลายูซึ่งอาตมาเองมีเพื่อนชาวมุสลิมหลายคนเพราะเดิมเป็นคนยะรัง จ.ปัตตานีและมาเติบโตที่อ.บันนังสตา จ.ยะลาคลุกคลี่กับเพื่อนชาวมุสลิมมาโดยตลอดจนชาวบ้านแถวนี้เรียก เป๊าะเต๊ะ สมัยยังไม่ได้บวชซึ่งเป็นคำที่พี่น้องชาวมุสลิมให้ความนับถือจึงได้เรียกคำนี้ขึ้นมา
 
 ส่วนคำว่าซีแยมาจากไหนคำว่าซีแยก็คือ สยาม ประเทศนี้เป็นประเทศสยามทุกคนที่เกิดที่นี่แผ่นดินนี้จะเป็นมลายู ก็แล้วแต่ก็คือคนสยาม ฉะนั้นคำว่าซีแย ก็คือ ฉัน มลายู ก็คือ ฉัน คนนับถือศาสนาอิสลามทุกคนเป็นมลายูคนที่นับถือพุทธหรือศาสนาใดก็ตามก็คือ ซีแย คือ สยาม เพราะเกิดในแผ่นดินสยามซึ่งข้อนี้รัฐบาลควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงจ้อเท็จจริงในเรื่องนี้ อย่าไปแบ่งแยกว่ามลายูคือมุสลิม ซีแย คือไทยพุทธ นี่คือการแบ่งแยก แต่ถ้าพูดว่าไทยพุทธ ไทยมุสลิมตรงนี้ประชาชนเข้าใจแต่คำพูดที่ว่า ซีแย และมลายู บางคนยังไม่เข้าใจ