
'ขุนค้อน'ชี้'เทือก'ปัดถกปท.ถึงทางตัน
'สมศักดิ์' วอน 'กปปส.' เสนอสิ่งที่ปฏิบัติได้ตามกรอบ 'รธน.' ด้าน 'นักวิชาการ' หวั่นไม่มีเลือกตั้ง ชี้ 'นายกฯ' ยุบสภา เพราะมี 'กบฏ' ภายใน
10 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ให้ นายกฯ และคณะรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งรักษาการ แล้วแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่แทน ว่า เท่าที่ฟังนายกฯ ก็ไม่ได้ยึดติดอะไร พร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกเรื่อง ทั้งยุบสภา ลาออก และเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่ได้ยึดติดอะไร จึงนำมาสู่การยุบสภา ส่วนข้อเรียกร้องของ กปปส.นั้น ต้องขอความกรุณาให้เสนอข้อเรียกร้องที่สามารถปฏิบัติได้ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ มิเช่นนั้น ปัญหาก็จะตามมาอีกมากมาย ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคงหลีกเลี่ยงการพูดคุยกันไม่ได้ มาช่วยกันออกแบบเพื่อหาทางออกของประเทศไทยนับจากนี้ด้วยกัน ถึงอย่างไรขณะนี้ก็มีการยุบสภาแล้ว แต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ก็น่าจะมีการกำหนดกรอบกติกากัน เพื่อให้เป็นทางออก
เมื่อถามว่า นายสุเทพ ประกาศชัดว่าจะไม่ยอมเจรจา จะเดินหน้าสภาประชาชนอย่างเดียว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นประเทศก็ถึงทางตัน เพราะยังมีคนเห็นต่าง และหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้สักที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการหาทางออกของประเทศไทย และเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทุกฝ่ายจึงต้องสละผลประโยชน์ส่วนตนออกไป เมื่อถามต่อว่า มีแนวโน้มว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ลงเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนถึงเป็นห่วง จึงขอความกรุณาให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันออกแบบ ขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าไม่คุยก็หาทางออกไม่ได้ และจะกลายเป็นการทำลายประเทศไทย
'นักวิชาการ' หวั่นไม่มีเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภาได้จัดเสวนาประชาธิปไตย เรื่อง ทางออกประเทศไทย โดยก่อนการเสวนา นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานวุฒิสภา ระบุว่า วันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ แต่คนในสังคมยังสับสนในการบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยยังไม่ถึงทางตัน หากทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อมาพูดคุยว่าจะแก้ปัญหา หรือร่วมปฏิรูปประเทศอย่างไร เชื่อว่าจะเป็นทางออก โดยให้ฝ่ายวิชาการ นักการเมือง ภาคประชาชน เข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน ส่วนรัฐธรรมนูญ 2550 ที่จะครบ 6 ปี ของการบังคับใช้ แต่ตัวบทยังถูกแต่ละฝ่ายนำไปตีความตามประโยชน์ของตัวเอง ตนอยากให้เคารพสามข้อ 1. ศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย 2. สิทธิเสรีภาพ เพราะหากไม่เคารพสิทธิคนอื่น จะทำให้เกิดความวุ่นวาย และ 3. รับผิดชอบต่อผู้อื่น เชื่อว่าประเทศไทยยังมีทางออก แต่ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาประเทศ บ้านเมือง และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
สำหรับในเวที เสวนาโดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า ที่ผ่านมายังมีทางออก แต่ทั้งสองฝ่ายกลับเลือกที่จะปิดทางออกนั้น ตนมองว่า เป็นการใช้โอกาสให้กลายเป็นวิกฤต ก่อนที่ประเทศจะเดินไปสู่การเลือกตั้ง ทั้งสองฝ่ายควรพูดคุยกันก่อน และเลิกการนำเสนอประเด็นรายวัน และเสนอพิมพ์เขียวปฏิรูป มาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อตกผลึกก็ให้ประกาศว่า ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลต้องนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดจะยังไม่จบ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประชาชนมีความเข้มแข็งมาก หากประชาชนกดดันให้ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน และมาสร้างอนาคตด้วยกน ก็จะแก้ปัญหาได้
พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการชี้มูลของ ป.ป.ช. กรณีการถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. หาก ป.ป.ช.ชี้มูล และสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นผลร้ายกับประเทศไทย และจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้อย่างแน่นอน ส่วนข้อเสนอที่ให้รัฐบาลลาออกจากการรักษาการ หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่สามารถทำได้ เพราะสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ก็ขอกราบบังคมทูลฯ ขอหยุดปฏิบัติหน้าที่สองสัปดาห์
ด้านนายอมร วาณิชวิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การที่นายกฯ ยุบสภา ตนเชื่อว่า เป็นทางออกของปัญหา แต่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ตนยังกังวล เพราะ กปปส.ไม่ต้องการการเลือกตั้ง เท่าที่ติดตามการแถลงการณ์ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการรักษาการ ในวิถีอารยะของการปกครองประเทศต้องไม่มีช่องว่าง ส่วนตัวตนไม่ขัดข้องเรื่องสภาประชาชน แม้จะเป็นจินตนาการ แต่ก็เคารพ แต่ที่มาต้องมีการร่วมกันออกแบบ เพื่อให้ทุกคนเข้ามาร่วมปฏิรูปประเทศ
นายอมร กล่าวว่า กลุ่มของนักวิชาการก็ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และขอให้นักวิชาการถอยออกมาจากความขัดแย้ง และเมื่อกระบวนการนำมาสู่การเลือกตั้ง หาก 45-60 วัน คุยไม่ได้ ก็ให้ทั้งสองฝั่งนำเสนอนโยบายการปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นการหาเสียง และให้ประชาชนตัดสินว่าจะเห็นด้วยกับพรรคการเมืองใด
นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า กปปส. พยายามเรียกร้องให้ใช้กติกาตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับออกมาไม่อยากให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กปปส.อยากให้ตั้งสภาประชาชน แต่เมื่อรัฐบาลคืนอำนาจกลับไม่ยอมให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง หากมองว่ารัฐบาลเลว กปปส. ก็ไม่ดีไปกว่ารัฐบาล ส่วนการที่นายกฯ ยุบสภา ทั้งที่ยังไม่มีความบกพร่องที่ชี้ชัด เป็นเพราะมีกบฏจากภายใน อาทิ ตำรวจ หรือทหาร ที่ไม่สามารถปกป้องพื้นที่ราชการได้ ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลยุบสภา และให้มีการเลือกตั้ง ตนยังหวังว่า ประชาธิปัตย์จะไม่บอยคอตการเลือกตั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังดูถูกว่าประชาชนโง่ไม่สามรถเลือกตั้งคนดีได้ หากพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่สนามการเลือกตั้งเป็นการแสดงจุดยืนว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย



