
'พท.'ชูปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1นั่งนายกฯ
'พท.' ชูปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 นั่งนายกฯ ชี้ออกพ.ร.ก.ตั้ง 'สภาปชช.' ไม่มีกม.รองรับ ด้าน 'อนุสรณ์' เย้ย 'เทือก' ถูก 'กองทัพ' ปฏิเสธพบ แนะม็อบตาสว่าง
12 ธ.ค.56 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของพรรคเพื่อไทยว่า มีการแบ่งหน้าที่เป็น 5 โซน โดยตนช่วยดูในส่วนของผู้สมัครภาคกลาง ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 23 ธ.ค.ที่จะมีการเปิดรับสมัครอย่างแน่นอน ส่วนการจัดผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 125 คนนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง
ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะลงสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 1 หรือไม่นั้น ขณะนี้ผู้ใหญ่ของพรรคยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ควรจะชูให้เป็นลำดับที่ 1 ในการหาเสียงเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่พ้นโทษจากการถูกตัดสิทธิ และอดีตส.ส.ของพรรคการเมืองอื่นที่ย้ายมาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น จะไม่ส่งผลกระทบกับการจัดทำบัญชีผู้สมัครส.ส.แน่นอน โดยพรรคจะพิจารณาส.ส.เดิมของพรรคก่อน ผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นจะมาเติมเต็มในพื้นที่ที่พรรคยังขาดอยู่ อาทิ ภาคกลาง เช่น จ. ราชบุรี และสุโขทัย เป็นต้น และเชื่อว่าอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคที่เคยลงสมัครในพื้นที่นั้นๆจะไม่เสียใจ
'พท.' ชี้ออกพ.ร.ก.ตั้ง 'สภาประชาชน' ไม่มีกม.รองรับ
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม กปปส.จะหารือกับผบ.เหล่าทัพว่า คงต้องรอดูกันต่อไป เพราะเท่าที่ทราบจากสื่อนั้นผบ.เหล่าทัพต้องการให้ กปปส.ไปพูดคุยกับ 7 องค์กรภาคเอกชนก่อน สำหรับพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะพูดคุยอยู่แล้ว ขอให้บอกมาเท่านั้นว่าจะเอาอย่างไร จะกำหนดแนวทางก่อนที่จะเลือกตั้งอย่างไรก็ให้ระบุมา แต่ขณะนี้ท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ขยายเวลากำหนดเส้นตายกดดันรัฐบาลไปเรื่อยๆนั้น ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่ แต่ตนเชื่อว่ากระบวนการเลือกตั้งจะเป็นทางออกของความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่กับการพิจารณาของป.ป.ช.กรณีที่สมาชิกรัฐสภา 312 คนลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่มาส.ว. หากมีการชี้มูลในช่วงที่เปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส. นายสมพงษ์ กล่าวว่า หากชี้มูลความผิดจริงก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ยังเชื่อว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่มีกรรมการป.ป.ช.บางคนเห็นด้วยกับแนวคิดที่ให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.เพื่อตั้งสภาประชาชนนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ยากเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ
'อนุสรณ์' เย้ย 'เทือก' ถูก 'กองทัพ' ปฏิเสธ-แนะม็อบตาสว่าง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. จะต้องพบอัยการเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ข้อหาร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ นายอภิสิทธิ์ คงพยายามทำใจดีสู้เสือ ปลุกปลอบขวัญกำลังใจให้ตัวเองพอสมควร ก่อนเดินทางไปที่ศาลอาญา ในขณะที่นายสุเทพ หัวหน้าม็อบคนดี เก่งกล้า กลับขาสั่น ขอเลื่อนนัดส่งฟ้องออกไป อ้างติดภารกิจในการชุมนุม กปปส. ซึ่งฟังไม่ขึ้น มวลมหาประชาชนของนายสุเทพ ควรจะถึงบางอ้อได้แล้วว่า ที่นายสุเทพชวนมวลชนอยู่เป็นเพื่อนให้ถึงวันนี้ เพื่อหวังซุกกลางวงล้อมของมวลชนอำพรางความผิดให้ตัวเอง ดังนั้นวันนี้ควรจะจบได้แล้ว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากนี้ไปการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ จะยกระดับสูงขึ้นเรื่อย สูงจนเกินกว่าที่จะลงได้เอง จึงพยายามดิ้นรนไปขอบันไดลงกับกองทัพ ซึ่งกองทัพก็พร้อมใจกันปฏิเสธไม่ให้พบ เชื่อว่าจุดจบของม็อบระบอบเทพเทือกคงจะสูญสิ้น สลายตัวในเร็วๆนี้ อยากให้มวลมหาประชาชนของนายสุเทพ ตาสว่างได้แล้ว กลับบ้านไปเลือกตั้ง ถ้าคนเห็นด้วยกับนายสุเทพมากขนาดนั้น กลัวอะไรกลับหีบบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่หีบศพที่มวลชนคนเสื้อแดงได้รับ ในปี 2553 อยากขอฝากให้นายสุเทพเก็บเอานักรบต่างๆของตัวเองกลับบ้านไปให้หมด อย่าปล่อยหลงเหลือไปปีนเสาไฟฟ้า โอดครวญมาม็อบแล้วไม่มีเงินเหลือกลับบ้าน มันน่าละอาย สร้างความวุ่นวายหวาดกลัวให้กับชาวบ้านทั่วไป
'อนุสรณ์' อัด 'ธีรยุทธ' สิ่งโสโครกทางการเมือง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายธีรยุทธ บุญมี ผอ.สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ระบุ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเสื่อมทรามลง มีการสมคบร่วมแย่งทึ้งประเทศชาติ พฤติกรรมบ่งว่า อยู่ใต้ระบบสมจรของทักษิณ ใต้รัฐบาลหุ่นของทักษิณ และสภาก็คือขี้ข้าทักษิณ ว่า นายธีรยุทธดำดิ่งลงสู่ความโสโครกทางการเมือง ลึกลงเรื่อยๆจนน่าใจหาย แสดงความเห็นแต่ละครั้งดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น น่าเสียดายที่นายธีรยุทธเป็นคนเดือนตุลาฯ เคยเป็นนักศึกษาหัวก้าวหน้า
แต่นายธีรยุทธในปี 2556 ความคิด ความอ่าน ถดถอยลงไปมาก แม้การวิพากษ์ วิจารณ์ จะเป็นการใช้เสรีภาพทางวิชาการแต่ก็ไม่ควรนำอคติไปโจมตีคนอื่นอย่างหยาบคาย ไม่เปิดใจในผลงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วยังดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นนโยบายประชานิยม นายธีรยุทธคงไม่พอใจ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่คนจนเข้าถึงการรักษา เกลียดโครงการกองทุนหมู่บ้าน S M L พักชำระหนี้เกษตรกร ประกาศสงครามกับยาเสพติด หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ 1 อำเภอ 1 ทุน ที่ทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกัน โลกของนายธีรยุทธ คงหยุดหมุนไปนาน และก้าวไม่เคยข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บ้านคงไม่มีอินเทอร์เน็ต ทำให้นายธีรยุทธไม่รับทราบความเปลี่ยนแปลงของโลก และขี้ขลาด ขนาดพูดยังพูดคนเดียว ไม่กล้าดีเบตกับนักวิชาการคนอื่น ว่างๆพาตัวเองไปเสนอแนวคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นบ้าง เผื่อโลกทรรศน์จะได้กว้างขึ้น



