ข่าว

วินาที..พระถูกอุ้มชนวน'แบร์ริเออร์'ล้อมวัด

วินาที..พระถูกอุ้มชนวน'แบร์ริเออร์'ล้อมวัด

14 ธ.ค. 2556

วินาที..พระถูกอุ้ม ชนวน'แบร์ริเออร์'ล้อมวัด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             ยังเป็นข้อพิพาทที่ยังค้างคาใจพระลูกวัดรูปหนึ่ง แม้ว่า "แบร์ริเออร์" แท่งปูน และรั้วลวดหนาม ถูกรื้อถอนออกจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร ไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม !!
 
             "กรณี สั่งเด้ง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7 พุทธศาสนิกชนผู้ไม่ยอมทำหน้าที่ผู้บังคับการดูแลเหตุการณ์การชุมนุมที่ทำการทางยุทธการวัดเบญจมบพิตรนั้น ก็โยมปิยะรู้อยู่แล้วว่าจุดนี้เป็นจุดบาปมหันต์ ปิดกั้นทางเข้าวัด ขวางทางบิณฑบาตพระ มันมีบาปหนัก ท่านไม่อยากมีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต ท่านเลยหนีไปบวชซะเลย คนที่มารับงานต่อจากท่านนี่ก็ซวยซะเหลือเกิน รับบาปไปเต็มๆ หลวงพี่ขออนุโมทนาสาธุแด่โยม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ด้วยที่ท่านไม่ยอมทำบาปใหญ่เพราะการถูกขู่เข็ญบังคับ ความดีจะเกื้อหนุนคนดี หลวงพี่เชื่ออย่างนั้น..." พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท โพสต์ข้อความล่าสุด สะท้อนความขัดแย้งระหว่างพระกับตำรวจที่เกิดขึ้นผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย
 
             หลังจากมีการชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้ามาขอใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์ปฏิบัติการ แม้ว่าช่วงแรก จะมีเพียงรั้วลวดหนามป้องกันโดยรอบวัด ต่อมาเริ่มมีการนำแท่งปูนขนาดใหญ่ หรือ "แบร์ริเออร์" มาปิดกั้นทางเข้า-ออก ภายในวัด ทำให้พระ-เณร ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดเกือบ 100 รูป มีปัญหาในการออกไปบิณฑบาต รวมถึงญาติโยมที่จะมาใส่บาตร แม้ว่าพระหลายรูปได้ขอร้องว่าให้เปิดทางเข้าออก แต่ตำรวจก็ยืนยันเพียงแต่ว่า เป็นคำสั่ง ห้ามเข้า-ออก จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้พระและเณรไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ
 
             "เริ่มทนไม่ไหว จึงได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านโซเชียลมีเดีย ก็เริ่มมีตำรวจปราบจลาจลบางนาย นำอาหารมาถวาย มีเจ้าหน้าที่เขตเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ จนกระทั่งวันที่เกิดการปะทะระหว่างมวลชนกับตำรวจ ทางเข้า-ออก ภายในวัดก็ถูกปิดตาย ห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาด วันนั้นเลยต้องโพสต์ข้อความร้องเรียนเรื่องพระเดือดร้อนออกมาอีกครั้ง อย่าว่าแต่พระเลย หมาแมวยังเดินผ่านกำแพงแบร์ริเออร์ไม่ได้เลย" พระมหาอภิชาติ บอกกับ "คม ชัด ลึก" ถึงที่มาของการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย
 
             นอกจากนี้ พระมหาอภิชาติ ยังเล่าถึงนาทีระทึกขณะถูกชายฉกรรจ์ 4 คน เข้ามาทำร้ายและจะยึดทำลายกล้องถ่ายรูป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่พระลูกวัดและเด็กวัดเกือบ 10 คน มาเห็นและช่วยเหลือจึงถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์
 
             "วันนั้น อาตมากำลังถ่ายรูปด้านหลังของแบร์ริเออร์ มีตำรวจนอกเครื่องแบบ 4 คน เข้ามาประชิดตัว แล้วพยายามลากอาตมาออกไปนอกเขตมุมกำแพงวัด และมีคนหนึ่งมาแย่งกล้องถ่ายรูปที่ถืออยู่ อาตมาพยายามขอร้องว่าอย่าทำกล้องพัง เขาก็กระชากกล้องถ่ายรูปไป แล้วดึงการ์ดบันทึกภาพและแบตเตอรี่ออก ส่วนอีกคนหนึ่งตะโกนสั่งให้โยนกล้องทิ้งน้ำ จังหวะนั้นมีพระและเด็กวัดมาช่วย พวกเขาจึงปล่อยตัว"  
 
