
'สุเทพ'ยันพร้อมอ้าแขวนรับแดงร่วมปฏิรูป
กปปส.พบ7องค์กรเอกชนแจ้งตั้งสภาปชช. 'สุเทพ'ยันพร้อมอ้าแขวนรับแดงร่วมปฏิรูป 'มีชัย'ชี้ครม.รักษาการลาออกได้
12ธ.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.30 น. กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หรือ กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายอิสสระ สมชัย นายนิติธร ล้ำเหลือ นายถาวร เสนเนียม นายสุริยะใส กตะศิลา ได้เข้าพบ 7 องค์กรภาคเอกชน ที่โรงแรมเดอะสุโกศล
นายสุเทพได้ชี้แจงรูปแบบของสภาประชาชนว่าจะให้มีไม่เกิน 400 คน โดย 300 คนมาจกาการการเลือกตั้งกลุ่มวิชาชีพ อีก 100 คนมาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ กปปส. จะได้ร่วมกันสรรหา คุณสมบัติสำคัญคือไม่เป็นสมาชิกพรรคการมือง ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองมายุ่งเกี่ยว และจะไม่ลงเลือกตั้งในตำแหน่งการเมืองใดไม่น้อยกว่า 5 ปี นี่คือภาพกว้างๆ
นายสุเทพกล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้เป็นแค่หุ่นเชิดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี บงการอยู่ต่างประเทศ สำหรับเรื่องของประชาชนตนไม่ยอมต่อรองใดๆทั้งสิ้น ถามว่าจะเดินต่อไปอย่างไร มีหลายองค์กรพยายามที่จะไกล่เกลี่ยระหว่างประชาชนกับรัฐบาลแต่ขอเรียนว่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องการต่อรอง
ทั้งนี้นายสุเทพระบุว่าขณะนี้ต้องการให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อให้เกิดการสูญญากาศ แต่ยังมีวุฒิสภาอยู่ก็ยังเสนอชื่อนายกฯ นี่แหละคือมาตรา 7 ที่ไม่ใช่การรบกวนเบื้องพระยุคลบาท จากนั้นให้ออก พ.ร.ฎ.ให้มีสภาประชาชน
"มี 2ทางเลือกที่เรื่องจะจบได้ คืออาจเกิดเหตุรุนแรง หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรีลาออก ไม่มีการแต่งตั้งใครรักษาการ ไม่มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้ามารักษาการ เพื่อเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีที่มาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7" นายสุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตามมีการสอบถามเรื่องการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีประกาศมาแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. . จะมีวิธีการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า วันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งเคยเกิดเมื่อ 2549 มาแล้ว การเลื่อนการเลือกตั้งไม่มีปัญหา แต่ต้องไม่เลือกตั้งภายใต้กฎเกณฑ์กติกาเดิม ผลแบบเดิม และนำไปอ้างความชอบธรรม
ทั้งนี้ตัวแทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้ซักถามว่า จากแนวทางการปฏิรูปต้องมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง นายสุเทพ จะเปิดรับแนวทางอื่นด้วยหรือไม่ การที่มีหลายฝ่ายเข้ามาแสดงความเห็นน่าจะมีประโยชน์มาก นายสุเทพกล่าวว่า ตนบอกไปแล้วว่ามวลชนคนเสื้อแดงเราพร้อมที่จะรับเข้ามาพูดคุยปรึกษาหารือ เราก็รับฟังความคิด เราก็ไม่ใช่ผู้รอบรู้หมดไปเสียทุกอย่าง เพียงแต่เราไม่ต่อรองเท่านั้นเอง และยืนยันว่าต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงก่อนเลือกตั้ง ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาพูดเมื่อสักครู่ไม่ใช่
เมื่อมีตัวแทนถามว่าที่มาคุยวันนี้เพราะอยากให้สำเร็จอย่างไร นายสุเทพระบุว่า "ที่มาเพราะอยากให้เข้าใจสถานการณ์จริง และให้ฟังจากปากพวกตน เราต้องการเสียงของพวกท่านเพราะพวกท่านไม่มีผลประโยชน์ บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับตน กรุณาเฉยซะได้ก็ดีอย่ามาสกัดทางอ้อม เป็นการตัดกำลังโดยเปล่าประโยชน์"
ทั้งนี้มีการถามว่ามีโอกาสจะเจอกับน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยตรงหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าที่ผ่านมาไม่อยากเจอเลย ประชาชนเขาไม่อยากให้ตนเจอ แต่ที่เคยไปเจอครั้งหนึ่งด้วยความเกรงใจ ผบ.เหล่าทัพจึงไปพบ และบอกไปว่าเราเจอกันหนนี้หนเดียว เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง
"ถ้าท่านร่วมมือด้วย เรื่องก็จะจบเร็ว วันนี้ต้องทำให้จบเร็ว ผมขอเรียนว่าวันนี้ประชาชนไม่ถอย"นายสุเทพกล่าว
"มีชัย"ชี้ครม.รักษาการลาออกได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.meechaithailand.com ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายชั้นนำของประเทศ ตอบคำถามเกี่ยวกับการมใช้กฎหมายทางการเมืองเรื่องหนึ่งช่วงต้นเดือนธ.ค.ดังนี้ คำถาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 คืออะไร - มาตรา 7 จะใช้ได้เมื่อได้ และ ขอบเขตการใช้อยู่ที่สถานการณ์ หรือบริบทแบบไหน พระราชดำรัส 25 เม.ย.49 จะเป็นบรรทัดฐานของการใช้หรือไม่ใช้ มาตรา 7 ไหม
