
'กปปส.'ยุบเวทีนางเลิ้งไปราชดำเนิน
'กปปส.'ยุบเวทีนางเลิ้งกลับไปราชดำเนิน 'สุเทพ' เปิดเวทีพบสื่อยันแนวทาง 'สภาปชช.' 400 คน ไร้นักการเมือง ขู่ 'นายกฯ' ไม่ออกรักษาการใช้กำลังม็อบกดดัน
13 ธ.ค.56 ที่เวทีแยกเลิ้ง นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ขณะนี้เราได้รับข่าวสารว่า ในวันที่ 14-15 ธ.ค. จะมีขบวนการที่มีเป้าหมายที่จะเข้ามาก่อกวนการชุมนุมของมวลมหาประชาชน เห็นได้จาก เมื่อคืนนี้มีการ์ดชื่อนายสุภาส มีธรรม ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ และขณะนี้ก็ผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังมีการยิงกระสุนจริงใส่จอภาพของบริษัท ฮัลโหล แบงค์คอก ที่กปปส.เช่ามาเพื่อแพร่ภาพการชุมนุมให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ต่ำกว่า 4 จุด อาทิ อาร์ซีเอ โรงพยาบาลรามาฯ มักกะสัน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการความพยามของกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล ที่พยายามก่อกวนการชุมนุมของมวลมหาประชาชน ซึ่งขอให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบริหารจัดการให้เป็นระบบ ทางกปปส.จึงมีให้มีการควบคุมเวทีแยกนางเลิ้ง ไปรวมกับเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เหลือเพียงเวทีเดียว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องแยกเวทีการชุมนุม เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ และง่ายต่อการรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน
'สุเทพ' ยันแนวทาง 'สภาปชช.' ไร้นักการเมือง
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาหารราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุริยะใส กตะศิลา ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิรูปประเทศไทยตามทางการเคลื่อนไหว
นายสุเทพ กล่าวว่า กปปส. ต้องการเข้ามาเปลี่ยนประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อฟื้นฟูประเทศทุกด้าน เพราะที่ผ่านมาระบอบทักษิณทำลายหลักนิติรัฐนิธรรม และวิธีการบริหารราชการรัฐบาลกับฝ่ายนิติบัญัติ โดยเฉพาะออกกฏหมายนิรโทษกรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น ที่มีเพียงตระกูลเดียวได้ผลประโยชน์ จากโครงการประชานิยม เช่น โครงการรับจำนำข้าว
อีกทั้ง รัฐบาลยังหมดความชอบธรรมทางกฏหมายและทางการเมือง นับตั้งแต่วันที่ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชนจึงลุกขึ้นทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่มอบให้ตัวแทน โดยเป็นการต่อสู้อย่างสันติ อหิงสา สงบสุข โดยวิธีการแก้ปัญหามี 2 วิธี คือ 1.วิธีที่นุ่มนวลโดยนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับว่าหมดสภาพ และการออกพระราชกฤษฎีกายุบสภา ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นควรลาออกเพื่อไม่ให้เกิดสูญญากาศของอำนาจเพื่อดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีคนกลาง 2.มวลชนลุกขึ้นยึดอำนาจรัฐจนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และใช้อำนาจอธิปไตยดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งสภาประชาชน ปรับโครงสร้างหน่วยงานราชการใหม่ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคให้เหลือแต่ส่วนกลางและท้องถิ่น เลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด ปรับโครงสร้างตำรวจใหม่เพื่อความเป็นธรรมก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
นายสุเทพ กล่าวว่า ขั้นตอนการได้มาของ "สภาประชาชน" ต้องเป็นระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ กปปส. แต่งตั้ง แต่จะมีการเลือกตั้งจากทุกสาขาอาชีพ และในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ จะมีการสรรหา โดยไม่มีนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงในสภาประชาชน และหลังพ้นตำแหน่งห้ามเล่นการเมืองเป็นเวลา 5 ปี โดยโครงสร้างสภาประชาชนจะมี 400 คน จากการเลือกตั้ง 300 คน อีก 100 คน กปปส. จะเป็นผู้สรรหา และจากนี้ไปจะจัดระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนตั้งแต่วันพรุ่งนี้ที่จะมีการจัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมกันนี้ได้ยืนยันต่อสื่อ การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปก่อนจนกว่าจะปฎิรูปประเทศให้แล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลา 8-14 เดือน
จากนั้นแกนนำกปปส. เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม โดยส่วนใหญ่ตั้งคำถามเน้นเกี่ยวกับที่มาสภาประชาชนว่ามีที่มาอย่างไร และโปร่งใสหรือไม่ รวมทั้งกปปส. จะล้มการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.จริงหรือไม่ และหากนายกฯ ยังยืนยันไม่ลาออกจากรักษาการ กปปส.จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นายสุเทพ กล่าวว่า ที่มาของสภาประชาชนจะคัดสรรตัวแทนจากสาขาวิชาชีพต่างๆ จำนวน 300 คน ส่วนอีก 100 คน กปปส. จะแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสภาประชาชนจะปฏิรูปการเมืองก่อน จากนั้นจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งไม่ปิดกั้นคนที่มาจากระบอบทักษิณและพรรคเพื่่อไทยจะลงสมัครรับเลือกตั้ง
ส่วนกรณีเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ถ้าสภาประชาชนดำเนินการไม่แล้วเสร็จก็มีความจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน จนกว่าจะปฏิรูปเสร็จ ทั้งนี้การที่นายกฯ ยืนยันไม่ลาออกจากการรักษาการ กปปส.ก็มีแนวทางจะเคลื่อนไหวกดดันจนกว่านายกฯ จะลาออก และคงต้องใช้การบังคับโดยพลังประชาชน ซึ่งกปปส. จะชุมนุมต่อไปจนกว่าจะมีการตั้งสภาประชาชน
นอกจากนี้ กปปส.ยืนยันว่าจะส่งตัวแทนประมาณ 20 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาของกองทัพไทยวันที่ 14 ธ.ค. และวันที่ 15 ธ.ค.จะส่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำ กปปส. และนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. เข้าร่วมเวทีหาทางออกให้ประเทศ
