
'มากกว่าคำว่าพรมลิขิต'
'มากกว่าคำว่าพรมลิขิต' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-สุชาติ สูงเรือง // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน
เรื่องราวแต่ละคนก็ต่างกันไป หลายสิบล้านคนไม่มีชีวิตใครที่จะเหมือนกันทุกสิ่งเฉกเช่นเดียวกับเส้นลายมือที่ไม่มีวันจะเหมือนกันเลย บางเรื่องราวชวนติดตาม แต่บางเรื่องกลับชวนให้พิศวง เหมือนเส้นกราฟขึ้นลงไร้หลักเกณฑ์ หรือมันถูกกำหนดมาแล้วจากเบื้องบน
ดังเช่นชีวิตของ "จันทร์จิรา คลูสส์" นามสกุลเดิม ทัศบุตร ปัจจุบันอายุ 56 ปี ผ่านเรื่องราวที่น่าประหลาดใจ ชีวิตเหมือนจะดีกลับร้าย ที่ร้ายกลับกลายเป็นดีอย่างเหลือเชื่อ
ในวัยสาว จันทร์จิรา การศึกษาจบเพียงชั้น ป.4 เข้าประตูวิวาห์สร้างชีวิตคู่กับข้าราชการหนุ่มคนในหมู่บ้านเดียวกัน ครองรักสดชื่นมาตั้งแต่พ่อของลูกๆ มีชั้นยศตำแหน่งซี 1 เงินเดือนไม่ถึง 3 พันบาท ก้าวหน้าขยับขึ้นสร้างฐานะ ส่งเสียลูกเรียนจนจบชั้นมัธยมและเตรียมเข้าระดับอุดมศึกษา ได้ย้ายเลื่อนขั้นไปปฏิบัติหน้าที่วนเวียนหลายจังหวัดทั่วประเทศ
เมื่อกลับมาบ้านที่ จ.อำนาจเจริญ จันทร์จิรา ดูแลสามีอย่างไม่บกพร่อง เขาหยอกเอินดูแลลูกเมียอย่างดี เป็นครอบครัวข้าราชการที่มีความสุขยิ่งครอบครัวหนึ่ง
"รักแท้แพ้ใกล้ชิด" วลีอมตะได้พิสูจน์หัวใจของคู่ชีวิตจันทร์จิรา เมื่อมีคนมาบอกว่าเขาไปแต่งงานกับสาวงามในจังหวัดที่ไปทำงาน ข่าวร้ายแทบช็อก หัวใจจันทร์จิราแทบหยุดเต้น นั่งลงสูดลมหายใจลึกๆ ทบทวนความประพฤติของสามีตั้งแต่รักกันจนแต่งงาน ก็เป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย เงินทองส่งเสียลูกเมียไม่เคยขาด คงเป็นข่าวจากคนไม่หวังดีเท่านั้น
"จันทร์จิรา" เก็บเรื่องเงียบไว้คนเดียว แต่พอเห็นหน้าสามีที่มาบ้าน เธอกลับรู้สึกไม่สนิทใจ ที่สุดจึงตัดสินใจถามตรงๆ หวังว่าคำตอบจะทำให้สบายใจขึ้นบ้าง เขาชะงักนิ่งงันไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ายอมรับพร้อมเอ่ยปากขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น นาทีนั้นจันทร์จิราไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว น้ำตาหยดอย่างไม่รู้ตัว ก้มหน้าสะท้อนในอก เจ็บลึกจนเกินจะเอ่ยปากต่อว่าด่าทอ ภาพของลูกๆ ลอยมาพร้อมคำถาม "ฉันทำอะไรผิด" ที่สุดก็ต้องปิดฉากชีวิตคู่ รับสภาพความเป็นม่ายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
เลี้ยงลูกมาเพียงลำพังจนมาถึงปลายปี 2549 ลูกสาวคนโตได้ไปเปิดธุรกิจนวดสปาใน จ.ภูเก็ต อยากให้แม่ไปเที่ยวพักผ่อนบ้างอยากให้ไปชื่นชมกิจการที่ลูกได้ลงทุนทำจึงปฏิเสธไม่ได้ และที่นี่ทำให้ชีวิตของจันทร์จิราต้องเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้ง"
ถึงภูเก็ตได้พบลูก ได้พักผ่อน ได้พบความเจริญ เห็นธุรกิจนวดแผนไทยร้านสปาผุดเรียงรายสร้างได้ให้ใครที่ลงทุนจำนวนมหาศาล วันนั้นจำได้แม่นคือวันที่ 3 ธันวาคม 2549
หลังกลับจากไปเที่ยวเดินผ่านหน้าร้านสปาของคนไทยใกล้กันกับร้านของลูกสาวเห็นฝรั่งผู้ชายนอนรอบริการนวดอยู่
ข้างตัวมีผู้หญิงฝรั่งสองคนอยู่ด้วยกันใกล้ชิด ในใจนึกอิจฉาฝรั่งคนนั้นเขาช่างรูปงามและโชคดีที่มีเมียสาวถึงสองคน"
