ข่าว

'สุเทพ'เผยผบ.สส.ตอบรับกปปส.พบเหล่าทัพ14ธ.ค.

'สุเทพ'เผยผบ.สส.ตอบรับกปปส.พบเหล่าทัพ14ธ.ค.

12 ธ.ค. 2556

'สุเทพ'เผยผบ.สส.ตอบรับ กปปส.พบเหล่าทัพ14ธ.ค. ยื้อม็อบไม่มีกำหนด 'มีชัย'ชี้ครม.รักษาการลาออกได้

             เมื่อเวลา 19.10น.วันที่ 12 ธ.ค.2556  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.ขึ้นเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปราศรัยว่า วันนี้ต้องสารภาพตรงๆ ว่าประเมินใจยิ่งลักษณ์ผิด ไม่นึกว่าจะดื้อด้านได้ขนาดนี้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้ขอพบกับ ผบ.สูงสุดและผู้นำเหล่าทัพ แต่มีความขลุกขลักในการประสานงาน วันนี้จึงได้มอบหมายนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นตัวแทนถือหนังสือไปเรียน ผบ.สูงสุด อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่า ผบ.สูงสุด ได้บอกมาแล้วว่า จะให้เราไปพบวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคมนี้ เวลา 15.00 น.
    
             นายสุเทพ ยังชี้แจงถึงการเข้าพบกับผู้นำองค์กรภาคเอกชน 7 องค์กร และองค์กรที่ 8 คือ องค์การต่อต้านคอรัปชั่นแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล ว่า ได้อธิบาย ชี้แจงและตอบคำถามผู้นำภาคเอกชน ร่วม 2 ชั่วโมง ถึงเจตนาในการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปประเทศไทย โดยยืนยันว่าการปฏิรูปประเทศต้องทำก่อนการเลือกตั้ง อีกทั้งชี้แจงว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมแล้วเมื่อไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และมีการล่วงละเมิดพระราชอำนาจหลายครั้ง อีกทั้งยังเป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ จึงชอบที่ประชาชนจะเอาอำนาจกลับคืนมาเป็นของประชาชน
    
             นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ชี้แจงภาคเอกชนว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ไม่ใช่เรื่องไปขอพระราชทานนายกฯ จากพระเจ้าอยู่หัว แต่เป็นเรื่องที่ผู้มีหน้าที่ มีอำนาจกราบบังคมทูลเสนอชื่อคนดี คนเหมาะสมขึ้นมาเป็นนายกฯ เพื่อให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ โดยต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามหน้าที่ ได้ชี้แจงว่าสถานการณ์ตอนนี้มีทางเลือก 2 แนวทาง คือ 1.รัฐบาลรู้สำนึกและยอมคืนอำนาจประชาชน โดยให้ยิ่งลักษณ์ลาออกจากรักษาการนายกฯ และคณะรัฐมนตรีต้องลาออกทั้งคณะ รวมทั้งประธานวุฒิสภาต้องลาออกด้วยเพราะเป็นคนของพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วไม่ต้องตั้งใครมารักษาการ จากนั้นให้รองประธานวุฒิสภานำความขึ้นกราบบังคมทูล เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นวิธีที่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ส่วนที่นายกฯชวนให้ไปเลือกตั้งนั้น มวลมหาประชาชนไม่ยอมรับการเลือกตั้งเด็ดขาด ไม่มีการต่อรองใดๆ เพราะถ้ามีเลือกตั้งโดยใช้กฎเกณฑ์กติกาเดิม ก็จะมีโกงเลือกตั้ง ซื้อเสียงกลับเข้ามาเหมือนเดิม มีทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนเดิม หรือ 2.ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนในการแต่งตั้งนายกฯ และจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อทำการปฏิรูปประเทศให้เรียบร้อย ทั้งนี้ ถ้าภาคส่วนไหนมองไม่เห็นความสำคัญและคุณค่า ก็แสดงว่าสังคมหรือบุคคลคณะนั้นไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน
    
             นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ย้ำไปด้วยว่ามวลมหาประชาชนได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องปฏิรูปประเทศ แก้ไขสิ่งบกพร่องที่ระบอบทักษิณทำไว้กับประเทศไทย เรื่องแรกคือ แก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง องค์กรที่จัดการเลือกตั้งให้เข้มแข็ง แข็งแรง ไม่มีซื้อสิทธิ์ขายเสียง โกงการเลือกตั้งได้อีกต่อไป แก้ไขกฎหมายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น คนทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ว่าหนีไปที่ไหนในโลก กลับมาไทยเมื่อไร คดีไม่มีวันหมดอายุความจะต้องถูกดำเนินคดี และการปกครองประเทศนับจากนี้ไปต้องให้ประชาชนตรวจสอบได้ กระจายอำนาจการปกครองโดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนงบประมาณแผ่นดินต้องกระจายพัฒนาจังหวัด อำเภอต่างๆ อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ต้องปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตำรวจอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากประชาชน ทำเรื่องช่วยเหลือคนจนให้เป็นวาระแห่งชาติ  
    
             "ผมขอร้องเขาว่าแม้ไม่ชอบหน้าแกนนำบางคน ขอให้ลืมเสีย เราทำเพื่อประเทศ อย่าคิดเล็กคิดน้อย ถ้าท่านไม่เห็นด้วย ถามเรา แนะเรา เราพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ เราไม่ใช่คนดื้อด้านแบบยิ่งลักษณ์ ผมขอร้องอีกว่า หากมีอะไรที่ยังข้องใจให้มาถามเรา แต่ขออย่าออกมาให้สัมภาษณ์สื่อทำลายความรู้สึกนึกคิดของมวลมหาประชาชน"  
    
