
'ผี'ฝันไกลซิวแชมป์ยุโรป
'เดวิด มอยส์' โวมีลุ้นคว้าแชมป์ยูฟ่า ชปล. หลังพาทีมเปิดบ้านเฉือน 'ชัคเตอร์' 1-0 จนได้แชมป์กลุ่ม เอ
หลังจากที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษ ลงทำศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เอ นัดสุดท้ายรอบแรก ด้วยการเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ ชัคเตอร์ แชมป์ยูเครน 1-0 จากประตูโทนของ ฟิล โจนส์ นาที 67 ขณะที่อีกคู่ "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซน จากเยอรมนี บุกไปเฉือนชนะ รีล โซเซียดัด จากสเปน 1-0 จาก โอเมอร์ โทปรัค นาที 49 ทำให้สถานการณ์กลุ่มนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เตะ 6 นัด มี 14 แต้ม ได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนรองแชมป์กลุ่มเป็นของเลเวอร์คูเซน ที่มี 10 แต้ม ตามด้วย ชัคเตอร์ 8 แต้ม ได้ไปยูโรปาลีก ส่วนรีล โซเซียดัด ตกรอบในฐานะบ๊วยมีแต้มเดียว
หลังการแข่งขัน เดวิด มอยส์ กุนซือ "ปีศาจแดง" เปิดเผยว่า จากผลงานในภาพรวม ทำให้มั่นใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสิทธิ์ที่จะได้แชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรป เนื่องจากเล่นได้ดีในถ้วยใบนี้
"แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีความพยายามเสมอ และมีโอกาสคว้าแชมป์สโมสรยุโรปได้ เพราะเราเป็นทีมที่ดีมากๆ สำหรับถ้วยใบนี้" มอยส์ กล่าว
กลุ่ม ดี "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี จากเกาะอังกฤษ โชว์ฟอร์มสุดเฉียบบุกไปเฉือนชนะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่าจากเยอรมนี ได้ถึงถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา 3-2 ส่วนผลอีกคู่หนึ่ง วิคตอเรีย เปลเซน แชมป์สาธารณรัฐเช็ก เปิดรังสตรุนโควี ซาดี สเตเดี้ยม เฉือนชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก แชมป์รัสเซีย 2-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ในช่วงหลังแข่งครบ 6 เกม ปรากฏว่า บาเยิร์น มิวนิค ควง แมนฯ ซิตี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ทว่า "เรือใบสีฟ้า" กลับต้องชวดโอกาสคว้าแชมป์กลุ่มนี้ไปแบบน่าเสียดาย เพราะมีสถิติการพบกันเองแบบ "เฮดทูเฮด" ที่เป็นรองบาเยิร์น มิวนิค ในเรื่องการยิงประตูที่ซัลโวได้น้อยกว่าเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น เนื่องจาก "เสือใต้" เคยบุกไปเอาชนะ แมนฯ ซิตี จากเกมแรกที่พบกัน 3-1 จึงทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม มี 15 แต้ม เท่ากับ "เรือใบสีฟ้า" ต้องหล่นไปรั้งอันดับ 2 ส่วน วิคตอเรีย เปลเซน มี 3 แต้ม เท่ากับ ซีเอสเคเอ มอสโก แต่มีสถิติการพบกันเองแบบ "เฮดทูเฮด" ที่เหนือกว่าในเรื่องของกฎประตูทีมเยือน เพราะบุกไปแพ้จากเกมแรกที่พบกัน 2-3 จึงทำให้ เปลเซ เข้าป้ายอันดับ 3 ได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย ส่วน ซีเอสเอเค มอสโก ต้องกระเด็นตกรอบจากการเป็นทีมบ๊วย
กลุ่ม บี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่สเปน บุกไปชนะ โคเปนเฮเกน แชมป์เดนมาร์ก ได้ถึงรังปาร์เคน สเตเดี้ยม 2-0 โดยได้ประตูจาก ลูกา โมดริช นาที 25 และคริสเตียโน โรนัลโด นาที 48 ส่งผลให้ รีล มาดริด ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มนี้ด้วยสถิติไร้พ่าย แข่งครบ 6 นัด มี 16 แต้ม ขณะที่โคเปนเฮเกน กระเด็นตกรอบจากการรั้งตำแหน่งทีมบ๊วย มี 4 แต้ม ขณะที่เกมแย่งชิงอันดับ 2 ระหว่าง กาลาตาซาราย แชมป์ตุรกี ที่ก่อนแข่งเป็นอันดับ 3 มี 4 แต้ม เปิดรังเติร์ก เทเลคอม อารีนา พบ ยูเวนตุส แชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี ที่ก่อนแข่งเป็นทีมอันดับ 2 มี 6 แต้ม ต้องยกเลิกการแข่งขัน เพราะมีหิมะตกถล่มลงมาอย่างหนักหลังจากลงเตะกันไปแล้ว 30 นาที แต่กำหนดโปรแกรมให้ไปฟาดแข้งตามช่วงเวลาที่เหลือในวันถัดไป
กลุ่ม ซี "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิกา ทีมดังแห่งโปรตุเกส เปิดรังเอสตาดิโอ เดอ ลุซ เฉือนชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ฝรั่งเศส 2-1 ส่วนผลอีกคู่ โอลิมเปียกอส แชมป์กรีซ เปิดบ้านชนะ อันเดอร์เลชท์ แชมป์เบลเยียม 3-1 สรุปกลุ่มนี้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มี 13 แต้ม ตามด้วย โอลิมเปียกอส มี 10 แต้ม เท่ากับ เบนฟิกา แต่โอลิมเปียกอส มีเฮดทูเฮดดีกว่าจึงได้เข้ารอบ ทำให้เบนฟิกาไปเล่นยูโรปาลีก ขณะที่อันเดอร์เลชท์เตะ 6 นัดมีแต้มเดียวตกรอบ
-------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