             พระมหาอภิชาติ ยอมรับว่า ตลอด 10 ปีที่จำพรรษาอยู่ที่วัดเบญจมฯ เคยผ่านเหตุการณ์การชุมนุม ม็อบปิดล้อมบริเวณทำเนียบรัฐบาลหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นม็อบพันธมิตร ม็อบเสื้อแดง ม็อบเสื้อเหลือง ตลอดจนม็อบเกษตรกร แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ตำรวจใช้แบร์ริเออร์มาปิดล้อมวัด และห้ามพระ-เณรเข้าออกแบบนี้มาก่อน จึงอยากขอร้องว่า คราวหน้าถ้าจะมีม็อบมาแถวทำเนียบรัฐบาลอีก อย่าใช้แบร์ริเออร์อีก ขอให้ใช้เพียงรั้วเหล็กเหมือนเดิม และอย่าปิดทางเข้า-ออกวัดอีก
 
             ขณะที่ ผู้คนในสังคมโซเชียลมีเดียบางส่วน สงสัยว่า พระมหาอภิชาติ ผู้ที่โพสต์ข้อความเชิงต่อว่าตำรวจนั้น เป็นพระสงฆ์จริงหรือไม่ พระมหาอภิชาติ ยืนยันว่า ข้อความที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดเบญจมบพิตร" นั้น เป็นผู้โพสต์ข้อความทั้งหมดด้วยตนเอง  สาเหตุที่ต้องใช้คำพูดแบบนั้น เพราะพยายามพูดดีๆ มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ การใช้คำแรงๆ เป็นเหมือนจิตวิทยา หรือกุศโลบาย ให้สังคมสนใจ ถ้าตำรวจจะเข้ามาขอขมา อาตมาก็ไม่ติดใจอะไร ขอให้มีเมตตาจิตต่อกัน
 
             ทั้งนี้ "คม ชัด ลึก" สอบถามพระลูกวัดหลายรูปยืนยันตรงกันว่า เรื่องราวที่ พระมหาอภิชาติ โพสต์นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ตอนนี้ ทุกอย่างจบลงแล้ว "พระลูกวัดรูปหนึ่ง" ยอมรับว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ พระออกไปบิณฑบาตไม่ได้ แต่ญาติโยมที่สนิทและคุ้นเคย สามารถเข้ามาในวัดทางประตูหลังที่ไกลออกไปได้ แต่คนทั่วไปจะไม่รู้ ทั้งนี้ การโพสต์ข้อความของพระมหาอภิชาติ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับวัด
 
             ส่วน  "พระมหาศักดิ์กริณ" บอกว่า การปิดล้อมวัด ถามว่าเจ้าหน้าที่มาปิดได้ไหม ปิดได้ แต่ต้องดูว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง บางทีก็ไม่เข้าใจกันทำให้มีวิวาทะต่อกัน หลังเกิดปัญหาระยะหนึ่ง กองทัพภาคที่ 1 มาแจ้งเลี้ยงภัตตาหารพระสงฆ์ มองว่าถ้าคนของรัฐมีการแก้ปัญหาแบบนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยแก้ปัญหาได้ และเวลาเข้าออกก็ควรอำนวยความสะดวก อย่างแม่ครัวออกไปซื้อกับข้าวแล้วเข้ามาไม่ได้ บางวันเข้ามาได้แต่ก็สายไปแล้ว ก็ควรมีการนัดแนะว่าเข้าออกเวลาใดบ้าง ไม่ใช่อ้างแต่ "นายสั่ง ออกไม่ได้" หรือพอออกไปแล้วก็ห้ามเข้า ต้องไปจำวัดวัดอื่น จึงอยากให้มีการพูดคุยกันก่อน
 
             ขณะที่ "หลวงตา" ซึ่งจำพรรษาที่วัดนี้มากว่า 30 ปี ยอมรับว่า วัดเบญจมฯ อยู่ติดทำเนียบรัฐบาล เวลามีการชุมนุมทางการเมือง จะมีมวลชนและเจ้าหน้าที่มาขอใช้พื้นที่ประจำ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์, ชวลิต ยงใจยุทธ, ม็อบพันธมิตร, ม็อบเสื้อเหลือง, ม็อบเสื้อแดง โดยเฉพาะตำรวจ มาขอใช้พื้นที่ตลอด แต่ที่ผ่านมาจะปิดล้อมด้วยรั้วเหล็ก และมีช่องทางเข้า-ออกได้ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตำรวจใช้กำแพงแบร์ริเออร์ปิดหนาแน่น จึงอยากขอให้ผู้รับผิดชอบ  กลับไปคิดว่าการทำกับวัดแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ?!!


.............................

(หมายเหตุ : วินาที..พระถูกอุ้ม ชนวน'แบร์ริเออร์'ล้อมวัด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)