ข่าว

มติมวลมหาประชาชนเลือก'โด้'ซิวบัลลงดอร์

มติมวลมหาประชาชนเลือก'โด้'ซิวบัลลงดอร์

14 ธ.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : มติมวลมหาประชาชนเลือก 'โด้' ซิวบัลลงดอร์

 

                            เพิ่งจะประกาศรายชื่อ 3 นักเตะที่เข้ารอบสุดท้ายเพื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่า หรือบัลลงดอร์ ประจำปี 2013 ออกมาแม้คนทั้งโลกจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นความชัดเจนแล้วว่าการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ที่ซูริกวันที่ 13 ม.ค. จะเป็น คริสเตียโน โรนัลโด หรือ ฟรองก์ ริเบรี หรือ ลิโอเนล เมสซี เท่านั้น

                            ก่อนหน้านี้ คริสเตียโน โรนัลโด เจ้าของรางวัลเมื่อปี 2008 ถูกมองว่าเป็นนักเตะที่รักษาฟอร์มได้มาตรฐานที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเพิ่งยิงแฮตทริกในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติโปรตุเกส ในเกมตัดสินชี้ชะตากับสวีเดน ถือเป็นฟอร์มที่เข้าตามากที่สุดในช่วงก่อนปิดการลงคะแนน

                            ในรอบปีปฏิทินปี 2013 สถิติของโรนัลโด ทำได้อย่างเหลือเชื่อยิงไปถึง 69 ประตูจาก 58 นัด ล่าสุดก็เพิ่งยิงไป 2 ประตูในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด และหากจะมองกันเป็นฤดูกาล 2013-14 ก็ยังเป็นเรื่องการระเบิดฟอร์มอยู่ดีซัดไป 35 ประตูจาก 22 นัด นอกเหนือจากการไปแฮตทริกใส่สวีเดนที่โซลนา แล้งยังมีแฮตทริกใส่เกมกับไอร์แลนด์เหนือ, กาลาตาซาราย, เซบีญา และรีล โซเซียดัด อีกต่างหาก

                            ขณะที่ ฟรองก์ ริเบรี ที่เป็นตัวเต็งอยู่ก่อนหน้านี้อาจจะระเบิดฟอร์มส่วนตัวไม่ได้เหมือนกับโรนัลโด แต่รางวัลทั้งส่วนตัวส่วนรวมที่ได้รับมาในปีนี้ถือว่าเป็นต่อโรนัลโด อยู่เหมือนกัน และมีส่วนอย่างมากที่ทำให้ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุดของยุโรปไม่ว่าจะเป็นภายใต้การทำทีมของ จุปป์ ไฮย์เกส หรือว่า โฆเซป กวาร์ดิโอลา

                            รางวัลส่วนตัวที่รับมาแล้วคือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมยุโรปประจำฤดูกาล 2012-13 ขณะที่รางวัลส่วนรวมในปีนี้ถือว่ามโหฬาร ได้ทั้งแชมป์กับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในทุกถ้วยที่ลงแข่งขันในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และที่เป็นประวัติศสสตร์ คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

                            เรื่องของสถิติการทำประตูจากนักเตะในตำแหน่งปีกก็ถือว่าไม่เลว ยิงได้ 22 ประตูจาก 51 นัด แน่นอนว่าหากจะเอาสถิติเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับโรนัลโด หรือว่า เมสซี คงไม่ไหว แต่จุดเด่นของ ริเบรี คือเรื่องความเป็นทีม และบาเยิร์น มิวนิค ก็ยังไม่แพ้ใครในบุนเดสลีกา ขณะที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อาจจะมีแพ้ แต่ก็เป็นเกมที่ทีมได้เปรียบก่อนในนัดแรกมาแล้วทั้งเกมกับอาร์เซนอล และแมนฯ ซิตี นอกจากนี้กับทีมชาติฝรั่งเศส ริเบรี ก็เป็นรายหนึ่งที่มีส่วนสำหรับการเดินหน้าสู่ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

