ข่าว

ฝ่ายค้านต้องถ่วงดุล

ฝ่ายค้านต้องถ่วงดุล

18 มิ.ย. 2552

ถ้าคิดแบบเอามันเข้าว่า หรือเอาสะใจ ไอ้การที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์ รัฐบาลเจอแบบนี้เสียบ้าง มันก็พอได้ แต่ถ้าคิดว่า เรื่องราวของบ้านของเมืองจะเอามาทำเป็นเล่นนี่ ก็ต้องถามฝ่ายค้านว่า คิดดีแล้วหรือที่ตัดสินใจวอล์กเอาท์

 ถึงแม้จะเห็นลีลาท่าทางของฝ่ายค้านแล้วว่า ยังใช้เวทีสภาซื้อใจมวลชนได้ไม่ดีนัก

 แต่ก็ต้องเอาใจช่วยว่า ความพยายามที่จะเข้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่เสนอกฎหมายกู้เงินเข้าสภามานั้น หลายคนทำอย่างเต็มที่

 อาจจะมีบางคนที่อารมณ์ค้าง

 ความเสียอกเสียใจที่พลิกผันมาเป็นฝ่ายค้านเพียงชั่วข้ามคืน ยังมีร่องรอยให้เห็น

 แต่สำหรับ ร่างพ.ร.บ.กู้เงินที่รัฐบาลนำเสนอเข้ามา แล้วไปด่วนตัดสินใจเพราะไม่เห็นรายละเอียดในการกู้ แถมไปดูหมิ่นดูแคลนอดีตโบรกเกอร์ที่เข้ามาบริหารประเทศ หาว่า เอาแต่ "เก็ง" กับ "กู้" มันไม่เพียงทำให้รสนิยมด้อยลง หากแต่ยังทำให้รู้สึกว่า ถึงจะเป็นฝ่ายค้านมือใหม่ แต่ก็ใช้วิธีการเดิมๆ ที่ "ค้านโบราณ" เขาถนัดเช่นกันนัก

 ยิ่งไปยื่นคำขาดว่า ไม่เอารายละเอียดมาให้ จะไม่ร่วมสังฆกรรมเป็นกรรมาธิการด้วยแล้ว

 มันเหมือนกับทิ้งชาวบ้านที่เป็นเจ้าของเงินส่งค่างวดเงินกู้ให้เผชิญหน้ากับรัฐบาลไม่มีผิด

 ตัวแทนที่เลือกเข้าไปผ่ามาตัดสินใจทิ้งหน้าที่ หนีศึกเสียกลางคันแบบนี้ ไม่คิดหรือว่า ชาวบ้านเขาจะคิดอย่างไร

 ไม่คิดหรือว่า พรรคร่วมรัฐบาลเขาซูเอี๋ยกันเรียบร้อยกันหมดแล้ว เห็นได้จากสุดท้ายหลังจากที่ฝ่ายค้านไปแอบมองลอดช่องประตู ก็ได้แต่ยืนทำตาปริบๆ เพราะฝ่ายรัฐบาลเสนอตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา พิจารณารวดเดียว 3 วาระ

 ก็เรียบร้อยโรงเรียนอภิสิทธิ์ !

 ตรงนี้อย่าว่าแต่ฝ่ายค้าน ...ชาวบ้านก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะตัวแทนดันชักม้าหนีศึก

 ตรงนี้ไม่ว่า "ค้านมือใหม่" หรือ "ค้านโบราณ" ถ้าลงได้ทำไปแล้ว ก็ต้องมีคำอธิบาย ที่มากกว่าจะยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไม่ได้เล่นการเมือง" 

 มันต้องมีคำว่า จะรับผิดชอบอย่างไรในเมื่อชาวบ้านเขาคาดหวังมาให้ทำหน้าที่ในสภา เพื่อถ่วงดุลรัฐบาล แต่กลับทิ้งหน้าที่ ทั้งที่รู้ดีว่าทิ้งไปก็ไม่มีผลที่จะทำให้รัฐบาลเปลี่ยนใจชะลอ หรือเลิกออกกฎหมายกู้เงิน

 ก็เพราะเจตนาเขาอยากให้มีการตั้งกรรมาธิการ เขาก็เลยออกเป็นร่างพระราชบัญญัติ ถึงจะมีข้อตำหนิติเตียนอย่างไร แต่ก็ต้องถือว่า รัฐบาลนี้พยายามเดินตามตรอกออกทางประตู ฝ่ายค้านก็เพียงแค่ เข้าร่วมทักท้วง เสนอแนะ ตามบทบาท-หน้าที่

 ถ้าพูดแล้วไม่ฟังกันบ้าง ก็ต้องเอามาแฉให้ชาวบ้านรับรู้ ...ลงโทษทางสังคม

 ลองมันสักตั้งสิว่า รัฐบาลจะหน้าด้านดันทุรัง ถูลู่ถูกังกันไปโดยไม่ยอมฟังเสียงข้างน้อยหรือไม่

 ไม่ใช่มาเลือกวิธีการลอยแพชาวบ้านอย่างนี้

 นี่ยังมี ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2553 ที่ถือว่าเป็นงบประมาณที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จัดทำเองทั้งหมด ตรงนี้ยังต้องลุ้นว่า ฝ่ายค้านจะเอาอย่างไร

 เลือกใช้วิธีเดิม หรือจะเลือกทำหน้าที่ฝ่ายค้าน-ตรวจสอบถ่วงดุลอย่างแข็งขัน

 เพราะถ้าหากฝ่ายค้านเลือกที่จะใช้วิธีการเช่นนี้ ก็พยายามเสนอมาด้วยก็แล้วกันว่า จะใช้ระบอบอะไรปกครองประเทศ

 ก็ในเมื่อระบอบประชาธิปไตย ที่หลักทั่วไปแม้จะยอมรับในเสียงข้างมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ความสำคัญกับเสียงข้างน้อย ที่ทำหน้าที่คอยถ่วงดุล แถมยังมีองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือตรวจสอบกันขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมรับ ไม่ร่วมสังฆกรรม

 ทำแบบนี้บ่อยเข้าสุดท้ายในยามที่กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ถ้าเกิดฝ่ายค้านไม่ยอมร่วมสังฆกรรมด้วยจะทำอย่างไร

 ตอบโต้กันไป-มาแบบนี้ ปล่อยให้บ้านเมืองค่อยๆ แห้งตายไปคามืออย่างนั้นหรือ ?

 ได้เอา-ไม่ได้ล้มโต๊ะ ว่ากันแบบนั้นเลยหรือ ?

 ทั้งหมดทั้งมวลนี้ รัฐบาลเองก็ต้องแสดงให้เห็นด้วยว่า ที่ว่า "ให้ความสำคัญกับเสียงข้างน้อย" นั้น ทำอย่างจริงจังแค่ไหน

 ประเภทใช้แต่พวกมากลากไป ก็เห็นตัวอย่างกันแล้วไม่ใช่หรือ วันนี้มีแผ่นดินอยู่ไหมล่ะ ?


ศรุตา