
'การเมืองไทย'ยากยุติขัดแย้ง!
'สื่อนอก' ชี้ ยุบสภา-ลต.ใหม่ แก้วิกฤติการเมืองไทยไม่ได้ หวั่นขัดแย้งรุนแรง 'ม็อบชนม็อบ' นักลงทุนกังวล กระทบศก.ประเทศระยะยาว
10 ธ.ค. 56 หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ออนไลน์ รายงานว่า การตัดสินยุบสภาอย่างกะทันหัน
และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่อาจแก้ไขวังวนแห่งวิกฤติการเมือง ที่ออกไปเล่นกันอยู่บนถนนสายต่างๆ ของเมืองหลวงในขณะนี้ได้
มวลชนมากกว่า 150,000 คน ที่ออกไปชุมนุมกันเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของเธอ ที่ลี้ภัยตัวเองไปอยู่ต่างประเทศ เอาตัวเองออกจากการเมืองอย่างสิ้นเชิง ตอกย้ำมุมมองที่ขัดแย้งกันในประเทศไทย ประเทศที่สหรัฐมองว่าเป็นแบบอย่างของประชาธิปไตยที่เติบโตในภูมิภาค ที่อิทธิพลของจีนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นับเป็นเวลาหลายทศวรรษ ที่ขั้วอำนาจในประเทศ ถูกสับเปลี่ยนไปมาระหว่างรัฐบาลพลเรือนที่อยู่ได้ไม่นาน กับฝ่ายบริหารที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ // วอลสตรีท ระบุว่า หัวใจสำคัญของความแตกแยก คือ ความร่ำรวย และนโยบายประชานิยม ที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองของตระกูลชินวัตร อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจของไทยเบ่งบานมากว่า 30 ปี
เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980-1990 ความมั่งคั่งที่เคยกระจุกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพฯ ได้เริ่มกระจายออกไปตามพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ รายได้ที่เพิ่มขึ้น มาจากการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมการผลิต และเทคนิคการเพาะเลี้ยงแบบใหม่ๆ ในวงการการเกษตร อันเป็นโอกาสให้มีนักการเมืองเลือดใหม่ถือกำเนิดขึ้น และคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ฝ่ายที่ต่อต้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ออกไปรณรงค์ขับไล่เธอมายาวนานนับเดือน มองว่า เสียงเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งของเธอ เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง ที่ในที่สุดแล้ว ก็จะนำเธอกลับคืนสู่อำนาจ เพราะพรรคเพื่อไทยของเธอ มีฐานเสียงหนาแน่นจากชุมชนในชนบท // เมื่อวันจันทร์ มวลชนในกรุงเทพฯ ได้หลั่งไหลออกจากบ้าน และสำนักงาน พร้อมกับถือธงชาติสีแดง ขาว น้ำเงิน ตามฤกษ์ที่กำหนดไว้ คือ 09.39 น. เนื่องจากเลข 9 เป็นเลขนำโชคสำหรับประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
ฝ่ายที่ประท้วงต่อต้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ มองว่า เธอเป็นหุ่นเชิดของพี่ชาย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เพิ่มขึ้น หลังจากความพยายามผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่จะช่วยล้างความผิดในข้อหาคอร์รัปชั่น และทำให้เขากลับบ้านได้ โดยไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ
ผู้ประท้วงคนหนึ่งบอกว่า มันยังไม่จบ ส่วนอีกคนหนึ่ง บอกว่า นับจากนี้ไป ยิ่งลักษณ์ จะต้องออกไปจากประเทศไทย แบบเดียวกับพี่ชายของเธอ
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ หลังจาก ส.ส.ของพรรคทุกคน พากันลาออกเมื่อวันอาทิตย์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า พรรคอาจบอยคอตการเลือกตั้งครั้งใหม่ เรียกร้องไม่ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ จนส่งผลให้ศาลต้องประกาศให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นตัวแทนคนรากหญ้า ที่เคยช่วยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 ระบุว่า พวกเขาจะระดมผู้สนับสนุนเพื่อให้แน่ใจว่า การเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ จะเดินหน้าต่อไป และประกาศว่า จะไม่ยอมมอบประเทศให้นายสุเทพ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า หวังว่าการเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาขัดแย้งในประเทศไทย และเรียกร้องให้ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือ โดยบอกว่า ขอสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแก้ไขความตึงเครียดทางการเมืองอย่างสันติ และเป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย ที่สะท้อนความต้องการของประชาชน
