ข่าว

'พท.'ร้อง'DSI'สอบ'เทือก'ผิดม.112

'พท.'ร้อง'DSI'สอบ'เทือก'ผิดม.112

11 ธ.ค. 2556

'เพื่อไทย' ร้องดีเอสไอสอบ 'สุเทพ' ผิด ม.112 ก้าวล่วงพระราชอำนาจ 'ธาริต' จ่อยกระดับ ชง 40 คดีเป็นคดีพิเศษ

 

                         11 ธ.ค. 56  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ที่ร่วมกันกระทำการก้าวล่วงพระราชอำนาจ โดยปลุกระดมมวลชนล้มล้างรัฐบาล เพื่อให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองด้วยการทำผิดกฏหมาย ฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ต้องใช้อำนาจทางอ้อม การกระทำของนายสุเทพ ทั้งการอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หลายฉบับ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักรกระทบระบบเศรษฐกิจ สังคม ประเทศชาติ และขัดต่อความสงบเรียบร้อย ไม่มีในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผิดหลักนิติรัฐและหลักกฎหมาย เช่น การให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติราชการ การเรียกข้าราชการไปรายงานตัว ไม่ฟังคำสั่งรัฐบาล รวมถึงการจะให้ตั้งสภาประชาชนที่ไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ และการจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเอง ถือเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ มีความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งถือผ่านมามีการกระทำผิดต่อเนื่อง และซ้ำซาก

                         ด้านนายธาริต กล่าวว่า กรณีร้องทุกข์นายสุเทพมีหลายเรื่องเบื้องต้นจะมอบหมายให้ พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ไปดำเนินการ และช่วงบ่ายวันนี้(11 ธ.ค.) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอจะเดินทางไปหารือกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งรับผิดชอบคดีนายสุเทพและพวก โดยล่าสุดทราบว่า บช.น. สอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายสุเทพประมาณ 40 คดี ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้หารือกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานกคพ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้วว่าจะเสนอคดีความผิดของนายสุเทพทั้งข้อหากบฏ ล่วงละเมิดพระราชอำนาจ และคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมเข้าที่ประชุมกคพ.เพื่อยกระดับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 17 ธ.ค. นี้  โดยเฉพาะคดีตามความผิดมาตรา 112 ซึ่งปกติจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง แต่ครั้งนี้พฤติกรรมเข้าข่ายล่วงละเมิดพระราชอำนาจซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าการหมิ่นประมาท 

                         นายธาริต กล่าวด้วยว่า มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ชัดเจนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรง เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้ แต่นายสุเทพพูดไม่ครบบอกเพียงอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ถึงเวลาที่ต้องยึดอำนาจคืนมา ดังนั้น จึงชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ก้าวล่วงพระราชอำนาจชัดเจน ตนขอยืนยันว่าดีเอสไอได้ดำเนินการติดตามการชุมนุมโดยตลอด มีการถอดเทปปราศรัยทุกวัน ซึ่งพบว่าพฤติการณ์ทั้งหมดสอดคล้องกับที่พรรคเพื่อไทยเข้าร้องทุกข์ให้ดีเอสไอตรวจสอบ

                         อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า นอกจากนายสุเทพกับพวกแล้วขอเตือนไปยังนักวิชาการที่ขึ้นเวที และกลุ่มที่ออกมาแสดงความเห็นให้ระมัดระวังอย่าทำผิดโดยเจตนาไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีฐานเป็นตัวการร่วมด้วย ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอมีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีทั้งกลุ่มที่เป็นตัวการร่วม และผู้สนับสนุนที่มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลกว่า 20 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดหรือไม่ต้องดูที่เจตนาเป็นหลักเช่นเดียวกับผู้ที่บริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุม ยืนยันว่าดีเอสไอจะไม่ดำเนินคดีทั้งหมด เช่น บรรดาลุงป้าที่มาร่วมชุมนุมแล้วบริจาคเงินเป็นค่าข้าวค่าน้ำจะไม่ถูกดำเนินคดี และจะไม่พิจารณาดำเนินคดีจากวงเงินบริจาค แต่จะดูจากพฤติการณ์ของแต่ละราย

                         "สำหรับคำสั่งกปปส.ที่ให้ข้าราชการไปรายงานตัว ผมมองว่าเป็นคำสั่งเถื่อนไม่มีกฎหมายรองรับ ผมและเพื่อนข้าราชการจึงไม่จำเป็นต้องไปรายงานตัวตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"