
กองทัพงดรับ'สุเทพ'หวังถอยคนละก้าวสู่'ปฏิรูป'
กองทัพงดเปิดบ้านรับ'สุเทพ' หวังถอยคนละก้าวสู่'ปฏิรูป' : ทีมข่าวความมั่นคง
������������� กองทัพปิดประตูเงียบไม่ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางออกของประเทศไทย หลังจากที่ นายสุเทพ ได้ประกาศไว้ว่าจะเดินสายพบ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อน 20.30 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา
������������� การที่กองทัพไม่เล่นตามเกมของ นายสุเทพ ในครั้งนี้ เพราะไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในช่วงที่อุณหภูมิการเมืองกำลังร้อนแรง ที่ผ่านมาผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า การแก้ไขปัญหาต้องให้การเมืองเป็นผู้แก้ไขปัญหาเอง
������������� และช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่การเมืองจะต้องพูดคุยกันระหว่าง รัฐบาล-กปปส. หากกองทัพเข้าไปพัวพันมากกว่านี้อุณหภูมิอาจจะตีกลับมาอยู่ที่กองทัพได้
������������� ที่สำคัญ รัฐบาล-กองทัพ ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะออกมาส่งสัญญาณให้รัฐบาลถอยลงจากเก้าอี้ สร.1 ด้วยการประกาศยุบสภาแล้วก็ตาม ถือเป็นการเดินเกมทิ้งไพ่คนละใบ
������������� ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีรู้ว่า นายสุเทพเตรียมทิ้งไพ่ด้วยการจะเข้าพบ ผบ.เหล่าทัพ ทางนายกรัฐมนตรีจึงส่งสัญญาณกลับมายัง ผบ.เหล่าทัพ ว่าให้ตั้งสติให้ดีก่อนที่จะให้ นายสุเทพ เข้าพบ
������������� จึงเป็นอีก 1 สัญญาณที่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธที่จะพบกับ นายสุเทพ ในค่ำวันพฤหัสบดี
������������� แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยากให้นายสุเทพได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนที่จะมาพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพท่านอื่นๆ
������������� แต่นายสุเทพ ก็ไม่ได้ทำหนังสือไปถึง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพียงแต่มีการติดต่อโทรศัพท์ไปเท่านั้น
������������� อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธนะศักดิ์ เอง ก็แสดงท่าทีปฏิเสธที่จะพบปะกับนายสุเทพ ทำให้เป็นการยากที่จะเปิดให้มีการเข้าพบของ ผบ.เหล่าทัพ
������������� กองทัพมองว่า นายสุเทพ พยายามยืมมือกองทัพเข้าไปเป็นพวก แม้ว่าที่ผ่านมากองทัพจะพยายามแสดงจุดยืนที่ชัดเจนไปแล้วก็ตาม ว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกองทัพอยากให้นายสุเทพเดินพบปะหน่วยงานต่างๆ เพื่อได้รับฟังความคิดเห็น เพื่อไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง"
������������� มีการย้ำกันหลายหนว่า เป็นเรื่องยากที่จะไปสนับสนุน นายสุเทพ แบบออกหน้าออกตา ในขณะที่รัฐธรรมนูญยังบังคับใช้อยู่
������������� เหล่าทัพไม่สามารถทำตามที่นายสุเทพขอได้ทุกอย่าง ทั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องกระทำภายใต้กรอบกฎหมาย จุดยืนของกองทัพจะต้องเป็นกองทัพของประเทศชาติ และปกป้องประชาชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก กองทัพไม่สามารถที่จะใช้ความรุนแรงกับประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ซึ่งการจะทำอะไรต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย
������������� แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า จากการพูดคุยร่วมกันที่ผ่านมา ทั้งนายสุเทพ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร� นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า จะทำทุกอย่างตามกระบวนการกฎหมาย และจะไม่ละเมิดกฎหมาย รวมถึงจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เพราะเมื่อไรที่ความรุนแรงเกิดขึ้นจะหยุดไม่ได้ และจะทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายซ้ำรอยอดีต
������������� เมื่อกองทัพไม่ยุ่งการเมือง ไม่ยุ่งกับ กปปส. ที่สำคัญ หากนายสุเทพยังไม่สามารถปิดเกมของรัฐบาลได้ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ ปัญหาจะย้อนกลับมาที่ กปปส.เองจนไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรได้อีก
������������� ปัญหาอีกอย่างก็คือ กองทัพเองในช่วงนี้ก็จำเป็นต้องพยายามสร้างเอกภาพขึ้นให้ได้ เพราะที่ผ่านมาในการพบปะกันระหว่าง นายสุเทพกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมี ผบ. 3 เหล่าทัพเป็นสักขีนั้น วันถัดมาก็มีกระแสข่าวว่า ผบ.ทหารสูงสุดได้นัด ผบ.เหล่าทัพหารือ ในวันที่ 6 ธันวาคม แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีการหารือกัน ทำให้ภาพออกมาดูไม่ดีนัก
������������� จากเหตุการณ์ตรงนั้น เมื่อนายสุเทพ นัดคุย ผบ.เหล่าทัพ ต่อหน้าสื่อ-ประชาชน ทุกเหล่าจึงโยนเรื่องนี้ไปให้ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งเป็นไปตามไลน์ของการบังคับบัญชา
������������� อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดทางเหล่าทัพเห็นว่า น่าจะทำให้ทุกฝ่ายหันกลับมาพูดคุยกัน โดยต่างฝ่ายต่างก็ถอยกันคนละก้าว เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครได้อย่างที่หวังไปหมดทุกอย่าง
...................
(หมายเหตุ : กองทัพงดเปิดบ้านรับ'สุเทพ' หวังถอยคนละก้าวสู่'ปฏิรูป' : ทีมข่าวความมั่นคง )