             นายสุเทพกล่าวว่า ในวันเสาร์นี้เมื่อได้มีโอกาสพบผบ.สูงสุด ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร.แล้ว ตนจะเรียนชี้แจงแนวทางอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทหารตำรวจได้ตัดสินใจมายืนข้างประชาชน
    
             "มาถึงขั้นนี้แล้ว ถอยไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าอย่างเดียว ลงทุนลงแรงกันมามาก เสียเหงื่อเสียน้ำตากันมามาก ครั้งนี้ทำให้สุดชีวิต ไม่มีถอยกันอีกแล้ว จะเป็นอีกกี่วันให้มันรู้ไป เพราะคนพวกนั้นต้องการแค่เห็นเราเสื่อมกำลัง ท้อถอย ต้องทำให้มันรู้ว่า ไม่มีวันท้อถอย ไม่มีวันกลับบ้าน"

 

"มีชัย"ชี้ครม.รักษาการลาออกได้

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.meechaithailand.com   ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายชั้นนำของประเทศ ตอบคำถามเกี่ยวกับการมใช้กฎหมายทางการเมืองเรื่องหนึ่งช่วงต้นเดือนธ.ค.ดังนี้ คำถาม   เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 คืออะไร - มาตรา 7 จะใช้ได้เมื่อได้ และ ขอบเขตการใช้อยู่ที่สถานการณ์ หรือบริบทแบบไหน พระราชดำรัส 25 เม.ย.49 จะเป็นบรรทัดฐานของการใช้หรือไม่ใช้ มาตรา 7 ไหม

             นายมีชัยตอบคำถามว่า “มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้สำหรับกรณีที่เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีบทบัญญัติเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะให้ทำอย่างไร ก็ให้ทำไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น ในกรณีมีการยุบสภา รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติรองรับไว้ว่า จะต้องทำอย่างไรกันต่อไป กล่าวคือ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งให้อยู่รักษาการต่อไป ก็ต้องรักษาการต่อไป จะไปใช้มาตรา 7 ก็ไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเกิดตายไป หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าเต็มทีไม่อยากอยู่รักษาการต่อไป ลาออกเสียดื้อๆ ก็มีกฎหมายรองรับว่า รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งก็ขึ้นรักษาการต่อไป อย่างนี้ก็นำมาตรา 7 มาใช้บังคับไม่ได้อีก

             “แต่ถ้านายกรัฐมนตรี ก็ตาย หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าขึ้นมาพร้อม ๆ กับรัฐมนตรีคนอื่น ๆ จนไม่มีใครเหลืออยู่ สภาผู้แทนก็ไม่มีแล้ว เพราะยุบไปแล้ว อย่างนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตราใดบอกไว้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บ้านเมืองจะต้องมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องหาทางตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศให้จงได้ เหลือองค์กรอำนาจอะไร ก็ต้องใช้องค์กรอำนาจนั้นเท่าที่มีอยู่เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้

             “ที่มีคนบอกว่าในระหว่างรักษาการนั้นลาออกไม่ได้น่ะ น่าจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง การลาออกเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าไม่อยากอยู่ในตำแหน่งอะไร ก็ไม่มีใครบังคับให้ต้องอยู่ต่อไปได้ ขนาดคนเป็นข้าราชการตำแหน่งเล็ก ๆ น้อย ๆ วันดีคืนดีไม่อยากเป็นข้าราชการต่อไปจะลาออกเสียเมื่อไรก็ได้ อย่างมากที่ทางราชการจะทำได้ ก็คือการยับยั้ง ซึ่งก็ทำได้เพียงชั่วคราวไม่เกินสามเดือน หลังจากนั้นก็ต้องยอมให้เขาออกไป แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีกฎหมายอะไรบังคับไว้ว่าใครจะยับยั้งได้ บทบัญญัติที่ให้รักษาการกันอยู่ต่อไปน่ะ ใช้เฉพาะกรณีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเท่านั้น ไม่ได้ใช้กับกรณีที่ต่างคนต่างทะยอยลาออกหรือล้มหายตายจากไป อย่าว่าแต่เรื่องลาออกเลย ถ้าในระหว่างรักษาการ เกิดมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งทำทุจริตคิดมิชอบเสียจนรับต่อไปไม่ได้ หรือเกิดเบื่อขี้หน้าขึ้นมานายกฯก็ยังมีอำนาจกราบบังคมทูลเพื่อเอาออกจากตำแหน่งเสียได้ มิใช่หรือ

             “ก็ทีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 126 ชัด ๆ ว่า "คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ" ยังมีรัฐมนตรีออกมาแถลงอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ แล้วพอมาตรา 181 บัญญัติว่า "คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป" ถึงกับจะยอมผูกมัดจนแปลไปว่าลาออกก็ไม่ได้ทีเดียวหรือ

 

"ธงทอง"เชิญทุกภาคส่วนหาทางออกประเทศ

            นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เชิญทุกภาคส่วน ร่วมเวทีระดมความเห็นเพื่อหาทางออกประเทศ ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมทั้งคณะทำงานต่างๆ การจัดเตรียมสถานที่ และการประสานกับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคราชการ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา กลุ่มการเมือง ฯลฯ ที่จะมาร่วมพูดคุยแนวทางออกร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนเกิดความสบายใจ ซึ่งได้เร่งติดต่อประสานงานและคาดว่าเมื่อได้รายละเอียดที่ชัดเจนจะแถลงให้ สื่อรับทราบ ในวันที่13 ธ.ค. ต่อไป