ข่าว

ผู้นำโลก-ฝูงชนแห่ไว้อาลัย'แมนเดลา'

ผู้นำโลก-ฝูงชนแห่ไว้อาลัย'แมนเดลา'

10 ธ.ค. 2556

ผู้นำโลก-ฝูงชนแอฟริกาใต้ ร่วมไว้อาลัย 'แมนเดลา' อย่างเนืองแน่น ในสนามกีฬาที่อดีตนักต่อสู้เพื่อยุติการเหยียดผิว ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งหลังสุด

 

                          10 ธ.ค. 56  ชาวแอฟริกาใต้ร่วมชุมนุมในสนามเอฟเอ็นบี สเตเดี้ยม สนามกีฬาใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่อดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ท่ามกลางฝนตกและอากาศหนาวเย็น ขณะบรรยากาศออกไปในทางเฉลิมฉลองมากกว่าหดหู่ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวแอฟริกาใต้ คณะร้องเพลงประสานเสียงนำฝูงชนร้องเพลงสวด ขณะประชาชนปรบมือตาม บ้างโบกธงและภาพวาดของอดีตผู้นำที่ได้รับการยกย่องเป็นบิดาของชาติ

                          พิธีในวันอังคารเป็นหนึ่งในสามงานใหญ่ที่จัดแด่อดีตประธานาธิบดีผู้จากไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ขณะอายุ 95 ปี โดยมีบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ จากทั่วโลกเข้าร่วม และกล่าวสดุดีคุณูปการของนายแมนเดลาที่มีต่อโลก ในจำนวนนี้ รวมถึงประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ผู้นำบราซิล อินเดีย ฝรั่งเศส เลขาธิการสหประชาชาติ ตลอดจนคนดัง อาทิ ดาราเลือดแอฟริกาใต้ ชาร์ลีซ เธรอน นาโอมิ แคมป์เบลล์ นางแบบผิวสีชื่อดัง และนักร้องวงร็อกไอริช "โบโน" เข้าร่วม ขณะสื่อต่างประเทศระบุว่าเป็นการชุมนุมของบุคคลสำคัญของโลกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี อาจเทียบเคียงได้กับพิธีศพประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ แห่งสหรัฐ      

                          นายแอนดรูว์ เอ็มลังเกนี เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขในเรือนจำ ขึ้นกล่าวไว้อาลัยเป็นคนแรก และพูดถึงนายแมนเดลาคือผู้สร้างความหวังในที่ที่ไม่เคยมี ด้านนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า นายแมนเดลาเป็นปรมาจารย์ พร่ำสอนด้วยการทำเป็นแบบอย่าง พร้อมสละทุกอย่างเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย

                          สนามเอฟเอ็นบี สเตเดี้ยม ตั้งอยู่ในย่านโซเวโต ใกล้นครโจฮันเนสเบิร์ก นอกจากเป็นสถานที่ที่นายแมนเดลาปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในพิธีปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว ในอดีตยังเป็นฐานที่มั่นการต่อสู้ยุติการเหยียดผิวตั้งแต่นายแมนเดลาเป็นนักโทษของระบอบผิวขาวยาวนาน 27 ปีจนถึงเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งที่ส่งให้นายแมนเดลาขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีผิวสีคนแรกเมื่อปี 2537           

                          วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2556 ยังเป็นวันครบรอบ 20 ปีที่นายแมนเดลาและนายเอฟ ดับเบิลยู เดอ เคลิร์ก ประธานาธิบดีผิวขาวคนสุดท้ายในยุคเหยียดผิว ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากความเพียรพยายามนำสันติภาพมาสู่ประเทศอีกด้วย    

 

 

------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)