สื่อต่างชาติ ระบุ ลต.ใหม่ ไม่อาจเยียวยาไทยได้
ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของไทย จะต้องใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 ปี หลังจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา เพื่อหวังยุติการประท้วงขับไล่รัฐบาลที่เข้าสู่เดือนที่สองแล้ว และหากการเลือกตั้งจัดขึ้นตามกำหนดใน 2 ก.พ. ผู้มีสิทธิออกเสียงก็จะตัดสินใจเลือกระหว่างพรรคเพื่อไทยที่ชนะการเลือกตั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมา และพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยชนะการเลือกตั้งทั่วไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และหากพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกกลับเข้าบริหารประเทศอีกด้วยเสียงข้างมากที่น้อยลง อาจทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พี่ชายของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มีโอกาสน้อยลงที่จะได้เดินทางกลับเข้าประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็จะยังไม่สามารถยุติความวุ่นวายทางการเมืองนานเกือบ 10 ปีได้
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดี้ยน พาดหัวข่าวว่า การเลือกตั้งจะไม่ช่วยเยียวยาอาการป่วยของประเทศไทยได้ โดยระบุว่า การยุบสภาเลือกตั้ง ดูเหมือนจะไม่สามารถยุติปัญหาความชะงักงันอย่างรุนแรงทางการเมือง ที่สืบเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างภาคเหนือ-ใต้ ช่องวางทางสังคมระหว่างคนรวย-คนจน และการเมืองที่ยึดโยงกับตัวบุคคล
นิวยอร์ก ไทมส์ บอกว่า การประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไม่อาจยับยั้งกลุ่มผู้ประท้วงในการเดินขบวนครั้งใหญ่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานได้ และผู้ประท้วงประกาศจะขับไล่ครอบครัวชินวัตรออกนอกประเทศ
เว็บไซต์ของทราเวล เดลี นิวส์ ที่รายงานข่าวและคำเตือนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พาดหัวข่าวว่า
สึนามิในไทยมีเพียงสิ่งเดียว คือ ปัญหาการเมือง และระบุว่า การยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ จะทำให้ประเทศเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองต่อไป แต่จะไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน และนักท่องเที่ยว
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาฯแล้ว เมื่อวันจันทร์ และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ แต่บรรดาแกนนำประท้วงต่อต้านรัฐบาล ยังคงเดินหน้าจัดการชุมนุมใหญ่ของมวลมหาประชาชนในกรุงเทพฯ เพื่อหาทางจัดตั้งองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อบริหารประเทศต่อไป
ตำรวจประเมินว่า มีผู้ประท้วงราว 160,000 คน ที่ร่วมชุมนุมกันอยูที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่ได้เกิดเหตุรุนแรง หรือนองเลือด อย่างที่เห็นในการประท้วงก่อนที่จะยุติไปเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้ประท้วงต้องการขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ และล้มล้างอิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ พี่ชายของเธอ ที่ถูกทหารทำรัฐประหารโค่นอำนาจ เมื่อปี 2549 และเลือกที่จะหนีไปอยู่ต่างประเทศ แทนที่จะยอมรับโทษจำคุกในข้อหาคอร์รัปชั่น // รอยเตอร์ส บรรยายบรรยากาศการชุมนุมของผู้ประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เหมือนเทศกาลคาร์นิวัล โดยมีตำรวจและทหารที่ปราศจากอาวุธอยู่ในรั้ว แต่ผู้ประท้วงก็ไม่ได้พยายามจะฝ่าเข้าไป และบอกว่าจะปักหลักค้างแรมตอนกลางคืน
