
ปลาดุกร้าของบ้านท่าเตียน อร่อยระดับ5ดาว-ขายดีทั่วใต้
28 ม.ค. 2552
เอ่ยถึง ปลาร้า ย่อมเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ ในฐานะอาหารยอดนิยมของคนอีสาน ด้วยการนำปลาน้ำจืด อย่างปลากระดี่ หรือปลาอื่นๆ เท่าที่จะหามาได้เข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อถนอมอาหาร เก็บไว้กินในยามหิว
แต่ปลาร้าไม่ได้มีแต่ภาคอีสานเท่านั้น ภาคใต้ก็มีเช่นเดียวกัน แต่วิธีการในการถนอมอาหารในรูปแบบปลาร้าของคนปักษ์ใต้กับคนภาคอีสานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะปลาร้าของภาคใต้ใช้ "ปลาดุก" เท่านั้น จึงมีสูตรต้นตำรับและเริ่มเป็นที่นิยมและพัฒนากลายมาเป็นสินค้าที่ผลิตออกจำหน่าย
ดัง "กลุ่มปลาดุกร้าบ้านท่าเตียน ต.แหลม อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ที่เกิดขึ้นโดยการสนับสนุนของ เสมือน ถาวานุรักษ์ นายก อบต.แหลม มี ลุงช่วง ชูเมือง เป็นประธานกลุ่ม
ย่านท่าเตียน เป็นที่ราบลุ่มโดยธรรมชาติ มีปลาเยอะอยู่แล้ว ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ เป็นต้น ระยะหลังแหล่งปลาธรรมชาติน้อยลง ชาวบ้านจึงเริ่มหันมาเลี้ยงปลากันมากขึ้น รวมทั้งปลาดุกด้วย
ลุงช่วง บอกว่า ชาวบ้านมีการเลี้ยงปลาดุกกันหลายครอบครัว ช่วงแรกขายได้ราคาดี แต่ต่อมาราคาลดลง มีปัญหาเรื่องการตลาด จึงมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มปลาดุกร้าบ้านท่าเตียน มีสมาชิก 15 คน ได้รับการสนับสนุนงบจาก อบต.แหลม จำนวน 1 แสนบาท ในการดำเนินงาน
"ฮาย...ทำไม่ทันลูกเหอ...คนถามหาแต่ปลาดุกร้าลุงช่วง" นี้คือเสียงจากลุงช่วงที่บ่งชี้ว่าปลาดุกร้าของกลุ่มเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะเวลานี้ไม่ได้ส่งขายเฉพาะในตำบล แต่ได้ส่งขายข้ามจังหวัดทั่วภาคใต้ จนผลิตออกมาขายไม่ทัน
ลุงช่วงบอกถึงเทคนิคการผลิตปลาดุกร้าให้อร่อยว่า เมื่อได้ปลาดุกมาแล้ว ก็นำมาตัดหัวออก จากนั้นนำไปคลุกกับเกลือที่ผสมน้ำตาลในสัดส่วนที่เหมาะสมตามตำรับดั้งเดิม หมักไว้ในกะละมัง 3 วัน จึงนำออกตากแดด 3 แดด โดยจะตากไว้จนแห้งจึงนำไปเก็บ
"ที่สำคัญต้องดูแลเรื่องแมลงวันที่จะไปวางไข่ เพราะหากไม่ระวังปลาดุกร้าก็จะเต็มไปด้วยไข่แมลงวัน ซึ่งจะกลายเป็นหนอนในที่สุด"
ส่วนวิธีการปรุงก็ไม่ยาก เพียงแต่นำไปทอดในกระทะที่น้ำมันไม่ร้อนมากนัก ทอดแบบใจเย็นๆ ไม่นานก็จะสุก ก็จะได้ปลาดุกร้าที่กลิ่นหอมกรุ่น นุ่มอร่อย
ปัจจุบันกลุ่มปลาดุกร้าท่าเตียนได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพห้าดาว Y Y Y Y Y จากกรมพัฒนาชุมชน และยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตและจำหน่ายปลาดุกร้าตามความต้องการของตลาด โดยกลุ่มจะผลิตปลาดุกร้าสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 500 กิโลกรัม ในแต่ละเดือนจะใช้ปลาดุกผลิต 2,000 กิโลกรัม และได้ปลาดุกร้า 600 กิโลกรัม จำหน่ายหมดในหนึ่งเดือน ไม่มีปัญหาตกค้างหรือเหลือการจำหน่าย จนสร้างภาระขาดทุนให้แก่กลุ่ม
ส่วนของหัวปลาซึ่งเป็นเศษเหลือจากการทำปลาดุกร้า กลุ่มก็ไม่ได้ทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ จะนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ สำหรับใช้กับพืชต่างๆ
นับว่า ลุงช่วง เป็นผู้ที่มีบทบาทมากในการประชาสัมพันธ์ปลาดุกร้าของกลุ่มให้เป็นที่รู้จักของตลาด โดยเป็นผู้นำสินค้าออกร้านจำหน่ายในงานต่างๆ ที่จัดโดยภาครัฐ เอกชน ซึ่งผลจากการดำเนินงาน สามารถแก้ปัญหาเรื่องตลาดปลาดุกของกลุ่ม สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเป็นอาชีพเสริม นอกจากนี้ยังเป็นตลาดรองรับปลาดุกนอกพื้นที่ด้วย เนื่องจากปัจจุบันปลาดุกในพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับการผลิตปลาดุกร้าของกลุ่มได้
หากสนใจสินค้าหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร.08-6942-9905, 08-5782-2730
เฉลียว คงตุก



