ข่าว

'นพดล'วอนหยุดจี้'นายกฯ'พ้นรักษาการ

'นพดล'วอนหยุดจี้'นายกฯ'พ้นรักษาการ

12 ธ.ค. 2556

'นพดล' วอนหยุดเรียกร้องให้ 'นายกฯ' ลาออกจากรักษาการ พร้อมโพสต์ 8 ข้อ อัดข้อเสนอ 'กปปส.'

 

                         12 ธ.ค.56 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กปปส.เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจากรักษาการนายกฯ รวมถึงมีการเสนอให้ป.ป.ช.ลัดขั้นตอนการพิจารณาเรื่องถอดถอนส.ส.และส.ว.ว่า การอ้างมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญของนายสุเทพ และกปปส.ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จึงขอให้นายกฯคืนอำนาจให้กปปส.นั้น เป็นการแอบอ้างเสียงของประชาชนทั้งประเทศ เพราะปวงชนชาวไทยคือประชาชน 65 ล้านคน ไม่ใช่เฉพาะที่มาชุมนุมกับนายสุเทพ

                         นอกจากนี้ ขณะนี้มีพระบรมราชโองการกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว คนไทยควรนำพระบรมราชโองการใส่เกล้าใส่กระหม่อมและแสดงความจงรักภักดีโดยการปฏิบัติตาม เดินเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป

                         ทั้งนี้ ในพระราชกฤษฎีกามาตรา 5 กำหนดว่า ให้นายกฯ รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ดังนั้น นายกฯจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการ จะลาออกจากการรักษาการไม่ได้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 181 กำหนดด้วยว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ดังนั้น ถ้านายกฯ ลาออกถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดตามกฎหมายอาญา

                         นายนพดล กล่าวอีกว่า หลักการประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง เป็นหลักการที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและใช้กันทั่วโลก ในอดีตหลายประเทศเคยให้สิทธิผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำ แต่ก็ต้องยกเลิกหลักการนี้ไป ให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ดังนั้นการที่มีอธิการบดีบางคน หรือดร.เสรี วงษ์มณฑา บอกว่า 3 แสนเสียงในกรุงเทพฯ เป็นเสียงที่มีคุณภาพ ย่อมดีกว่า 15 ล้านเสียงในต่างจังหวัดแต่ไร้คุณภาพนั้น เป็นการต่อต้านหลักการประชาธิปไตยและถอยหลังเข้าคลอง ส่วนกรณีที่นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตป.ป.ช. เสนอให้ ป.ป.ช.ลัดขั้นตอนชี้มูลในกรณีถอดถอนส.ส.และส.ว.312 คนนั้น สะท้อนความเป็นตัวตนและสภาพจิตใจของนายกล้านรงค์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยสงสัยมาตลอดตั้งแต่ยึดอำนาจปี 2549 แล้วว่า คดีที่สอบสวนพ.ต.ท.ทักษิณและฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นกลางและมีอคติหรือไม่ ต้องขอบคุณที่แสดงตัวตนก่อนวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน หวังว่าป.ป.ช.คงพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

                         ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยขอให้พรรคการเมืองแต่ละฝ่ายนำเสนอนโยบายต่อมวลมหาประชาชน 65 ล้านคนในการเลือกตั้งครั้งนี้ และหวังว่ามวลมหาประชาชนที่ถนนราชดำเนินและ กปปส.จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งกับคน 48 ล้านคน ในวันที่ 2 ก.พ.2557 เพื่อหาทางออกให้ประเทศอย่างสันติด้วย

                         อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณมิตรประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ เยอรมัน และออสเตรเลีย ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาโดยสันติ และให้ทุกคนเคารพกระบวนการประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้ง

 

'นพดล' โพสต์ 8 ข้อ อัดข้อเสนอ 'กปปส.'

 

                        นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ชี้เเจงทางเฟซบุ๊กส่วนตัววันนี้ว่า เรื่องหยุดเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ละเมิดรัฐธรรมนูญโดยการลาออกว่า ตามที่มีการอ้างมวลมหาประชาชนเรียกร้องให้นายกฯลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ และนักวิชาการใน กปปส.สงสัยหลักการหนึ่งคนหนึ่งเสียง และนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการปปช. เสนอให้ปปช. ลัดขั้นตอนการพิจารณาเรื่องถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.นั้น ขอแถลงว่า

                        1. การกล่าวอ้างมาตรา 3 แห่งรัฐธรรมนูญของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกปปส. ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ดังนั้นจึงขอให้นายกฯคืนอำนาจให้ กปปส.เป็นการแอบอ้างเสียงของประชาชนทั้งประเทศ เพราะปวงชนชาวไทยคือประชาชน 65 ล้านคน ไม่ใช่เฉพาะที่มาชุมนุมกับนายสุเทพ

                        2. ปัจจุบันมีพระบรมราชโองการกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว คนไทยควรนำพระบรมราชโองการใส่เกล้าใส่กระหม่อม และแสดงความจงรักภักดีโดยการปฏิบัติตามและเดินเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป

                        3. ในพระราชกฤษฎีกา มาตรา 5 กำหนดว่า ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ดังนั้นนายกฯ จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการ และจะลาออกจากการรักษาการไม่ได้

                        4. รัฐธรรมนูญ มาตรา 181 กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ดังนั้นถ้านายกฯ ลาออกถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดตามกฎหมายอาญา

                        5. หลักการประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง (one man, one vote) เป็นหลักการที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และใช้กันไปทั่วโลก ในอดีตหลายประเทศเคยให้สิทธิ์ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำ แต่ก็ต้องยกเลิกหลักการนี้ไปให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ดังนั้นการที่มีอธิการบดีบางคน หรือ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ที่บอกว่า “3 แสนเสียงในกรุงทพ เป็นเสียงที่มีคุณภาพ ย่อมดีกว่า 15 ล้านเสียงในต่างจังหวัด แต่ไร้คุณภาพ” จึงเป็นการต่อต้านหลักการประชาธิปไตยและถอยหลังเข้าคลอง

                        6. การที่นายกล้านรงค์เสนอให้ ปปช. ลัดขั้นตอนชี้มูลในกรณีถอดถอน ส.ส.-ส.ว. 312 คนนั้น สะท้อนความเป็นตัวตนและสภาพจิตใจของนายกล้านรงค์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยสงสัยมาตลอดตั้งแต่ยึดอำนาจปี 2549 แล้วว่า คดีที่สอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ และฝ่ายตรงข้ามนั้น เป็นกลางและมีอคติหรือไม่ ต้องขอบคุณที่แสดงตัวตนก่อนวันเลือกตั้งออกมาอย่างชัดเจน หวังว่า ปปช. คงพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

                        7. พรรคเพื่อไทยขอให้พรรคการเมืองแต่ละฝ่ายนำเสนอนโยบายต่อมวลมหาประชาชน 65 ล้านคนในการเลือกตั้งครั้งนี้ และหวังว่ามวลมหาประชาชนที่ถนนราชดำเนิน และ กปปส. จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับคน 48 ล้านคนในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพื่อหาทางออกให้ประเทศอย่างสันติ

                        8. พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณมิตรประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน อเมริกา นิวซีแลนด์ เยอรมัน ออสเตรเลีย ที่ต่างสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโดยสันติ และให้ทุกคนเคารพกระบวนการประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้ง