พอพลบค่ำ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำการประท้วง ได้กล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุน โดยบอกว่า นับจากนาทีนี้เป็นต้นไป คนไทยทั้งมวล ได้ยึดเอาอำนาจกลับคืนมาสู่ประชาชน เขาเรียกรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า ไร้ความสามารถ และคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย เช่น การผลาญเงินจำนวนมากกับนโยบายรับจำนำข้าว และโครงการบริหารจัดการน้ำ ประชาชนจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ไม่ได้บอกว่า จะทำอย่างไร หรือมีแผนจะดึงอำนาจมาได้อย่างไร
นายสุเทพ ทราบดีว่า ถ้ามีการเลือกตั้ง ฝ่ายพันธมิตรของนางสาวยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะชนะการเลือกตั้งอีก เขาจึงเรียกร้องให้จัดตั้งสภาประชาชน โดยแต่งตั้งคนดีเข้าไปทำงานแทนรัฐบาล และไม่ยินยอมให้จัดการเลือกตั้ง เขาให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า การยุบสภา ไม่ใช่เป้าหมายของเรา
บรรดา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้พร้อมใจกันลาออกเมื่อวันอาทิตย์ โดยบอกว่า
ไม่สามารถทำงานร่วมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไปร่วมเดินขบวนกับมวลชนที่สีลม ไม่ได้ตอบคำถาม ว่าพรรคของเขาจะลงเลือกตั้งหรือไม่ เพียงแต่บอกว่า การยุบสภา เป็นขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหา
อาจารย์ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของมหาวิทยาลัยเกียวโต ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งไม่อาจนำไปสู่การยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ถ้าพรรคฝ่ายค้านหลักไม่เข้าไปมีส่วนร่วม นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น เนื่องจากไม่มีหลักประกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาเล่นตามกติกาหรือไม่ ตอนนี้ดูเหมือนประเทศไทยกำลังจะไม่มีที่ไป
เมื่อเดือนเมษายน ปี 2549 ได้มีการชุมนุมประท้วงใหญ่ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามคำเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกโค่นอำนาจในอีก 5 เดือนต่อมา // นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์ กรณีที่มีคนหลายกลุ่ม ออกมาต่อต้านรัฐบาล โดยบอกว่า หนทางที่ดี่ที่สุด คือ การคืนอำนาจให้คนไทย และจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้คนไทยเป็นผู้ตัดสินใจ โดยกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์
การเคลื่อนไหวของนายสุเทพ ถูกมองว่า เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนส่วนน้อยในประเทศไทย ซึ่งมีประชากร 66 ล้านคน และมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการโค่นอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยปราศจากความช่วยเหลือของกองทัพ
กองทัพ ที่ได้ชื่อว่าทรงอำนาจต่อการเมือง และเคยพยายามหรือทำรัฐประหารมาแล้ว 18 ครั้ง ในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา ระบุว่า ไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็มีความพยายามที่จะไกล่เกลี่ย
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง ที่เข้าร่วมการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล บอกว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ตกอยู่ในสถานการณ์เป็ดง่อย เธอไม่มีสิทธิ์อันชอบธรรมแม้แต่จะยุบสภาด้วยซ้ำ และนี่เป็นเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ คนขี้โกง ที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ คิดแต่ว่าตัวเองมีเสียงข้างมาก และเป็นผู้ชนะ
อาจารย์ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิเคราะห์การเมืองจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความวิตกที่พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อต่อต้านรัฐบาล และจะไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงทำนายด้วยว่า จะเกิดเหตุร้ายแรง ถ้านายสุเทพเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
เขาได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับปฏิกิริยาของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยก่อการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 90 คน โดยมองว่า เมื่อรัฐบาลปล่อยให้คนเสื้อแดงระบายความโกรธเกรี้ยวออกมา ก็จะเป็นสัญญาณของประเทศไทยว่าอาจจะต้องเจอกับวันแห่งความมืดมนรออยู่เบื้องหน้าอีก