'สุเทพ' ลั่นหากปฏิรูปแล้วพรรคทักษิณยังชนะก็จะยอมรับ
ในระหว่างการเปิดเวทีให้สื่อซักถาม กปปส. ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าการปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของ กปปส.เกิดขึ้นได้จริง หากในการเลือกตั้งหลังจากนั้นพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังชนะเลือกตั้งอยู่จะยอมรับหรือไม่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กล่าวว่า หากมีการปฏิรูปประเทศ มีการกฎกติกาใหม่แล้ว หากผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรเราก็ต้องเคารพและยอมรับผลการเลือกตั้งนั้น
ทั้งนี้กฎกติกาใหม่ที่นายสุเทพ กล่าวว่า กฎกติกาใหม่จะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม มีกระบวนการจัดการที่รอบคอบ มีการปรับปรุงกฎหมายพรรคการเมือง มีการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ใช่พรรคของนายทุน
นายสุเทพ ยอมรับว่า แม้ว่าเป้าหมายของ กปปส.คือเพื่อกำจัดระบอบทักษิณ แต่ก็ไม่สามารถเขียนไปในกฎหมายได้ว่าไม่ให้ทักษิณ หรือคนในครอบครัวมาเล่นการเมือง ดังนั้นหากหลังปฏิรูปแล้ว พรรคของทักษิณยังชนะ ก็ต้องยอมรับ
ถามว่าจะทำอย่างไรให้ความขัดแย้งในสังคมหมดไป เพราะต่อไปอาจมีอีกฝั่งออกมาประท้วง นายสุเทพ กล่าวว่า กปปส.ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งดำรงอยู่ต่อไป การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า การต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนต้องทำอย่างสันติ เคารพกฎหมาย ต้องบอกว่าไม่เคยมีการชุมนุมเรียกร้องที่ประเทศไหนในโลก ที่คนออกมาเป็นล้านๆแต่การชุมนุมยังเป็นไปด้วยความสันติ ไม่มีเหตุร้าย นอกจากนี้ทางกปปส.ก็ได้ประกาศเรียกร้องให้คนเสื้อแดงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศว่าให้เข้ามาร่วมกับ กปปส.ยกเว้นคนเสื้อแดงจะยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นจะตายอย่างไรก็ต้องทำเพื่อทักษิณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวที กปปส.วันนี้ แกนนำพยายามเน้นย้ำว่า การต่อสู้ของประชาชนเพื่อนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ต้องเป็นไปอย่างสันติ ต้องไม่เกิดความรุนแรง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การต่อสู้ต้องใช้เวลา ยืดเยื้อ
นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำ กปปส. กล่าวถึงรูปแบบของสภาประชาชนที่ทาง กปปส.เสนอและจะนำไปให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในเวทีที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันเสาร์นี้ว่า กปปส.ต้องมีลักษณะ 4 อย่าง คือ 1.ต้องเป็นองค์กรชั่วคราว เมื่อเสร็จภารกิจในการปฏิรูปประเทศแล้วก็หมดไป 2.มีสมาชิกไม่เกิน 400 คน โดย 300 คนมาจากการคัดเลือกจากอาชีพต่างๆ โดยจะมีการกำหนดตามสัดส่วนที่เหมาะสมตามจำนวนประชากรของอาชีพนั้นๆ และอีก 100 คนมาจากการคัดเลือกของ กปปส. ซึ่งจะต้องมีการกำหนดกติกาการคัดเลือกให้เป็นที่ยอมรับ เช่น กำหนดให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่นรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ผู้ทำประโยชน์ให้สังคม
3.ทั้ง 400 คนต้องไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ต้องปลอดจากการแทรกแซงของพรรคการเมือง และเมื่อเสร็จภารกิจแล้ว ต้องไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติเป็นเวลา 5 ปี 4.สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆให้กว้างขวางและเป็นรูปธรรม
'ศอ.รส.' เสริมกำลังเข้าทำเนียบฯอีก 13 กองร้อย
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.39 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. แถลงถึงสถานการณ์การชุมนุมในภาพรวม ถือว่าดีขึ้นทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางอาวุธ หลายชนิดทั้งระเบิดขวด ลูกแก้ว หัวน็อต โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเตรียมที่จะนำไปก่อเหตุที่สะพานมัฆวาน และตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น.เมื่อวานนี้ ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงมีความพยายามที่จะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรง อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้หนังสติ๊กยิงขว้างสิ่งต่างๆเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่
"ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตัดน้ำตัดไฟและนำถุงดำคลุมกล่องวงจรปิดด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อคืนที่ผ่านมาช่วงเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ ได้มีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 13 กองร้อย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยยืนยันว่าไม่มีอาวุธ นอกจากโล่และกระบอง" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวและว่า โดยภาพรวมสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ามีการส่งสัญญาณที่ดีขึ้นจากแกนนำที่มีความพยายามใช้วิธีเจรจาหาทางออก ซึ่งทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผอ.ศอ.รส.ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ในเรื่องของความอดทนอดกลั้น
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวชี้แจงอีกครั้งถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เชิญผู้นำเหล่าทัพ และ ผบ.ตร.เข้าร่วมหารือเพื่อหาแนวทางออก ว่าในส่วนของตำรวจไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นเจ้าพนักงาน และ นายสุเทพ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหากบฎ หากมีการเข้าพบแล้วไม่จับกุม จะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่



