ข่าว

'ประวิตร'ปัดคุย'เทือก'ปมนั่งนายกฯรักษาการ

'ประวิตร'ปัดคุย'เทือก'ปมนั่งนายกฯรักษาการ

11 ธ.ค. 2556

'ประวิตร'ปฏิเสธข่าวคุย'สุเทพ' พร้อมปฏิเสธข่าวจะให้ขึ้นเป็น'นายกฯ รักษาการ'

               11 ธ.ค.56 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฎิเสธข่าวที่ระบุว่า ได้พบหารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อเย็นวานนี้ ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันว่าเป็นแค่ข่าวลือ ไม่มีการพูดคุยกันใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข่าวที่ว่าจะให้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ ก็ไม่เป็นความจริง

 

 

ทบ.ปัดนัด"สุเทพ-ยิ่งลักษณ์"ถก ชี้ไร้เหตุจำเป็นต้องหารือ

 

               พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงกระแสข่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เข้ามาหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ว่า ยืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว และทั้ง 3 ท่านที่ถูกกล่าวถึงนั้น ไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ ร.1 รอ. อีกทั้ง ไม่มีเหตุผลความจำเป็นจะต้องมีการพบปะกัน และยืนยันว่า กระแสข่าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายสุเทพ จะเข้ามาหารือกับผบ.เหล่าทัพ เพื่อหาทางออกภายใน ร.1 รอ.ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยปัจจุบันกองทัพบกและทหารทุกคนต่างปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทความรับผิดชอบของตนเองให้ดีที่สุด สำหรับผบ.ทบ.ท่านได้กล่าวถึงสถานการณ์ขณะนี้ว่า กองทัพบกจะระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง เหมาะสมตามขอบเขต โดยไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใด ๆ เป็นการส่วนตัวได้

               “ผบ.ทบ.ยังคงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกภาคส่วน ในการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด อยากให้ทุกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย การใช้ความรุนแรงหรือ การเผชิญหน้ากัน และขอให้ใช้กฎหมาย กฎกติกาของสังคม ทั้งแนวทางด้านนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ รวมทั้งยอมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพราะน่าจะทำให้การแก้ไขปัญหาลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ทางกองทัพบกเชื่อว่า มีผู้หวังดีต่อประเทศชาติมากมาย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน จึงควรร่วมกันแสวงหาทางออกให้ได้โดยสันติวิธี การแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะต่างฝ่ายต่างพยายามชี้ถูกชี้ผิด และต่างมั่นใจในมุมมองของตนเองเป็นหลักย่อมไม่มีทางออก แนวทางที่ดีที่สุดคือ ทุกคนต้องพยายามมองว่า ประเทศชาติอยู่ตรงไหน จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ประชาชนปลอดภัย มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ขัดแย้งกันแบบไม่มีที่สิ้นสุด” รองโฆษกทบ.กล่าว

               พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ทุกภาคส่วนควรสนับสนุนให้ประชาชนทุกพวก ทุกสี เสนอให้ผู้นำของแต่ละฝ่ายหันหน้ามาร่วมแสวงหาทางออก แก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครได้ทั้งหมด หรือเสียทั้งหมด ดังนั้น น่าจะอยู่ในจุดที่พอดี ซึ่งต่างฝ่ายต่างยอมรับได้ ปัญหาในขณะนี้ควรจะแก้ที่ปัจจุบันให้ยุติ หากนำเหตุการณ์ในอดีต มาอ้างหรือนำพิจารณาร่วมกัน จะทำให้มีโอกาสเป็นการยิ่งเพิ่มข้อขัดแย้งให้มากขึ้นไปอีก และอาจจะเป็นการยากต่อการแก้ปัญหา หากเหตุการณ์ครั้งนี้สามารถคลี่คลายลงไปได้เร็ว ประชาชนก็สามารถเดินทางกลับไปประกอบสัมมาอาชีพ ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง และกองทัพก็จะทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนเองให้ดีที่สุดต่อไป