'สหรัฐ' ยันสนับสนุนกระบวนการปชต.ในไทย
แถลงการณ์จากโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ 'เจน ซากี้' ที่เผยแพร่เมื่อวาน ระบุว่า สหรัฐ
สนับสนุนสถาบันประชาธิปไตย และกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่เป็นเพื่อน และพันธมิตรมายาวนาน และหลังจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อเป็นทางออก ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง และการประท้วง สหรัฐขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสันติ ด้วยหลักประชาธิปไตย ที่เป็นการสะท้อนตามเจตนารมณ์ของประชาชนคนไทย และเสริมสร้างหลักนิติธรรมให้เข้มแข็ง
นอกจากนี้ระหว่างที่โฆษกหญิงแถลงข่าวประจำวัน ผู้สื่อข่าวได้ซักถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่กองทัพสหรัฐ จะใช้ความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับทางกองทัพไทย กดดันไม่ให้ทหารก่อการปฏิวัติ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยถึง 18 ครั้ง ในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา เธอตอบว่า กระทรวงต่างประเทศไม่มีข้อมูลใดๆ ว่าทางกองทัพสหรัฐได้กดดันกองทัพไทยไม่ให้ก่อการปฏิวัติ พร้อมกับย้ำว่า แถลงการณ์ของสหรัฐยังคงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการใช้ความรุนแรง
ส่วนคำถามที่ว่า สหรัฐควรจะสนับสนุน หรือคัดค้านฝ่ายผู้ประท้วง หากต้องการเข้าสู่การเลือกตั้ง
โฆษกหญิงตอบว่า สหรัฐไม่มีบทบาทที่จะให้การสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และจุดมุ่งหมายของสหรัฐ คือ สนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างสันติขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน หง เหล่ย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อวาน
เกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยด้วยว่า รัฐบาลจีน ติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ และความผาสุกของประชาชน
'นักธุรกิจ' เริ่มวิตกผลกระทบต่อศก.ระยะยาว
วอยซ์ ออฟ อเมริกา หรือ วีโอเอ ออนไลน์ รายงานว่า กลุ่มนักธุรกิจในประเทศไทย เริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย และออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายผู้ประท้วง และฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล เลิกการประท้วง และหันมาเจรจาทำความตกลงกันให้ได้ บางกลุ่มถึงกับเสนอตัวเป็นสื่อกลางในการเจรจาให้ เพราะเกรงว่า ถ้ายืดเยื้อกันต่อไป จะส่งผลเสียอย่างจริงจังทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้
รายงานของธนาคารโลก ระบุว่า เวลานี้อัตราการโตทางเศรษฐกิจของประเทศลดลงจากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากก่อนหน้านี้ ลงมาอยู่ต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์แล้วในเวลานี้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะการส่งออกของไทยลดลง การใช้จ่ายทางธุรกิจก็ลดลง และผลของการสำรวจกลุ่มธุรกิจ แสดงให้เห็นว่า มีการมองการณ์ในเชิงลบสำหรับอนาคต
ด้านกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในไทย ให้ความเห็นว่า นักลงทุนต่างชาติ ระงับการลงทุน และกำลังจับตาดูการลงทุนในประเทศไทยอย่างระมัดระวัง // ในช่วงสอง-สามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประมาณ 30 ประเทศ ที่ออกคำเตือนประชาชนของตนให้มีความระมัดระวังในการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งผลกระทบในเวลานี้ ยังมีไม่มาก แต่ถ้ายืดเยื้อ จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมากและแน่นอน
คริส เบเกอร์ นักเขียน และนักวิเคราะห์การเมืองไทย ให้ความเห็นว่า แม้นักลงทุนจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ดูจะยังไม่มีความวิตกกังวล แต่ผลกระทบที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2548 อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดความรุนแรงขึ้น
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