คิดไปขำไปคนเดียว เกิดรอยยิ้มเปื้อนหน้าไปสะดุดตาฝรั่งโดยไม่ตั้งใจ เขาตะโกนส่งเสียงเรียกตามมา เธอหันไปมองเลิ่กลั่ก มองซ้ายขวาไม่เห็นใคร คิดว่าเขาคงจะถามอะไรจึงเดินไปหา เจ้าของร้านมาบอกว่าเขามารอคิวนวดแต่หมอนวดไม่ว่างเห็นเธอเดินผ่านจึงเรียกให้มานวดให้
แต่เจ้าของร้านประวิงเวลาเพื่อให้พนักงานของร้านว่างแต่กลับไม่มีพนักงานเช่นเดิม จันทร์จิราจึงต้องเป็นหมอนวดจำเป็น ทำความรู้จักกับ "โอลาฟ คลูสส์" ตั้งแต่นั้นมา "โอลาฟ" อายุน้อยกว่าเธอ 4 ปี อดีตผู้จัดการบริษัทน้ำอัดลมแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี ไม่เคยแต่งงาน ส่วนผู้หญิงฝรั่งสองคนเป็นน้องสาวแท้ๆ แพทย์ฝึกหัดศึกษากรณีเด็กไทยที่ป่วยออทิสติก ใน จ.เชียงราย ชวนพี่ชายมาเที่ยวพักผ่อนก่อนกลับประเทศครั้งนั้นเขาให้เบอร์โทรและขออีเมลทางร้านไว้
จันทร์จิรารับเงินค่าแรงยังนึกขำไม่หาย จากแม่เจ้าของร้านสปาเดินผ่านมาเป็นมือนวดจำเป็นได้อย่างไร
ก่อนกลับอำนาจเจริญเพียงวันเดียวเจ้าของร้านนวดเอากระดาษมีข้อความภาษาอังกฤษ 3-4 บรรทัด ซึ่งจันทร์จิราอ่านไม่ออกได้แต่ถือไปให้ลูกสาวและลูกเขยแปล และต้องตกตะลึงเมื่อเป็นข้อความที่ส่งจากโอลาฟ มาขอแต่งงาน
หลังจากนั้นยังได้ส่งอีเมลตามมาอีก แจ้งให้จันทร์จิรากลับบ้านเกิดอำนาจเจริญไปเตรียมเอกสารทั้งหมดที่มี ใบทะเบียนหย่า สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองจากผู้นำชุมชนและข้อมูลอื่นอีกเช่นชื่อพ่อแม่ ญาติพี่น้องลูกชาย-ลูกสาวมีกี่คน เขาจะนำไปยื่นต่อสถานทูตเยอรมันในประเทศไทย เพื่อทำวีซ่าเข้าประเทศเยอรมนี
รวดเร็วปานสายฟ้าแลบอย่างที่จันทร์จิรายังไม่ทันตั้งตัว แต่คิดว่า "ถ้าใครจะหลอกก็หลอกเถอะอายุมาปูนนี้แล้ว เอาก็เอา ตายเป็นตาย" ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จันทร์จิราก็ได้บินลัดฟ้าไปเมืองเบียร์เข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีวันที่ 8 มิถุนายน 2550 หลังรู้จักกันเพียง 6 เดือน ใช้ชีวิตสะใภ้อินเตอร์ที่เยอรมันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผ่านไป 6 ปี โอลาฟตัดสินใจลาออกจากงานขอมาอยู่ในเมืองไทย เขาบอกกับทุกคนว่า เคยดูถูกหญิงไทยว่าทำตัวไม่ดีขายบริการทางเพศจากสื่อต่างประเทศ เมื่อพบของจริง สาวไทยคือคนใจดี ดูแลสามีดี สร้างครอบครัวอบอุ่น ชีวิตเขาเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ แม้อายุจะห่างกัน 4-5 ปี แต่ตัดสินใจถูกแล้ว ขออยู่เมืองไทยอยู่กับสาวงามผู้ใจดีคนนี้ตลอดไป
ปัจจุบันเขยฝรั่ง-สะใภ้อินเตอร์คู่นี้เตรียมห้องเช่าริมถนนใกล้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ เปิดเป็นร้านกาแฟจำหน่ายสินค้าจำพวกของฝาก มีอาหารเยอรมันบริการ รับแปลหนังสือ มองหาเพื่อนคนไทย โชคดีได้พบกับนายไบ ไพจิตร นักแปล ป.4 ชาวบ้านดอนเมย ต.ดอนเมย อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
"โอลาฟ" ขอเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทยและพร้อมจะช่วยเหลือคนไทยด้านภาษาต่างประเทศ เงินทองที่หามาได้เก็บออมไว้ธนาคารเยอรมันเตรียมตัวมาอยู่เมืองไทยนำมาใช้จ่ายอยู่อย่างพอเพียง และขอมีเพื่อนเป็นคนไทยมากๆ เพราะหลงรักคนไทยและประเทศไทยแล้ว
............................
('มากกว่าคำว่าพรมลิขิต' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-สุชาติ สูงเรือง // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