นายมีชัยตอบคำถามว่า “มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้สำหรับกรณีที่เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีบทบัญญัติเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะให้ทำอย่างไร ก็ให้ทำไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น ในกรณีมีการยุบสภา รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติรองรับไว้ว่า จะต้องทำอย่างไรกันต่อไป กล่าวคือ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งให้อยู่รักษาการต่อไป ก็ต้องรักษาการต่อไป จะไปใช้มาตรา 7 ก็ไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเกิดตายไป หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าเต็มทีไม่อยากอยู่รักษาการต่อไป ลาออกเสียดื้อๆ ก็มีกฎหมายรองรับว่า รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งก็ขึ้นรักษาการต่อไป อย่างนี้ก็นำมาตรา 7 มาใช้บังคับไม่ได้อีก
“แต่ถ้านายกรัฐมนตรี ก็ตาย หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าขึ้นมาพร้อม ๆ กับรัฐมนตรีคนอื่น ๆ จนไม่มีใครเหลืออยู่ สภาผู้แทนก็ไม่มีแล้ว เพราะยุบไปแล้ว อย่างนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตราใดบอกไว้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บ้านเมืองจะต้องมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องหาทางตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศให้จงได้ เหลือองค์กรอำนาจอะไร ก็ต้องใช้องค์กรอำนาจนั้นเท่าที่มีอยู่เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้
“ที่มีคนบอกว่าในระหว่างรักษาการนั้นลาออกไม่ได้น่ะ น่าจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง การลาออกเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าไม่อยากอยู่ในตำแหน่งอะไร ก็ไม่มีใครบังคับให้ต้องอยู่ต่อไปได้ ขนาดคนเป็นข้าราชการตำแหน่งเล็ก ๆ น้อย ๆ วันดีคืนดีไม่อยากเป็นข้าราชการต่อไปจะลาออกเสียเมื่อไรก็ได้ อย่างมากที่ทางราชการจะทำได้ ก็คือการยับยั้ง ซึ่งก็ทำได้เพียงชั่วคราวไม่เกินสามเดือน หลังจากนั้นก็ต้องยอมให้เขาออกไป แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีกฎหมายอะไรบังคับไว้ว่าใครจะยับยั้งได้ บทบัญญัติที่ให้รักษาการกันอยู่ต่อไปน่ะ ใช้เฉพาะกรณีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเท่านั้น ไม่ได้ใช้กับกรณีที่ต่างคนต่างทะยอยลาออกหรือล้มหายตายจากไป อย่าว่าแต่เรื่องลาออกเลย ถ้าในระหว่างรักษาการ เกิดมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งทำทุจริตคิดมิชอบเสียจนรับต่อไปไม่ได้ หรือเกิดเบื่อขี้หน้าขึ้นมานายกฯก็ยังมีอำนาจกราบบังคมทูลเพื่อเอาออกจากตำแหน่งเสียได้ มิใช่หรือ
“ก็ทีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 126 ชัด ๆ ว่า "คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ" ยังมีรัฐมนตรีออกมาแถลงอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ แล้วพอมาตรา 181 บัญญัติว่า "คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป" ถึงกับจะยอมผูกมัดจนแปลไปว่าลาออกก็ไม่ได้ทีเดียวหรือ
"นักวิชาการทีดีอาร์ไอ"เสนอทางออกตั้งส.ส.ร.
ในการการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ข้อเสนอทางเลือกในการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย” โดยดร.วิโรจน์ ณ ระนอง จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ปัจจุบันเราใส่ศีลธรรมและคุณธรรมในการเมืองมากขึ้น ทำให้ประเด็นทางการเมือง มีความดุเดือดแหลมคมมากขึ้น เพราะการออกมาต่อสู้ มีเป้าหมายทางศีลธรรมมากขึ้นเพราะทุกคนอยากเป็นคนดี ทำดีโดยไม่เลือกวิธีการ ซึ่งหลายประเด็นในการต่อสู้ เหมือนม่านควันที่สร้างขึ้น เช่น เรื่อง นายกฯคนกลาง และสาเหตุที่ไม่ต้องการให้มีนายกฯรักษาการ คือต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบ และไม่ได้ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ จึงเป็นข้อเสนอที่ถูกส่งเข้ามาขัดตาทัพ และใช้บางวิธีที่อำมหิต ใช้ชีวิตเพื่อนมนุษย์ เป็นเครื่องสังเวย และการชนะเหล่านี้อาจจะทำได้จริง แต่จะไม่ทำให้ปัญหาจบ เพราะมีคนจำนวนมากที่จะไม่ยินยอม พร้อมใจ
ดร.วิโรจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ คือให้พรรคต่างๆเสนอแนวทางแก้รัฐธรรมนูญในช่วงที่หาเสียง พอเข้ามาสภาแล้ว ให้ตั้งส.ส.ร. ตามสัดส่วนของคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ให้พรรคการเมือง เสนอตั้งส.ส.ร.ในโควต้าของแต่ละพรรค จะพูดได้ว่าการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อป้องกัน กรณีที่พรรคใดพรรคหนึ่งได้รับเสียงข้างมากจากเด็ดขาด ถ้าคะแนนเกินครึ่งจะรับโควต้าไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มน้ำหนักเสียงข้างน้อยในส.ส.ร. คือร่างที่จะออกมา ต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 2ใน3 ส่วนการทำประชาชนมติก็กระบวนการปกติ และใครที่จะมีสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญไม่ให้พวกมากลากไป จะแก้ได้ต้องให้สภาเห็นชอบ 3ใน 4 และสภาจะมีความชอบธรรมมากขึ้น และไม่ทำให้เสียงข้างน้อยเป็นเสียงที่ชี้ขาด