                            สุดท้าย ลิโอเนล เมสซี เจ้าของรางวัลนี้มาแล้วใน 4 ปีหลังสุด ซึ่งว่าไปแล้วในปี 2013 นี้ จะบอกว่าเหลือแต่ชื่อก็ได้ เพราะจัดเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตค้าแข้งเลยก็ว่าได้ เรื่องของสถิติอาจจะยังดีอยู่เมื่อยิงไป 45 ประตูจาก 46 นัด กับบาร์เซโลนา และทีมชาติอาร์เจนตินา แต่จากฟอร์มนี้ยังถือว่าห่างไกลจากความสำเร็จเดิม เรื่องอาการบาดเจ็บทำให้ผลงานของเมสซี ไม่ใกล้เคียงกับสถิติเก่าที่เคยทำได้ 91 ประตูในปีปฏิทินเพียงปีเดียว

                            เรื่องความสม่ำเสมอเมื่อได้ลงสนามยังเป็นจุดเด่นของเมสซี แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลงานในลาลีกาซะมากกว่า ซึ่งเรื่องของฟอร์มในลาลีกา เมสซี ผ่านคู่ต่อสู้ระดับลีกของตัวเองได้สบายๆ แต่กับอาร์เจนตินา แล้วยังไม่คงเส้นคงวาเท่าไรนัก และนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมา ก็ยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มได้เต็มที่นัก แต่หากจะได้รางวัลนี้ก็น่าจะเป็นการกินบุญเก่ามากกว่าผลงานที่ตรงกับประเด็นรางวัลปี 2013

                            ขณะที่ Goal.com เว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังของโลกมีการเปิดโอกาสให้แฟนบอลทั่วโลกได้โหวตกันทันที หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อ 3 นักเตะที่มีลุ้นรางวัลอย่างเป็นทางการ และผลที่ออกมาเป็นไปตามกระแสอย่างชัดเจน มีการเลือกให้ คริสเตียโน โรนัลโด ถึง 71.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าแปลกคือคะแนนโหวตของแฟนบอลกลับให้คะแนนของเมสซี มากกว่า ริเบรี แต่ก็ถือว่ายังห่างไกลจากกระแสของโรนัลโดมาก โดยเมสซี ได้คะแนนไป 15.3 เปอร์เซ็นต์ และริเบรี รับไปแค่ 13.5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่หากมีการโหวตตั้งแต่ช่วงกลางปี ริเบรี นี่แหละคือตัวเต็งอย่างแท้จริง แต่สำหรับรางวัลที่มีฟีฟ่าตัดสิน มักจะมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นเสมอ และอาจจะไม่ตรงใจมติมวลมหาประชาชนเสมอไป

                            นอกจากรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแล้ว ในวันที่ 13 มกราคม ก็จะมีการประกาศรางวัลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ที่น่าสนใจอีกอย่างคือตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมที่ผู้ท้าชิงแต่ละคนมีดีด้วยกันทั้งนั้น รายแรกคือ "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งทวนก่อนการวางมือ รายต่อมาเป็น เจอร์เกน คลอปป์ ของดอร์ทมุนด์ และสุดท้ายคือ จุปป์ ไฮย์เกส ที่ได้ทุกแชมป์กับบาเยิร์นก่อนจะวางมือไปเช่นเดียวกับเฟอร์กี

                            โค้ชฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมมีผู้ท้าชิงคือ ราล์ฟ เคลเลมันน์ จากโวล์ฟสบวร์กเจ้าของแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ซิลเวีย นายด์ โค้ชทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์ยุโรป และเพีย ซันด์ฮาเก โค้ชทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์ยุโรป

                            สุดท้ายเป็นรางวัลนักเตะหญิงยอดเยี่ยมมี นาดีน แอลเกเรอร์ ผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์ยุโรป, มาร์ทา กองหน้าทีมชาติบราซิล และแอบบี แวมบัค กองหน้าทีมชาติสหรัฐ